‘เพื่อไทย’ แถลงขอบคุณประชาชน หลังผลประชามติ “เห็นชอบ” ทะลุ 20 ล้านเสียง หนุนรื้อรัฐธรรมนูญ ตั้ง สสร. ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
เมื่อเวลา 11.25 น. วันที่ 12 ก.พ. 2569 ที่พรรคเพื่อไทย คณะกรรมการรณรงค์สื่อสารประชามติ พรรคเพื่อไทย นำโดย นายจาตุรนต์ ฉายแสง ว่าที่สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการฯ นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรค และว่าที่สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมการฯ แถลงผลการออกเสียงประชามติที่เสียงส่วนใหญ่เห็นชอบเปิดทางสู่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่
โดย นายจาตุรนต์ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยได้พยายามเดินหน้า เพื่อทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มาตลอดเพื่อให้สภามีมติ และส่งเรื่องไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ดำเนินการจัดทำประชามติ ซึ่งพรรคเพื่อไทยได้จัดตั้งคณะกรรมการรณรงค์สื่อสารประชามติฯ มาตั้งแต่วันที่ 19 ธ.ค. 2568 พร้อมส่งนโยบายข้อที่ 41 ยื่นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
โดยยืนยันหลักการว่าประชาชนต้องมีอำนาจมากขึ้น และต้องเปิดทางให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยประชาชนมีส่วนร่วม ซึ่งจากการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายภาคประชาชน และการรณรงค์ผ่านผู้สมัคร สส. ของพรรค ผลการนับคะแนนประชามติล่าสุดเมื่อนับไปแล้ว 94% พบว่ามีเสียงเห็นชอบถึง 19.9 ล้านเสียง และคาดการณ์ว่าเมื่อนับครบ 100% จะมีเสียงเห็นชอบเกินกว่า 20 ล้านเสียง
“ผลคะแนนนี้เป็นเรื่องน่ายินดี ที่ประชาชนได้แสดงเจตนารมณ์ชัดเจนว่ารับรู้ถึงปัญหาจากรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน และเห็นความจำเป็นต้องจัดทำฉบับใหม่ที่เป็นประชาธิปไตย แม้การแก้รัฐธรรมนูญจะเป็นหน้าที่ของรัฐสภา แต่หากทำโดยไม่เชื่อมโยงกับประชาชนก็จะเป็นอุปสรรค
ดังนั้น เมื่อผลประชามติออกมาท่วมท้นเช่นนี้ จึงหวังว่าทั้งพรรคการเมือง สส. และ สว. จะร่วมกันผลักดันเจตนารมณ์ของประชาชนให้เป็นจริง เพื่อนำไปสู่รัฐธรรมนูญที่เป็นของประชาชนในที่สุด” นายจาตุรนต์ กล่าว

ด้าน นายชูศักดิ์ กล่าวว่า เมื่อผลประชามติกว่า 20 ล้านเสียงเห็นชอบให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยหลักการแล้วถือว่ามตินี้ผูกพันรัฐสภา เนื่องจากก่อนหน้านี้รัฐสภาเป็นผู้มีมติส่งเรื่องให้ ครม. ไปถามประชาชน ดังนั้น เมื่อประชาชนส่วนใหญ่เห็นชอบแล้ว จึงถือเป็นข้อยุติและไม่ต้องกลับมาถามสภาอีก
โดยขั้นตอนหลังจากนี้จะเป็นการดำเนินการในขั้นที่ 2 และ 3 คือการนำเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา เพื่อจัดตั้งองค์กรยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ (สสร.) ขึ้นมาทำหน้าที่ และเมื่อร่างเสร็จแล้วจึงจะนำไปทำประชามติถามประชาชนอีกครั้งว่า จะเห็นชอบกับร่างใหม่หรือไม่ โดยพรรคเพื่อไทยยืนยันที่จะเดินหน้าตามฉันทามติที่ประชาชนให้ความเห็นชอบมา