ภูมิธรรม จี้ กกต.ทบทวนบทบาทตัวเอง จากครหาฮั้วสว. สู่จัดเลือกตั้งล่วงหน้าผิดพลาด เกิดคำถามความบกพร่องเหล่านี้เป็นเพียงความไร้ประสิทธิภาพ หรือกำลังเอื้อประโยชน์ทางการเมืองให้กับใครบางกลุ่ม

วันที่ 5 ก.พ.2569 นายภูมิธรรม เวชยชัย ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊ก Phumtham Wechayachai ระบุถึงการทำงานของ กกต.ในช่วงจัดการเลือกตั้งว่า

กกต.ต้องทบทวนบทบาทตัวเอง ก่อนสร้างวิกฤติศรัทธาต่อ “ระบอบประชาธิปไตย” การเลือกตั้ง คือ หัวใจของระบอบประชาธิปไตย และเป็นพื้นที่ที่ประชาชน ใช้สิทธิ์กำหนดอนาคตของประเทศด้วยตนเอง

ดังนั้น หน่วยงานที่ทำหน้าที่จัดการเลือกตั้ง จึงต้องมีมาตรฐานสูงสุด ทั้งในด้านความพร้อม ความรอบคอบ และความเป็นธรรม

สิ่งที่สังคมกำลังไม่พอใจและตั้งคำถามอย่างหนักในขณะนี้ คือ การทำหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จากกรณีการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้า ที่ปรากฏข้อผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งในด้านการอำนวยความสะดวกให้ผู้ไปใช้สิทธิ์ การบริหารจัดการบัตรเลือกตั้งไปจนถึงความผิดพลาด ที่ส่งผลโดยตรงต่อ “ความถูกต้องของคะแนนเสียงและเจตนารมณ์ของประชาชน”

เสียงสะท้อนความโกรธและความไม่พอใจจากประชาชนในครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่เป็นสัญญาณเตือนที่ชัดเจนว่า ผู้รับผิดชอบระบบการจัดการเลือกตั้งกำลังมีปัญหา และน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง เมื่อพิจารณาถึงความพร้อมในการจัดการการเลือกตั้งใหญ่ วันที่ 8 กุมภาพันธ์

ความน่ากังวล คือ ปัญหาเหล่านี้ ไม่ใช่ครั้งแรก แต่ กกต.ถูกตั้งคำถามเรื่องประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การเลือกตั้งครั้งก่อนและรุนแรงที่สุด คือ กรณีการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งมีข้อกล่าวหาเรื่อง “การฮั้ว” จนนำไปสู่กระบวนการทางกฎหมาย

แต่จนถึงวันนี้ สังคมยังไม่เห็นความชัดเจนของการจัดการปัญหาอย่างจริงจัง และเป็นรูปธรรม รวมทั้งยังไม่เห็นการปรับปรุงการทำงานที่ผิดพลาดให้ดีขึ้น กกต.เป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญมาจากกระบวนการคัดเลือกโดยวุฒิสภา ยิ่งต้องตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อประชาชนมากกว่าหน่วยงานใด

หน้าที่ของ กกต. ไม่ใช่เพียง “จัดให้มีการเลือกตั้ง” แต่ต้องจัดการเลือกตั้งที่ โปร่งใส เที่ยงธรรม ตรวจสอบได้ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคม

ที่น่ากังวล คือ เมื่อวุฒิสภาเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการคัดเลือก กกต. ขณะเดียวกันการได้มาซึ่งวุฒิสภากลับถูกตั้งคำถามเรื่องความโปร่งใส ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่สังคมจะตั้งข้อสงสัยถึง “วงจรอำนาจที่เชื่อมโยงกันเอง” ระหว่างองค์กรอิสระกับพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง ซึ่งอาจเป็นผู้ได้ประโยชน์จากการจัดการเลือกตั้งที่มีข้อบกพร่อง

เมื่อการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้าเกิดความผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า เมื่อการร้องเรียนจำนวนมากไม่ได้รับคำอธิบายที่ชัดเจน และเมื่อคดีใหญ่ระดับประเทศ ยังไม่เห็นผลการจัดการที่เป็นรูปธรรม

คำถามที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือ ความบกพร่องเหล่านี้เป็นเพียงความไร้ประสิทธิภาพ หรือกำลังเอื้อประโยชน์ทางการเมืองให้กับใครบางกลุ่ม

การตั้งคำถามต่อ กกต. ในวันนี้คือ การปกป้องความหมายของการเลือกตั้ง ปกป้องระบอบประชาธิปไตย เพื่อไม่ให้ถูกใช้เป็นเครื่องมือของอำนาจที่ไม่ยึดโยงกับประชาชนและไม่ตกเป็นเครื่องมือของพรรคการเมือง

ทางออกของเรื่องนี้ ไม่ใช่ความสิ้นหวังแต่คืออำนาจของประชาชนเอง เพราะเราสามารถเปลี่ยน กกต.ได้ ด้วยการกาเห็นชอบให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อปรับปรุงกลไกตรวจสอบ ถ่วงดุล และความยึดโยงกับประชาชนให้มากขึ้น เพื่อปกป้องระบอบประชาธิปไตย และทำให้การเลือกตั้งมีความหมายตรงตามเจตจำนงของประชาชน

วันที่ 8 ก.พ. ต้องช่วยกับจับตา การจัดการเลือกตั้งของ กกต.ไม่ให้เกิดความบกพร่อง หรือผิดพลาด 8 ก.พ.ต้องไปเลือกตั้ง “ไม่เลือกพรรคการเมืองที่ใช้อำนาจในทางมิชอบ เอื้อประโยชน์ให้กับตนเอง”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน