คุณหญิงสุดารัตน์ ประกาศลาออก หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย เปิดโอกาสคนรุ่นใหม่ เดินหน้าการเมืองสุจริต ขอทำหน้าที่ภาคประชาชน รณรงค์แก้รธน. ปราบคอร์รัปชั่น

วันที่ 12 ก.พ. 2569 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย โพสต์เฟซบุ๊กประกาศลาออกจากหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย โดยระบุว่า เรียนพี่น้องที่เคารพ

ดิฉันเริ่มชีวิตการเมืองจากพรรคพลังธรรม โดยได้รับการหล่อหลอม จากพลตรีจำลอง ศรีเมือง และคุณพ่อสมพลของดิฉัน ให้ทำงานโดยยึดคุณธรรม และความสุจริตเป็นที่ตั้ง ดิฉันตระหนักเสมอว่า ดิฉันคือ “ผู้รับใช้ของประชาชน” ที่ต้องทำหน้าที่ ด้วยความซื่อสัตย์ ไม่ทรยศหักหลังประชาชน ธำรงรักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ยิ่งชีพ

ชีวิตการทำงานของดิฉันผ่านวิกฤตของประเทศมาหลายครั้ง โดยเฉพาะการต่อสู้เพื่อปกป้องประชาธิปไตย ตลอดเส้นทางการทำงานทางการเมืองกว่า 33 ปี ดิฉันไม่เคยเปลี่ยนอุดมการณ์ และจุดยืนในการยืนหยัดกับฝ่ายประชาธิปไตย ทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และทำงานหนักอย่างเต็มที่กับทุกหน้าที่ที่ประชาชนมอบหมายให้

ทั้งในตำแหน่ง รัฐมนตรี 4 กระทรวงใหญ่ หรือเป็นฝ่ายตรวจสอบการทำงานรัฐบาล ในสภา
เพราะดิฉันเชื่อมั่นมาตลอดว่า “การเมือง” คืองาน “อาสา” ไม่ใช่เรื่องของการแสวหาผลประโยชน์ แต่คือเรื่องของความรับผิดชอบต่อประชาชน

ดิฉันทำทุกหน้าที่ด้วยหัวใจที่รักประเทศนี้อย่างจริงใจ ดิฉันหวังว่าเสมอว่ากำลังเล็กๆ ของดิฉันจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้บ้านเมืองดีขึ้น ดิฉันฝันอยากเห็นพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะ “คนตัวเล็ก” ได้รับการดูแล และมีโอกาสที่จะมีอนาคตที่มั่นคงในประเทศนี้

แม้แต่งานสุดท้าย ที่ดิฉันกำลังทำหน้าที่อยู่ในขณะนี้ ก็คือหัวหน้าพรรค“ไทยสร้างไทย” ดิฉันก็ทุ่มเทเต็มความสามารถอย่างสุดหัวใจ…โดยไม่เคยลังเล

แต่การเมืองในปัจจุบัน อาจจะไม่มี“ที่ยืน”ให้คนที่คิด และมีอุดมการณ์อย่างดิฉัน

มีปัญหาของประเทศอีกหลายเรื่องที่ดิฉันยังห่วงใยและอยากลงมือแก้ไข โดยเฉพาะการปราบการ“คอร์รัปชั่น”ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้คนไทยยากจน และประเทศด้อยพัฒนา

ซึ่งการคอร์รัปชั่นได้สะท้อนผ่าน การเลือกตั้ง 2569 ที่มีการใช้เงินอย่างมหาศาล รวมทั้งการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบขององค์กรอิสระ อย่าง กกต. ที่คนทั้งประเทศกำลังกังขา แต่ประชาชนไม่สามารถทำอะไรได้ ได้แต่ยืนมองตาปริบๆ

ซึ่งดิฉันและพรรคไทยสร้างไทย ยืนยันว่า “อำนาจของประชาชนไม่ควรมีแค่วันเลือกตั้งวันเดียว แต่ควรจะมีอำนาจในการตรวจสอบและเอาผิดคนโกงได้” โดยให้อำนาจประชาชน 50,000 คนสามารถถอดถอน นักการเมืองโคตรโกง และองค์กรอิสระอย่าง กกต. รวมทั้งศาลรัฐธรรมนูญ ที่ปฏิบัติหน้าที่ไม่สุจริต และให้มีการตั้ง ป.ป.ช. ภาคประชาชน

ซึ่งถ้ามีกลไกที่ให้อำนาจประชาชนแบบนี้ วันนี้เราคงไม่ต้องทนกับการจัดเลือกตั้งที่ไม่สุจริตเช่นนี้

แต่ด้วยข้อจำกัดทางการเมือง ที่พรรคไทยสร้างไทยได้เพียง 2 เสียง จึงผลักดันอะไรได้ยากมาก ดิฉันจึงขอลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย

แต่พรรคไทยสร้างไทยจะยังเป็น สถาบันการเมือง ที่เดินหน้าสู้เพื่อ “คนตัวเล็ก” โดยจะเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ที่สนใจทำ“การเมืองสุจริต” ได้เข้ามาทำงานต่อไป

โดยดิฉันจะขอทำหน้าที่ภาคประชาชน ในการรณรงค์ให้ประชาชนร่วมลงชื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา เพื่อสร้างกลไกที่ให้อำนาจประชาชนในการปราบคอร์รัปชั่นอย่างจริงจัง

สุดท้ายนี้… “ดิฉันขอกราบขอบคุณจากหัวใจในทุกความเชื่อมั่น ในทุกกำลังใจ และทุกความรักที่มอบให้ดิฉันมาตลอดเส้นทางการต่อสู้ ดิฉันจะเก็บทุกอย่างไว้ในหัวใจอย่างไม่รู้ลืมเลือน และจะเดินต่อไป… ด้วยความหวังที่จะเห็นประเทศของเรา เป็นบ้านที่มีความสุข และมีอนาคตสำหรับทุกคน”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน