กกต. ตอบผู้ตรวจการแผ่นดิน พิมพ์บาร์โค้ดไม่ผิดระเบียบฯ ทนายรณณรงค์ ยื่นร้องเพิ่ม จี้เร่งส่งศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาด

เมื่อวันที่ 19 ก.พ.2569 ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานมูลนิธิรณณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ยื่นคำร้องเพิ่มเติมต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน กรณีเสนอเรื่องพร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่า

ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2566 ข้อ 129 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 มาตรา 32 และ มาตรา 34 หรือไม่ จากเหตุพิมพ์บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง

นายรณณรงค์ กล่าวว่า วันนี้มายื่นเพิ่มเติมตามที่ผู้ตรวจการแผ่นดินประสานมา โดยยื่นในประเด็นข้อกฎหมายที่กำหนดให้ กกต.สามารถทำสัญลักษณ์บนบัตรเลือกตั้งได้ เข้าข่ายละเมิดสิทธิเสรีภาพขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ตนไม่ได้สนเรื่องบัตรเขย่ง การเก็บต้นขั้วแยก หรือ ไม่แยก เพราะต้องการให้ผู้ตรวจการแผ่นดินเร่งสรุปส่งเรื่องนี้ไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย จึงยื่นในประเด็นข้อกฎหมายเท่านั้น

ทราบว่ากกต. ได้มีหนังสือตอบกลับไปยังผู้ตรวจการแผ่นดิน แล้วเมื่อวานนี้(18 ก.พ.) จึงเห็นว่าผู้ตรวจการแผ่นดินไม่ต้องแสวงหาข้อเท็จจริงเพิ่มในประเด็นของตนและให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความเลย ส่วนผู้ร้องคนอื่นที่ติดใจว่า บัตรเขย่ง ต้องนับคะแนนใหม่หรือไม่ ก็ให้รอรอบสอง ขอคำร้องของตนไปศาลรัฐธรรมนูญก่อน

แต่หากผู้ตรวจการแผ่นดินมีมติไม่ส่งศาลรัฐธรรมนูญภายใน 1-2 วันนี้ จะมีประชาชนจากทั่วสารทิศมายื่นเรื่องแบบตน ซึ่งอยากดูเหมือนกันว่าทำไมการไปศาลรัฐธรรมนูญมันยากเย็นขนาดนี้

“แค่ให้ดูว่าการทำบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง มันละเมิดสิทธิ์ขั้นพื้นฐานของประชาชนหรือไม่ ทำไมมันยากเย็นขนาดนี้ เพราะกกต.ตอบผู้ตรวจการแผ่นดินไปแล้วว่า ทำถูกต้องตามระเบียบ ผมเลยบอกทางผู้ตรวจการแผ่นดินว่า ระเบียบที่กกต.บอกว่าถูกต้อง มันขัดรัฐธรรมนูญ ช่วยเสนอศาลรัฐธรรมนูญให้หน่อย ผมขอแค่ประเด็นนี้เลย”

เมื่อถามว่าบัตรเลือกตั้งปี 2566 ก็มีบาร์โค้ด ฉะนั้นการเลือกตั้งปี 66 ต้องเป็นโมฆะด้วยหรือไม่ นายรณรงค์ กล่าวว่า เราต้องแยกส่วนกัน ที่ร้องไปตนโฟกัสแค่การเลือกตั้งครั้งนี้ ส่วนใครจะเอาผลไปใช้กับการเลือกตั้งครั้งอื่นเป็นเรื่องหลังจากนั้น

แต่ในครั้งนี้ ตนเขียนคำร้องว่า กกต.ละเมิดสิทธิ์ของผู้เลือกตั้งอย่างไร รัฐธรรมนูญมาตรา 32, 34 เขาให้การแสดงความคิดเห็น การแสดงออกทางการเมือง เป็นเรื่องของความลับ ซึ่งยังไม่ต้องกากบาทในบัตรเลือกตั้งเลย ใครก็ไม่มีสิทธิ์ไปรู้ว่า ตนมีความคิดเห็นทางการเมืองอย่างไร

การที่กกต.ทำบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง มันทำให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั้งประเทศเกิดความหวาดกลัว กลัวคนจะรู้ว่าเขาเลือกพรรคไหน กาสีอะไร เพราะมันอาจทำให้เขาตกงานได้ นี่เป็นประเด็นหนึ่งที่ยื่นร้องไปยังผู้ตรวจการแผ่นดิน

เมื่อถามว่ากกต.ยืนยันว่าได้สร้างระบบป้องกันไว้ 3 ชั้น ไม่สามารถสร้างความสบายใจให้กับประชาชนได้ใช่หรือไม่ นายรณณรงค์ กล่าวว่าครอบครัวของตนเป็นเหยื่อของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เงินที่จะได้รับการคุ้มครองจากภาครัฐ ไม่เห็นมีสุนัขที่ไหนคุ้มครองให้ตนได้เลย ตนต้องออกมาปกป้องสิทธิ์ของตัวเอง

เรื่องบัตรเลือกตั้งหากวันดีคืนดี เขาอยากจะไปดู เชื่อว่าเขาคงไม่ทำตามกฎหมาย อย่ามาพูดเลย ถึงเวลาก็หายหัวกันหมด จึงคิดว่าต้องมาปกป้องสิทธิ์ของตัวเอง ซึ่งเป็นสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ ใครก็ไม่มีสิทธิ์รู้ว่าตนเลือกพรรคไหน

นายรณรงค์ กล่าวกรณีนายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ ต้องการให้สอบเรื่องบัตรเขย่งก่อนว่า ตนมองว่าการจะทำเรื่องดังกล่าวมันต้องไปแสวงหาข้อเท็จจริง มันจะยิ่งทำให้การยื่นศาลรัฐธรรมนูญเกิดความล่าช้าเพราะต้องรอให้กกต และผู้ตรวจการแผ่นดินแสวงหาข้อเท็จจริงก่อน จะเสร็จเมื่อไหร่ก็ไม่รู้

เมื่อเราไม่รู้ว่าเสร็จเมื่อไหร่ ผลกระทบมันก็จะเยอะขึ้น สมมติส่งไปศาลแล้วตัดสินมาว่าผิดหรือถูก เรื่องมันยังไม่เสียหายเยอะ สส.ยังไม่ได้โหวตกฎหมายเยอะ เรื่องก็จะจบง่าย ที่พูดไม่ได้หมายความว่าการเลือกตั้งจะเป็นโมฆะ ตนรอศาลอย่างเดียว

เมื่อถามว่ากกต.จะต้องรอการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งก่อนหรือไม่ นายรณรงค์ กล่าวว่า กกต.มีสิทธิ์ตามกฎหมายและมีขั้นตอนที่ต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ท่านต้องปฏิบัติตามกฎหมายเดิมของท่านไปก่อน

ดังนั้น เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายมากขึ้น จึงอยากให้ผู้ตรวจการแผ่นดินเร่งส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ถ้าการเลือกตั้งเป็นโมฆะ เวลาสส. ไปโหวตกฎหมายจะได้ไม่มีปัญหา แต่ถ้ามันสมบูรณ์ก็จะได้สบายใจ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน