ชัยวุฒิ จ่อนัดประชุม กก.บห. 11 ก.พ. ปรับโครงสร้าง ย้ำ 3 เงื่อนไขร่วมรัฐบาล ยืนยันไม่เอา ‘กล้าธรรม’ ไม่หวั่น ภท.ตั้งรัฐบาลเกิน 300 เสียง ชี้สนิมเกิดจากเนื้อใน ไม่ใช่ฝ่ายค้าน

เมื่อวันที่ 9 ก.พ.2569 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ถึงผลการเลือกตั้งว่า จากที่ติดตามผลอย่างไม่เป็นทางการ พรรคประชาธิปัตย์ได้คะแนนมาเป็นอันดับหนึ่งใน 10 เขต ขณะที่บัญชีรายชื่อคาดว่าจะได้ 12 คน

ส่วนกระแสการเลือก นายจูรี นุ่มแก้ว ให้ชนะแชมป์เก่าและคู่แข่งจากพรรคประชาชน ในเขต 2 สงขลานั้น นายชัยวุฒิ กล่าวว่า เป็นการตอกย้ำการสร้างการเมืองสุจริตที่พรรคประชาธิปัตย์ถือธงนำต่อต้านการซื้อเสียง

เขตดังกล่าวนายจูรี มาอันดับหนึ่ง และนพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน มาอันดับสอง สะท้อนว่าการเลือกตั้งเขตดังกล่าวไม่มีการใช้เงินซื้อเสียง และประชาชนเลือกคนที่มั่นใจว่าเป็นคนดี เลือกลูกชาวบ้านอย่างนายจูรี เข้าไปทำหน้าที่ นอกจากนี้ในพื้นที่เลือกตั้งภาคใต้ที่หลายเขต ผู้สมัคร สส.ของพรรค มีคะแนนสูสี จึงเป็นแนวทางแสดงว่าประชาชนตื่นตัวกับการเมืองสุจริต

ต่อข้อถามว่าในหลายพื้นที่ที่มีกระแสข่าวทุจริตเลือกตั้ง พรรคมีข้อมูลยื่นร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หรือไม่ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ผู้แทนของพรรคไม่ได้แจ้งกลับมาอย่างเป็นทางการ ยอมรับว่ากรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ได้สร้างระบบการเลือกตั้ง แต่ไม่ได้เตรียมคนให้จับผิดผู้อื่น เพราะเราเชื่อมั่นในการหาเสียงสุจริต จึงไม่คิดว่าจะมีเหตุการณ์ผิดปกติเกิดขึ้น

เมื่อถามถึงการประเมินเลือกตั้งในพื้นที่ จ.ตาก นายชัยวุฒิ กล่าวว่า เป็นไปตามที่คาดหมายว่าแชมป์เก่าเป็นอดีต สส.ในพื้นที่จะได้รับเลือก เนื่องจากพรรคประชาธิปัตย์เริ่มต้นช้า เตรียมตัวในเวลาที่สั้น ทำให้ไล่ไม่ทัน แต่คะแนนที่ได้ถือเป็นต้นทุนที่มากพอสมควร ดังนั้น ต้องทำงานในพื้นที่ต่อไปและทำในทุกพื้นที่

โดยวันที่ 11 ก.พ. ตนจะนัดประชุม กก.บห.พรรค เพื่อพิจารณาทบทวนว่ามีช่องโหว่จุดไหน นอกจากนั้นวันที่ 12 ก.พ. จะนัดอดีตผู้สมัคร สส.กทม. หารือร่วมกันในทิศทางการทำงาน ว่าผู้ใดจะอยู่ทำงานร่วมกับพรรคต่อไป อยากทำงานแบบไหน

“ผลเลือกตั้งที่ออกมา ผิดความคาดหวังไปไม่มาก แค่ 3-4 เขตที่ไม่ชนะ เช่น ตรัง เขต 1 และเขต 2 สมุทรสาคร สงขลา ซึ่งต้องยอมรับ และจากนี้ต้องทบทวนการทำงาน ชักชวนคนที่พร้อมลุยต่อ เพื่อสร้างการเมืองสุจริตต่อไป ซึ่งผู้สมัคร สส.กทม.หลายคนบอกว่าหลังเลือกตั้งนี้คือจุดเริ่มต้น” นายชัยวุฒิ กล่าว

เมื่อถามว่าประเมินได้หรือไม่ว่า พรรคไหนจะจับมือตั้งรัฐบาลร่วมกัน นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ตนไม่กล้าประเมิน แต่เชื่อว่าพรรคภูมิใจไทยที่ได้อันดับหนึ่ง สามารถเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลได้ง่าย หรือเลือกพรรคร่วมรัฐบาลได้ไม่ยาก สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ในฐานะพรรคเล็ก ไม่ควรเสนอแนะหรือก้าวก่าย

ต่อข้อถามว่าจุดยืนพรรคประชาธิปัตย์ยังเหมือนเดิมหรือไม่ว่า จะไม่ร่วมรัฐบาลที่มีพรรคกล้าธรรม นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ยืนยันเหมือนเดิม แต่ไม่ใช่เฉพาะพรรคกล้าธรรมเท่านั้น ยังมี 3 เงื่อนไข ได้แก่ ไม่มีพรรคกล้าธรรม ไม่มีนักการเมืองที่มีพฤติกรรมไม่ซื่อสัตย์ และสร้างความแตกแยกให้บ้านเมือง

เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่หากพรรคภูมิใจตั้งรัฐบาลเกิน 300 เสียง อาจทำให้ฝ่ายค้านทำงานไม่ได้ นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ไม่กังวล พร้อมทำหน้าที่แทนชาวบ้านได้ แม้จะมีผู้แทนฯเพียงคนเดียว กรณีที่เป็นฝ่ายค้าน พรรคไม่กังวลต่อรัฐบาลที่มีเสียงเข้มแข็งในสภาฯ เพราะตนมองว่าความมั่นคง เสถียรภาพของรัฐบาลไม่ใช่อยู่ที่ฝ่ายค้าน แต่อยู่ที่พฤติกรรมและการทำงานของรัฐบาล

นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ความมั่นคงของเสียงรัฐบาล ไม่ใช่ปัญหา ฝ่ายค้านพร้อมทำงานในทุกรูปแบบ แต่หากประเมินโดยเทียบกับยุคสมัยรัฐบาลเข้มแข็งเกิน 300 เสียง มองว่าปัจจุบันเงื่อนไขต่างกัน หากรัฐบาลปัจจุบันทำซ้ำรอยกับรัฐบาลที่มีปัญหาในอดีต ประชาชนจะเป็นผู้ส่งสัญญาณ ไม่ใช่พรรค

ดังนั้น ความมั่นคงทางการเมืองขึ้นอยู่กับการรบริหาร สนิมเกิดจากเนื้อใน ไม่ใช่ฝ่ายค้าน หากรัฐบาลจะพังอยู่ที่ตัวเขาเอง แต่รอบนี้ยังไม่เห็นว่าเขาจะทำงานดี หรือ พัง ต้องรอดูพฤติกรรมและการทำงาน ส่วนปัญหาหรือสถานการณ์การเมืองต้องดูต่อไป พรรคประชาธิปัตย์ไม่ว่าเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้านมีความพร้อมทำหน้าที่

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน