‘กานต์ กิตติอำพน’ ชิง สส.เขต 1 กทม. เบอร์ 16 พรรคไทยก้าวใหม่ ลั่นวัดกันด้วยความรู้-ประสบการณ์ ไม่ใช่นามสกุล
สนามการเมืองก่อนการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปี 2569 เริ่มขยับอย่างมีนัยสำคัญ โดยหนึ่งในผู้สมัครที่ถูกจับตามองในเขตเลือกตั้งที่ 1 กรุงเทพมหานคร คือ กานต์ กิตติอำพน ผู้ประกาศลงสมัครในนาม พรรคไทยก้าวใหม่หมายเลขผู้สมัคร 16 (หมายเลขพรรค 49) พร้อมประกาศจุดยืนชัดเจนว่า การลงสนามครั้งนี้ต้องการวัดกันด้วย ความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์การทำงาน มากกว่าชื่อเสียงของนามสกุล
ก่อนหน้านี้ กระแสความสนใจต่อ ตระกูลกิตติอำพน ถูกกล่าวถึงอย่างกว้างขวางในแวดวงสาธารณะ หลังจากที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวกับ ดร.เอ้ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ ระหว่างลงพื้นที่ที่เยาวราชว่า เป็นตระกูลที่ “เก่งทุกคน” และมีบทบาทในการทำงานเพื่อประเทศมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในสายงานราชการและการกำหนดนโยบายระดับประเทศ สะท้อนรากฐานของครอบครัวที่ผูกพันกับงานบริการสาธารณะมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่รุ่นปู่คือ น.พ.กวี กิตติอำพน อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลหัวเฉียว ซึ่งมีบทบาทสำคัญในแวดวงสาธารณสุขของประเทศ
อย่างไรก็ตาม กานต์ย้ำว่า การตัดสินใจก้าวเข้าสู่สนามเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่ได้ต้องการใช้ต้นทุนทางตระกูลเป็นจุดขาย หากแต่เป็นผลจากการสะสมประสบการณ์การทำงานทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน ควบคู่กับการเติบโตในครอบครัวที่หล่อหลอมให้เข้าใจงานบริหารรัฐ กลไกเชิงนโยบาย และข้อจำกัดของระบบราชการมาโดยตลอด ซึ่งทำให้สามารถมองเห็นโจทย์การพัฒนาพื้นที่ระดับเขตเชื่อมโยงกับภาพรวมระดับประเทศได้อย่างเป็นระบบ
เขาชูจุดยืน “คนรุ่นใหม่ เข้าใจคนเมือง ทำการเมืองด้วยนโยบายและพื้นที่จริง” โดยมองว่าการเมืองในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ จำเป็นต้องก้าวข้ามการสื่อสารเชิงสัญลักษณ์ ไปสู่การแก้ปัญหาที่กระทบชีวิตประจำวันของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม บนพื้นฐานของความร่วมมือ ความสมานฉัน และการทำงานเชิงระบบ
การลงสมัครครั้งนี้อยู่ภายใต้ทีมบริหารของพรรคไทยก้าวใหม่ นำโดย ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ประธานพรรค, ศ.ดร.เอ้ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรค และ ก้องเกียรติ กรสูต เลขาธิการพรรค ซึ่งย้ำแนวทางการเมืองเชิงนโยบาย การแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง และการบริหารประเทศบนฐานข้อมูล ความเชี่ยวชาญ และคุณภาพชีวิตของคนเมือง
สำหรับกลยุทธ์หาเสียงในเขต 1 กทม. กานต์ระบุว่าจะเน้นการลงพื้นที่ พบปะ รับฟัง และผลักดันการแก้ปัญหาจริง ตั้งแต่ประเด็นความปลอดภัยในชีวิตประจำวัน การเข้าถึงบริการของรัฐ ไปจนถึงโอกาสทางเศรษฐกิจ พร้อมย้ำว่าการเมืองควรเป็น “เครื่องมือแก้ปัญหา” มากกว่าพื้นที่ของความขัดแย้ง
การเปิดตัวของ กานต์ กิตติอำพน ในฐานะผู้สมัคร ส.ส. หน้าใหม่ ที่ประกาศชัดว่าขอวัดกันด้วยความรู้และประสบการณ์มากกว่านามสกุล สะท้อนการแข่งขันทางการเมืองในกรุงเทพฯ ที่เริ่มเปิดพื้นที่ให้กับผู้สมัครรุ่นใหม่ซึ่งมุ่งพัฒนาพื้นที่ควบคู่กับการขับเคลื่อนประเทศ ท่ามกลางการเลือกตั้งปี 2569 ที่ถูกจับตามองว่าอาจเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญของการเมืองไทย


