อภิสิทธิ์ แจงงบนโยบาย ปชป.ใช้สำหรับ 4 ปี ยันใช้งบน้อยกว่าปชน.ด้วยซ้ำ เมิน ภท.พร้อมสละความแค้นจับมือ พท.-ปชน.ได้ เหน็บปลุกระดมหาเสียงตลอด ยืนยันไม่เคยด้อยค่าภูมิใจไทย มีแต่ ‘พิพัฒน์’โจมตีปชป. เชื่อ กกต.ส่งศาลตัดสิทธิผู้สมัครไม่เป็นปัญหา ประชาธิปัตย์ละเอียดยิบ

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 4 ก.พ.2569 ที่ตลาดแสงทิพย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรคดูแลพื้นที่กรุงเทพฯ ลงพื้นที่ ตลาดแสงทิพย์ เพื่อช่วยนายพงศกร ขวัญเมือง ผู้สมัครสส.กทม.เขต 4 หมายเลข 1 หาเสียงกับพ่อค้า แม่ค้า ประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อสินค้าและสัญจรไปมา

พร้อมยังได้รับฟังการสะท้อนปัญหาขากประชาชนด้วย ซึ่งเขตวัฒนา ถือเป็นเขตเลือกตั้งเก่าของนายอภิสิทธิ์ สมัยลงสมัคร สส.เขต และบรรยากาศคึกคัก ประชาชนเข้ามาให้กำลังใจ และเรียกให้นายอภิสิทธิ์มาถ่ายภาพด้วย พร้อมชื่นชมว่า ผู้สมัคร สส.ของพรรค หล่อ และดูดี ยืนยันว่าจะเลือกพรรคประชาธิปัตย์ และเน้นย้ำให้นายอภิสิทธิ์ ได้กลับมาช่วยชาติ

นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงการหาเสียงในเขตวัฒนาและคลองเตยในครั้งนี้ว่า ให้ความรู้สึกเหมือนกลับมาบ้าน เพราะเป็นเขตเลือกตั้งเก่าที่ตนเคยผูกพัน และได้รับความไว้วางใจมาตลอด ครั้งนี้ได้นำคนรุ่นใหม่อย่างนายพงศกร มาสานต่อเจตนารมณ์รับใช้ประชาชน จึงหวังว่าจะได้รับการสนับสนุนอย่างดี ส่วนเรื่องทำโพลนั้น ตอนนี้ 7 วันสุดท้ายแล้ว แต่มีการเก็บข้อมูลอยู่เป็นระยะ

นายอภิสิทธิ์ ชี้แจงถึงกรณีสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) วิเคราะห์งบประมาณและกังวลต่อตัวเลขประมาณนโยบายของพรรคที่อาจก่องบสูงว่า ยืนยันว่า พรรคได้เสนองบตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนด

อภิสิทธิ์ ประชาธิปัตย์

อภิสิทธิ์ ยันงบนโยบายปชป. 4 ปีใช้น้อยกว่าปชน.ด้วยซ้ำ เหน็บภท.ขยันปลุกระดม

ดังนั้น การเปรียบเทียบงบประมาณระหว่างพรรคการเมืองจะต้องดูด้วย เพราะพรรคประชาธิปัตย์ ได้เสนองบประมาณรวม 4 ปี และข้อมูลงบประมาณนโยบายของพรรคฯ ที่นำเสนอต่อ กกต.นั้น เป็นงบผูกพันต่อเนื่อง 4 ปี และหลายโครงการ ต่อยอดจากงบเดิมที่มีอยู่แล้ว เช่น เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

จึงไม่ใช่การสร้างภาระทางการคลังอย่างที่หลายฝ่ายเข้าใจ หรือกรณีค่าไฟ พรรคไม่ได้เสนอใช้งบประมาณ จึงยืนยันว่าพรรคได้คำนวณถึงฐานรายได้งบ และการจัดเก็บภาษีของประเทศมาอย่างรอบคอบ จึงมั่นใจว่าจะไม่เกิดปัญหา

เมื่อถามว่าการวิเคราะห์ของ TDRI จะมีผลต่อการตัดสินใจของประชาชนในการเลือกตั้งหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ที่จริงแล้ว TDRI วิเคราะห์งบประมาณของทุกพรรค ซึ่งตัวเลขงบไม่ได้ต่างกันมากนัก เช่น พรรคประชาชน และพรรคประชาธิปัตย์

แต่พรรคประชาชนอาจเสนอใช้งบมากกว่า แต่หลายพรรคก็ยังน่าสงสัย ที่เขียนโครงการแต่ไม่เขียนงบประมาณ ตนจึงอยากให้ กกต.ตรวจสอบให้เข้มงวดกว่านี้

อภิสิทธิ์ ยันงบนโยบายปชป. 4 ปีใช้น้อยกว่าปชน.ด้วยซ้ำ เหน็บภท.ขยันปลุกระดม

อภิสิทธิ์ ยันงบนโยบายปชป. 4 ปีใช้น้อยกว่าปชน.ด้วยซ้ำ เหน็บภท.ขยันปลุกระดม

ต่อข้อถามถึงพรรคภูมิใจไทย ระบุพร้อมลืมความแค้นในอดีตและพร้อมจับมือร่วมกับพรรคเพื่อไทย และพรรคประชาชน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยได้แสดงท่าทีอย่างนั้นตลอด แต่กลับมาปลุกระดมระหว่างการหาเสียงว่าไม่เลือกพรรคนั้นพรรคนี้ ซึ่งตนแปลกใจว่า ถ้าร่วมรัฐบาลกันได้แล้วจะพูดเช่นนี้ทำไม และเชื่อว่า ประชาชนจะเห็นว่า แต่ละพรรคมีจุดยืนที่ชัดเจนเพียงไหนอย่างไร

ส่วนจุดยืนของพรรค จำเป็นต้องเป็นพรรคร่วมรัฐบาลเท่านั้นหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับผลเลือกตั้ง และสิทธิการจัดตั้งรัฐบาล แต่พรรคได้แสดงจุดยืน และนโยบายไปแล้ว หากคิดว่าเป็นประโยชน์ ก็ทำงานร่วมกันได้ หากไม่สามารถทำงานร่วมกันได้ ก็ต่างคนต่างทำหน้าที่ในสภาฯ

“ยืนยันว่ายังไม่เคยได้พูดคุยกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เพราะผมยังยุ่งอยู่กับการหาเสียง แต่แปลกใจที่มีข่าวว่านายอนุทิน ต่อว่าผมไปด้อยค่า ซึ่งไม่มี แต่นายอนุทิน ควรไปบอกนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แกนนำพรรคภูมิใจไทยในภาคใต้ ที่หาเสียงโจมตีพรรคประชาธิปัตย์” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

ส่วนที่กกต.เตรียมส่งรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งที่มีปัญหาขาดคุณสมบัติให้ศาลวินิจฉัยตัดสิทธิผู้สมัครกรณีขาดคุณสมบัติและลงรับสมัคร และหัวหน้าพรรคอาจจะต้องร่วมรับผิดชอบด้วย ทำให้การเลือกตั้งเกิดปัญหานั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การตัดสิทธิ์เพราะขาดคุณสมบัติเป็นเรื่องปกติตามกฎหมาย จึงไม่น่ามีปัญหา

อภิสิทธิ์ ยันงบนโยบายปชป. 4 ปีใช้น้อยกว่าปชน.ด้วยซ้ำ เหน็บภท.ขยันปลุกระดม

อภิสิทธิ์ ยันงบนโยบายปชป. 4 ปีใช้น้อยกว่าปชน.ด้วยซ้ำ เหน็บภท.ขยันปลุกระดม

ในการรับรองคุณสมบัตินั้น พรรคประชาธิปัตย์ได้ให้ผู้สมัครรับรองตนเอง และได้ส่งข้อมูลผู้สมัครไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบ แต่ได้รับคำตอบบ้าง ไม่ได้คำตอบบ้าง ซึ่งพรรค ได้พยายามอย่างถึงที่สุดแล้ว และได้ชี้แจงขั้นตอนต่างๆ ให้ กกต.ได้รับทราบแล้ว

เมื่อถามว่ากังวลต่อความรับผิดชอบของหัวหน้าพรรค หรือไม่ โอกาสที่จะส่งผลกระทบมาถึงพรรค นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า พรรค ได้ใช้ความพยายามอย่างถึงที่สุดในการตรวจสอบแล้ว และได้ชี้แจงแนวทางการทำงานให้ กกต.ทราบอย่างละเอียดล่วงหน้า ไม่ได้มาชี้แจงภายหลังเมื่อเกิดปัญหา

ส่วนการปราศรัยใหญ่โค้งสุดท้ายในวันที่ 6 ก.พ. ที่ ONE Bangkok พรรคจะปล่อยหมัดเด็ดอะไรเพิ่มเติมหรือไม่นั้น นายอภิสิทธิ์ กลาาวว่า พรรคต้องการจะชี้ให้เห็นถึงทางเลือกของประชาชน และเมื่อถึงเวลาใกล้ติดสินใจ พรรคจะหยิบยกเรื่องสนใจมาสื่อสาร

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน