ธรรมนัส ปัดรวมเสียงพรรคเล็ก ต่อรองเก้าอี้ภูมิใจไทย ลั่นจุดยืนอยู่ที่ ก.เกษตรฯ แต่อยู่ที่ไหนก็ได้ โอดถ้าไม่สานต่อนโยบายก็อยู่ลำบาก ยันไม่ได้คุย ‘เนวิน’ ชี้ อย่าดึงท่านลงมาเกี่ยว
เมื่อเวลา 15.16 น. วันที่ 16 ก.พ.2569 ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการจับมือร่วมรัฐบาล ว่า ตนได้ติดตามข่าว แต่ไม่ได้ให้ข่าว มีแต่สื่อที่เสนอข่าวไปเอง ทั้งที่ยังไม่ได้คุยกับใครเลย ยังไม่มีการต่อรอง
โดยหลักแล้ว การจัดตั้งรัฐบาลต้องดูความชัดเจนก่อนว่า กกต.รับรองคะแนนการเลือกตั้งหรือไม่ และรับรองถึง 95% ก่อนถึงจะคุยกัน การที่เห็นปรากฏการณ์เกิดขึ้น ตามที่นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทยได้แถลงข่าวไป
เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยและพรรคเล็ก ออกตัวร่วมรัฐบาลไปก่อน ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตามที่นายไชยชนกให้สัมภาษณ์ว่าไปแสดงความยินดี และสนับสนุนนายอนุทิน เป็นนายกฯ เหลือเพียงพรรคกล้าธรรมพรรคเดียวที่ยังไม่ได้ไป
ผู้สื่อข่าวถามถึงจุดยืนพรรคกล้าธรรม ร.อ.ธรรมนัส ก้มหน้ามองเท้าที่ยืนหน้าบันไดกระทรวงเกษตรฯ และกล่าวว่า “จุดยืน ก็ยืนอยู่ที่นี่ ที่ตั้ง ทุกครั้งจะสังเกตเห็น ผมไม่เคยไปออกหน้าหรือสู่ขอใคร ส่วนใหญ่จะให้หัวหน้าพรรค และเลขาธิการพรรคเป็นคนทําทุกครั้ง”
เมื่อถามว่าพรรคกล้าธรรมจะติดต่อไป หรือรอให้พรรคภูมิใจไทยติดต่อมา ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ได้คุยกับหัวหน้าพรรคกล้าธรรมแล้ว ต้องรอดูความชัดเจนผลการเลือกตั้งเป็นอย่างไร การที่ออกหน้าออกตัวก่อนก็ดูกระไรอยู่
การจัดตั้งรัฐบาลครั้งที่แล้ว เห็นว่ามีการจับมือระหว่างพรรคกล้าธรรมกับพรรคภูมิใจไทย โดยมารยาทแล้ว ต้องอยู่นิ่งๆ ให้พรรคภูมิใจไทยฐานะพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลดำเนินการก่อน อันนี้เป็นมารยาททางการเมือง แต่พรรคอื่นตนไม่ทราบ พรรคส่วนใหญ่ที่ไปพรรคภูมิใจไทยเป็นการมอบตัว หรือไปแสดงความยินดีมากกว่า
เมื่อถามถึงกระแสข่าวพรรคภูมิใจไทย ไม่รับพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาลนั้น ร.อ.ธรรมนัส ย้อนถามว่า ได้ยินมาจากใคร เพราะได้ยินมาจากสื่อที่พูดกันเอง
เมื่อถามถึงบุคคลในพรรคภูมิใจไทย แสดงความอึดอัดหากพรรคภูมิใจไทยจะร่วมรัฐบาลกับพรรคกล้าธรรม ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า “ผมจะเปรียบเทียบให้ดู เราอย่าไปโจมตีหรือพูดประเด็นพรรคโน้นพรรคนี้ อย่างบ้านเก่าของตนเอง ก็จะมีตัวเสี้ยมเยอะ คนนั้นไปพูดอย่างนี้ แล้วคนกลุ่มนี้ไปอยู่ที่นั่นหมด อันนี้ผมไม่ทราบ”
ผู้สื่อข่าวถามว่า จุดยืนพรรคกล้าธรรมยังคงยึดกระทรวงเกษตรฯ อยู่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ขอพูดตรงนี้และฟังตนให้ชัด การเป็นนักการเมือง คุณจะไปยึดกระทรวงนั้นกระทรวงนี้ มันไม่ใช่ การจัดสรรหรือเจรจาอยู่ที่แกนนำพรรค ไม่ใช่ว่าตนจะอยู่ที่นี่ตลอดเวลา เป็นการผิดมารยาทมาก
ย้ำว่าการพูดจาเป็นสิ่งสําคัญ ตนเองจึงเลือกที่จะไม่พูด ฟังแต่สื่อนําเสนอข่าวมา 2-3 วัน การวิตกกับเหตุการณ์ที่ยังไม่เกิดขึ้น เป็นสิ่งน่ากลัวที่สุด
ส่วนที่พรรคภูมิใจไทยต้องการกระทรวงเกษตรฯ เพื่อให้ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ เป็นผู้บริหารรวมกับกระทรวงพาณิชย์นั้น ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า มีแต่สื่อนำเสนอเองทั้งนั้น และพูดถึงสื่อบางสํานักที่ขึ้นอยู่กับพรรคนั้น พรรคนี้ เสนอข่าวให้คนทะเลาะกัน ขอร้องอย่าทำ อะไรถ้าไม่ได้จาก 3 ปาก ตนเอง หัวหน้าพรรคกล้าธรรม และเลขาธิการพรรค ไม่ใช่แน่นอน
ย้ำว่ากล้าธรรมไม่ไปเดินเกมรวบเสียงพรรคเล็กเพื่อไปต่อรองกับพรรคภูมิใจไทย เพราะการตั้งรัฐบาลชุดที่แล้ว เราก็อยู่ด้วยกัน ตนจะทำไปเพื่ออะไร แม้จะมีหลายพรรคโทรมาหาตนว่า หาก ร.อ.ธรรมนัส จะไปทางไหนก็จะไปด้วย ก็แค่นั้นเอง และมารยาททางการเมืองต้องฟังพรรคแกนนําก่อน อย่าไปแสดงตัวว่าอยากจะเป็นหรือไม่อยากเป็น หรือต่อต้าน ไม่ใช่สไตล์ตนเอง
สไตล์ตนเองคือ ไม่เคยคิดจะทำใครก่อน เราก็ยังไม่มีข้อบาดหมางใจกัน ส่วนการเลือกตั้งที่ผ่านมามองเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่เช่นนั้นก็เป็นการฮั้วเลือกตั้ง สส.เป็นมนุษย์พันธุ์พิเศษ เมื่อลงสนามไม่ฟังใครทั้งนั้นแม้แต่แกนนำพรรคกล้าธรรม
เมื่อถามถึงนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ว่าไม่ขัดหากพรรคกล้าธรรมจะมาเป็นฝ่ายค้าน ตรวจสอบรัฐบาล และการทํางานไม่จําเป็นต้องไปทิศทางเดียวกัน ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า รอให้ กกต.รับรอง อย่าพูดไปไกลกว่านั้น รอให้ กกต.รับรองก่อน วันนี้การเลือกตั้งยังไม่รู้เลยว่าจะเป็นอย่างไร วันนี้มีคนไปร้องจํานวนมาก
ย้ำว่าพรรคกล้าธรรมเป็นอะไรก็ได้ ขอให้ได้ทําหน้าที่ให้ดีที่สุด แต่หากได้นั่งที่เดิม กจะทำตามนโยบายที่หาเสียงกับประชาชนต่อได้ แต่ถ้าพรรคหลักอยากจะเอาไปทำ เราไม่มีปัญหา ขอให้ทำนโยบายที่เป็นประโยชน์กับประชาชน ตนเชื่อว่าไม่ว่าจะพรรคไหน ใครนั่งตรงนี้ หากนโยบายที่ตนทำมา ถ้าไม่เอามาทำก็อยู่ลำบาก ย้ำว่า ตนไม่มีข้อเสนออะไรให้พรรคภูมิใจไทย
ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าได้พูดคุยกับนายเนวิน ชิดชอบ ครูใหญ่พรรคภูมิใจไทยแล้วหรือยัง ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับนายเนวิน อย่าดึงท่านลงมา พรรคกล้าธรรมจะตัดสินใจทําอะไร เป็นอํานาจของหัวหน้าพรรค และเลขาธิการพรรค
ส่วนตนเองจะไปคุยหลังไมค์ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ส่วนทิศทางของพรรคกล้าธรรมจะเป็นอย่างไร ให้รอผลการประชุมสส.ในวันพฤหัสบดีนี้
ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม กล่าวว่า ตอนนี้ปัญหาสุญญากาศการเมืองเป็นเรื่องสําคัญ เพราะไม่รู้ว่าจะได้จัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ ขอสื่ออย่าทําให้สถานการณ์การเมืองนั้นเลวร้าย
ส่วนที่ประชาชนไปร้องเรียน กกต. ว่ากกต.อาจจะทําผิดกฎหมายการเลือกตั้งเสียเอง ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า นักวิชาการหลายคนก็โทรมาหาตนเอง ตนบอกไปว่า เรื่องนี้ไม่ทราบ ทั้งเรื่องบาร์โค้ด หรือบัตรเขย่ง เพราะมีหน้าที่หาเสียง เมื่อการเลือกตั้งจบก็จบ หากผลศาลได้วินิจฉัยว่าผิดจริงก็เป็นเรื่องที่น่าห่วงที่สุด
แต่ตอนนี้ทุกพรรคมองแต่ว่าจะได้ร่วมรัฐบาลได้ อันตรายมาก ได้นั่งกระทรวงนั้นกระทรวงนี้จะลืมไปว่าเบื้องหลังมันอันตรายมากกว่า จะทําให้บ้านเมืองเดินไปได้อย่างไร ส่วนการเมืองจะสะดุดหรือไม่ และมาให้ข่าวกับสื่อว่า พรรคนั้นจะได้นั่งกระทรวงนี้ ทำให้ข้าราชการวางตัวลำบาก อันนี้สะดุดและน่ากลัวที่สุด
แต่สิ่งที่ กกต.กังวลที่สุดคือทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง เพราะสังคมให้ความสนใจ เป็นเรื่องที่น่ากังวลพอสมควร แต่ถ้าหาก กกต.ยังไม่รับรองผลการเลือกตั้ง พรรคกล้าธรรมก็จะรอต่อไป จะเป็นรัฐมนตรีรักษาการไปเรื่อยๆ แต่ถ้าผลการตัดสินของศาลระบุว่าผิดจริง พรรคกล้าธรรมก็พร้อมข้าสู่การเลือกตั้งใหม่ และมั่นใจว่าจะได้ สส.ไม่ลดลงแน่นอน
ส่วนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 17 ก.พ.นี้ ก็จะพบกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เจอกันที่สถานทูตจีน ได้ให้กําลังใจกันและกัน ย้ําว่าตนกับนายอนุทิน ไม่มีอะไรจริงๆ
เมื่อถามว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมา กินแหนงแคลงใจกันเรื่องการเลือกตั้งหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า คิดว่าระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคเพื่อไทยน่าจะแรงกว่าตน โดยพรุ่งนี้ถ้ามีโอกาสจะทานข้าวเที่ยงกับนายอนุทิน ไม่มีต้องหนี ไม่มีโกรธกัน ขอสื่ออย่ามโนไปเอง