อนุทิน ลั่น ฟังเสียงประชาชน ดึงพรรคร่วมตั้งรัฐบาล กั๊กจับมือใคร ให้ตัวเลขนิ่งก่อน มั่นใจมีเสถียรภาพอยู่ครบเทอม ตอกกลับเพื่อไทย เวลาชนะไม่มีพิรุธ แพ้มีทุกที
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 10 ก.พ.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) กรณีที่พรรคภูมิใจไทย เป็นนายกฯ ประธานสภาผู้แทนราษฎร จะต้องเป็นของพรรคภูมิใจไทยด้วยหรือไม่ว่า อย่าเพิ่งไปพูด ตอนนี้นับคะแนนไปได้ 92-93%
ตนชอบทำอะไรที่เป็นตามขั้นตอน เราจะไม่พูดอะไรที่ยังไม่ได้รับการยืนยันจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่เป็นผู้คุมกฎ
ผู้สื่อข่าวถามว่าวางกฎเกณฑ์ในเลือกครม.ไว้อย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้เราต้องฟังเสียงของประชาชน ที่เลือกภูมิใจไทยเข้ามากว่า 190 เสียง ต้องให้ความสำคัญกับการตัดสินใจของประชาชนมาเป็นหลัก วันนี้ยังไม่ใช่เวลามาพูดเรื่องนี้ และต่อให้มีการดำเนินการก็ยังไม่สามารถนำมาเปิดเผยได้
ส่วนที่ระบุว่ารัฐบาลจะมีเสถียรภาพ จะต้องมีเสียงสสเท่าไหร่ นายอนุทิน กล่าวว่า ให้แต่ละพรรคได้ยืนยันจำนวนสมาชิกให้เรียบร้อยก่อน ยังต้องคำนวณสส.บัญชีรายชื่อ ที่ยังมีพรรคเล็กพรรคน้อยเข้ามาอีกหลาย คนขอให้นิ่งก่อน
ผู้สื่อข่าวถามว่าการได้เสียงกว่า 190 ประเมินว่าจะอยู่ถึง 4 ปีหรือไม่ เพราะนักวิชาการมองว่าการรวมหลายกลุ่มอาจทำให้อยู่ไม่ครบ นายอนุทิน กล่าวว่า นักวิชาการคนไหนอีก
เมื่อถามย้ำว่าจะยึดหลักอะไรที่รัฐบาลจะอยู่ครบ 4 ปี นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่กังวลในเรื่องนี้ เพราะทราบวิธีการตัวเองดี ที่จะไม่ทำเรื่องที่ผิดกฎหมาย ผิดศีลธรรม และฝืนความรู้สึกของประชาชน ครั้งนี้ยิ่งไม่ต้องกังวล เพราะต้องทำตามความต้องการของประชาชน จะไม่มีวันทำอะไรที่ฝืนความต้องการประชาชนเด็ดขาด
เมื่อถามย้ำว่านายกฯ สามารถคุมพรรคร่วมรัฐบาลให้ทำตัวเหมือนกับนายกฯ ได้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องดูตัวเลขของสส.ถึงได้บอกว่ายังพูดอะไรไม่ได้มาก แต่การเป็นนายกฯคุมได้แน่ ถ้าคุมไม่ได้ ก็อยู่กันไม่ได้แค่นั้นเอง และประชาชนก็ให้การบริหารพรรคภูมิใจไทยมาถึงขนาดนี้
เมื่อถามถึงข้อสังเกตว่าการมีบ้านใหญ่และเป็นพรรคใหญ่มากขึ้น จะมีปัญหาแก่งแย่งผลประโยชน์ภายในพรรค นายอนุทิน กล่าวย้อนว่า ตอนมีบ้านใหญ่ก็บอกอยากให้มีบ้านเล็ก ตอนนี้มีบ้านใหญ่แล้วอย่างไร คำว่าบ้านใหญ่เป็นที่ไว้เนื้อเชื่อใจ เป็นที่พึ่งของประชาชน ถามว่าพรรคไหนไม่มีบ้านใหญ่ และไม่ได้มองว่าบ้านใหญ่บ้านเล็ก แต่เสถียรภาพของรัฐบาลเกิดจากการทำงาน
เมื่อถามว่าจะคุมเสถียรภาพพรรคได้เหมือนตอนที่พรรคยังขนาดไม่ใหญ่ได้อย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า เสถียรภาพรัฐบาลอยู่ที่การทำงาน คนอื่นอาจมองจากตัวเลข แต่รัฐบาลของตน เสถียรภาพเกิดจากการทำงานเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยมาแล้วทำงานได้หรือไม่ นโยบายต่างๆ ที่ผลักดันออกไปล้วนแต่เกิดประโยชน์กับประชาชน ก็ทำได้ไม่มีปัญหา
ไม่ว่าคนละครึ่งพลัส การป้องกันประเทศ ความสัมพันธ์ทางการทูต การปราบสแกมเมอร์ ครบทุกอย่างทั้งที่เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย เที่ยวนี้ก็น่าจะเป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก สิ่งที่ตนทำ วันพรุ่งนี้ต้องมาจากบทเรียนของเมื่อวาน ไม่ต้องห่วง ตนจะขับรถด้วยความระมัดระวังอย่างสูงสุดและไม่เกินความเร็วที่ควบคุม
เมื่อถามว่าจะให้ความมั่นใจได้อย่างไรว่ารัฐบาลจะอยู่ครบ 4 ปี เพราะประชาชนคาดหวังกับพรรคภูมิใจไทยสูง นายอนุทิน กล่าวว่า “ผมต้องมั่นใจ รัฐบาลชุดใหม่ ที่มีพรรคภูมิใจไทย เป็นแกนนำต้องอยู่ครบ 4 ปี ด้วยการมีผลงานที่ซื่อสัตย์สุจริต รวดเร็ว ตอบสนองประชาชนได้ ทำประโยชน์สูงสุดให้กับประเทศ ได้รับการยอมรับจากนานาประเทศ มันมีหลายโจทย์ ต้องอยู่แล้วเข้มแข็งทำงานได้ทำประโยชน์ได้”
เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยวิจารณ์ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ มีพิรุธเยอะมาก นายอนุทิน กล่าวว่า เวลาชนะก็ไม่มีพิรุธ เวลาแพ้ก็มีทุกที
ส่วนกระแสที่มีการเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่นั้น รัฐบาลไม่ได้จัดการเลือกตั้ง หากกล่าวหาเช่นนี้คือกล่าวหากกต. รัฐบาลไม่ได้เกี่ยวข้องและยังคอยประสานงานให้ทุกอย่างเกิดความเรียบร้อย การจัดการเลือกตั้งทั้งหมดอยู่ในมือกกต. ทุกวันนี้ตนที่เป็นหัวหน้ารัฐบาลยังไม่รู้เลยว่าแต่ละพรรคจะมีกี่คนกันแน่