ทนายอั๋น ร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน ชงศาลรธน. เลือกตั้งเป็นโมฆะ บัตรมีบาร์โค้ด ทำไม่เป็นความลับ พ่วงล้มเลือกสว. ขีดเส้น 15 วัน กร้าวจะล้มเลือกตั้งให้ได้
เมื่อวันที่ 13 ก.พ.2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋นบุรีรัมย์ เปิดเผยว่า วันนี้ตนเข้ายื่นหนังสือถึงประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ประเด็นเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 2 ประเด็น
ประเด็นแรก คือ กรณีบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ด ที่สามารถระบุตัวตนผู้ลงคะแนน ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสส. มาตรา 96 ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ ซึ่งเรื่องนี้ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยเอาไว้แล้ว ฉะนั้นการเลือกตั้งครั้งนี้ ต้องเป็นโมฆะเท่านั้น ทั้งนี้ ตนดีใจที่เห็นว่าพรรคเพื่อไทยจะส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเช่นกัน
ประเด็นที่ 2 คือ จำนวนบัตรไม่เท่ากัน โดยพบว่าบัตรเลือกตั้งสส.แบบบัญชีรายชื่อ มากกว่าจำนวนบัตรเลือกตั้งสส.แบบแบ่งเขต ซึ่งเป็นไปได้อย่างไร อย่างไรก็ตาม เมื่อย้อนกลับไปจะพบว่าบัตรเลือก สว.ก็มีบาร์โค้ดเช่นกัน
“แบบนี้จะเอายังไงครับพี่แหวง เอายังไง สว.อลงกต วรกี เพราะมีบาร์โค้ดเช่นเดียวกัน แสดงว่าการเลือกตั้งก็ไม่เป็นความลับ แต่อย่ามาบอกว่าขนาดการฮั้วยังไม่ผิด ไอ้แค่นี้จะมาผิด ก็ดู ก็ฝากพรรคเพื่อไทย รวมถึงตัวผมจะไปยื่นในคราวเดียวกันเลยว่าการเลือกตั้ง สว.ให้เป็นโมฆะเช่นเดียวกัน” นายภัทรพงศ์ กล่าว
นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีบุคคลนิรนามส่งหนังสือร้องเรียนมาถึงตนว่า กกต. โดยนายแสวง บุญมี เลขาธิการกกต. เป็นคนออกกฎระเบียบทุกอย่าง เกี่ยวกับการพิมพ์เอกสารแนะนำตัวสส. การจัดพิมพ์เอกสารลงประชามติ เขาบอกว่าส่อว่าจะฮั้วประมูล หมายความว่าล็อกเป้าเอาไว้แล้วว่าจะให้ใครเป็นคนจัดพิมพ์ ซึ่งมีเอกสารทุกอย่าง
พอพูดถึงตรงนี้ ตนก็สงสัยว่าข้าวแกงที่ประชาชนเลี้ยงนั้น ไม่อิ่มท้องหรือ มีเงินเดือนเป็นแสน มีรถประจำตำแหน่ง มีคนขับให้นั่ง ถ้าไม่พอใช้ก็ใช้ประหยัดๆ บาทเดียวก็เอา สลึงเดียวก็เอา ดังนั้น นี่จึงเหมือนยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว
นัดแรกคือได้ส่วนต่าง เอาคนของตัวเองไปทำหรือไม่ ส่วนที่ 2 อยากพิมพ์เท่าไหร่ก็ได้ ควบคุมได้หมด ประเทศไทยมาถึงจุดนี้แล้ว ดังนั้น ถึงวันนี้การเลือกตั้งครั้งนี้จะต้องจบลงด้วยการเป็นโมฆะ
“เรื่องบาร์โค้ด ถ้าอยากรู้ว่าใครเป็นคนกา ผมพูดถึง สส. สมมติทหารหน่วยหนึ่ง ประกอบด้วยข้าราชการทหาร พลทหาร และครอบครัวของทหาร ถ้าคนพวกนี้ไปเลือกคนต่างชาติ ก็อาจจะโดนหรืออาจจำเอาไว้ให้ดี หลังเลือกตั้งบางพรรคอาจจะแจกโค้ดรหัสให้เข้าถึง Server ของ กกต. แล้วไปดูว่าหัวคะแนนบ้านไหน เจาะแต่ละหลัง อาจจะเล่นกันอย่างนั้นเลยก็ได้ ซวยแล้วทีนี้” นายภัทรพงศ์ กล่าว
เมื่อถามถึงเอกสารของผู้ร้องที่ส่งมาเกี่ยวกับการจัดเอกสาร นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า กรณีนี้เป็นหนังสือเอกสารแนะนำตัว เอกสารมีกว่า 9 ฉบับ ระบุหมดว่าเขียนว่าอย่างไร นายแสวงตอบกลับไปว่าอย่างไร เป็นไปได้อย่างไร ในขณะที่งบประมาณของ กกต.ยังไม่ออก มีหรือไม่คนที่ใจดีเช่นนั้น ถ้าไม่ใช่โรงพิมพ์ของตัวเองหรือพรรคพวกของตัวเอง หรือคุยกันก่อน ล่วงหน้า มีซัมติงกันหรือเปล่า
เรื่องนี้เห็นว่าไม่ถูกระเบียบที่ให้มีการจัดพิมพ์ก่อน โดยที่งบยังไม่ออก ที่สำคัญคือไม่มีการประกวดราคาอย่างเป็นธรรมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์
“ผมประกาศว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ ต้องมีคนรับผิดชอบ ประกาศเล่นรายจังหวัดเลย เอากรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ตั้งแต่ระดับชาวบ้าน หมู่บ้านแก๊ง 4 โฟว์ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายกอบต. ส.อบต อสม. พวกนี้ ไล่มาจนถึงนายอำเภอจะต้องติดคุก ส่วนในส่วนกลางผมจะรวบรวมคนไทย ร่วมลงรายชื่อ ซึ่งผมจะจัดการฟ้องเองเลย กกต.ทั้ง 7 บวกกับพี่แหวง” นายภัทรพงศ์ กล่าว
เมื่อถามว่ามองอย่างไรที่ก่อนหน้านี้กกต.ทาบทามนายอำเภอให้มาเป็นประธานกกต.เขต นายภัทรพงศ์ กล่าว ตนได้ยินข่าวทำนองว่าให้นายอำเภอ สั่งการฝ่ายปกครองทำคะแนนคู่ขนาน ถ้าถามว่าตนรู้สึกอย่างไร ต้องบอกว่าแค่นี้ยังฉิบหายไม่พอหรือ
เมื่อถามย้ำว่าหมายถึงมีการแทรกแซงหรือไม่ นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า แทรกแซง แล้วเราจะมีกกต.ไปทำไม ตนขอประกาศเนื่องจากมีการพูดว่าเราไม่ยอมรับกติกา หรือแพ้แล้วพาล หรือ เพราะตนไม่อยากไปวิ่งแก้ผ้า ขอตอบว่าเป็นเรื่องไร้สาระ เรารับไม่ได้ คล้ายกับคนเล่นไพ่ซ่อนไพ่ แล้วเอาไพ่ที่ซ่อนนั้นโขกเข้าไปในกอง บ้าหรือเปล่า แพ้แล้วไม่อยากจ่าย เราแค่รับไม่ได้กับกติกาแบบนี้
เมื่อถามว่าเรื่องบาร์โค้ดนั้นทางกกต.ชี้แจงว่าเป็นระบบรักษาความปลอดภัยและติดตามว่าเป็นบัตรของหน่วยไหน นายภัทรพงศ์ กล่าว ถามคำเดียว ใครเป็นคนการู้หรือไม่ ถ้าไม่รู้ก็จบ ตนไม่ติดใจ แต่ถ้ารู้ ก็ต้องให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะง่ายๆ เลย
นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า อยากวอนไปยัง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทำตัวให้มันกลางๆ เอาหูไปนา เอาตาไปไร่ ไม่ใช่จะรับใช้แต่องค์กรอิสระแบบไม่หูลืมหูลืมตา ทำนองว่าเอาขาลงเรือลำเดียวกันแล้วแบบนั้นไม่ถูกต้อง ฝากไปถึงผบ.ตร.ด้วย
เมื่อถามถึงกรณีร้องศาลรัฐธรรมนูญ เกี่ยวกับเรื่องบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ด นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า ไม่ใช่ศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากเราไม่มีสิทธิ์อยู่แล้ว ถ้าตนไปยื่นเรื่องนี้ต่อศาลรัฐธรรมนูญ แล้วศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าตนไม่มีส่วนได้เสียโดยตรง ก็ต้องผ่านผู้ตรวจการแผ่นดิน สภาสูงสภาล่าง แบบนี้ตนจะถูกมองว่ารับงานฝ่ายการเมืองมาเพื่อให้ตีตก หลังจากตนไปยื่นเรื่องไม่สำเร็จ ไม่มีใครมาอีก ดังนั้น เข้าตามตรอกออกตามประตู ตนก็จะไปช่องทางปกติ
“ภายใน 15 วัน ถ้าผู้ตรวจการแผ่นดินไม่ดำเนินการ ผมถึงจะไปยื่นโดยตรงที่ศาลรัฐธรรมนูญ และเชื่อว่าประเด็นนี้ศาลต้องรับ และผมจะต้องได้เบิกความ อธิบายขยายความด้วยตัวเองได้แน่นอน สำหรับคดีนี้ และผมจะล้มการเลือกตั้งครั้งนี้ให้จงได้”นายภัทรพงศ์ กล่าว
จากนั้นนายภัทรพงศ์ ได้ไปยังสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อยื่นเรื่องดังกล่าวแล้ว