อภิสิทธิ์ ยังไม่ปิดประตูร่วมรัฐบาล พร้อมรับสายภูมิใจไทย ยันไม่ดิ้นรน ทำได้ทั้งฝ่ายค้าน-รัฐบาล เหน็บ กล้าธรรมมี 58 เสียง ไม่มีใครรุมจีบ แนะรัฐบาลหากย่ามใจเพราะมีอำนาจเยอะ อาจเป็นจุดพลิกผันนำไปสู่จุดจบได้

เมื่อวันที่ 20 ก.พ.2569 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ผ่าน รายการกรรมกรข่าว คุยนอกจอ ถึงความชัดเจนการทำหน้าที่ฝ่ายค้านในสภาฯ ว่า ตนไม่ประกาศเช่นนั้น โดยระบบของพรรค เป็นอำนาจกรรมการบริหารพรรค(กก.บห.) และสส. ซึ่งได้คุยเบื้องต้นว่า จะอยู่เฉยๆ ไม่รอรับสายโทรศัพท์ แต่หากโทรศัพท์มาพร้อมรับ ไม่ปิดเครื่อง

ทั้งนี้ พรรคไม่มีการมอบตัวก่อนเด็ดขาด หากได้เข้าไปคุยแสดงว่าเขามาตาม และการไปฟัง ไม่ใช่ฟังเฉยๆ เพราะต้องรักษาคำพูดกับประชาชนต่อเงื่อนไขร่วมรัฐบาลที่ต้องไม่มีพรรคกล้าธรรม ไม่มีทุนเทา ไม่มีการครอบงำ และ ไม่มีการสร้างความแตกแยก

เมื่อถามถึงกรณีผู้นำทางจิตวิญญาณของพรรคภูมิใจไทย เรียกว่าครอบงำหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังไม่มีอะไรที่ไปถึงประเด็นนั้น แต่ต้องพูดให้ชัดว่าการบริหารราชการแผ่นดิน ต้องไม่ถูกแทรกแซง ไม่ครอบงำ ตนไม่สามารถพูดล่วงหน้าได้ แต่เรื่องทุนเทามีข้อมูลอยู่ หากจะไปร่วม ต้องตอบโจทย์ว่า นโยบายเรื่องใดที่มั่นใจได้ว่าทำสำเร็จ

“ผมไม่ได้ดิ้นรน เพราะพรรคการเมืองต้องพร้อมทำหน้าที่ในฐานะฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล ขณะนี้พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคขนาดเล็ก ที่มีจุดยืน ส่วนที่ยังไม่ประกาศชัดเจนว่าเป็นฝ่ายค้าน เพราะดูหักหาญกันไปหน่อย เนื่องจากไม่มีปัญหากันขนาดนั้น” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

เมื่อถามว่ามองการจัดตั้งรัฐบาลรอบนี้อย่างไร นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทย ถือว่าได้เสียงข้างมากที่ทำให้ได้เป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ ขณะนี้แม้จะไม่มีพรรคกล้าธรรมร่วมรัฐบาล ก็มีเสียงจัดตั้งรัฐบาลได้กว่า 290 เสียง ขณะที่ฝ่ายค้านมี 210 เสียง ซึ่งจำนวนเสียงต่างกันมาก

ดังนั้น หากวิเคราะห์ว่าจะดึงพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมมีเหตุผลอะไร ตนมองว่าเพื่อป้องกันพรรคเพื่อไทยตีรวน หรือถอนตัว เมื่อพิจารณาจากเสียงที่พรรคกล้าธรรมมี 58 เสียง จะมีน้ำหนักมากกว่า หากเทียบกับพรรคประชาธิปัตย์ที่มี 22 เสียง

“พรรคเพื่อไทยมี 74 เสียง หากดึงประชาธิปัตย์ 22 เสียงเข้าไป ยังลำบาก แต่หากเป็นพรรคกล้าธรรม 58 เสียง สามารถหักลบกับเพื่อไทยได้เกินครึ่ง หากมีปัญหาจริง พรรคภูมิใจไทยไม่สะเทือน และผมมองว่าการจัดตั้งรัฐบาลขณะนี้ พรรคภูมิใจไทยไม่จำเป็นต้องรีบเพราะไม่มีพรรคใดตั้งรัฐบาลแข่ง แม้จะอยู่นิ่งๆ ยังมีอำนาจต่อรองสูงสุด” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้แกนนำพรรคกล้าธรรมโต้พรรคประชาธิปัตย์หลังประกาศไม่จับมือ และตอบกลับให้คอยดูเถอะ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ไม่เป็นปัญหา ผมก็ตอบว่าให้คอยดูเถอะเช่นกัน เพราะพรรคที่ได้ สส. 58 เสียง ทำไมไม่มีใครรุมจีบ”

เมื่อถามถึงการแสดงจุดยืนตอนเลือกตั้งว่าจะเป็นพรรคที่มากำหนดเกม หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่สามารถทำได้ ด้วยเสียง สส.ที่มี 22 คน เมื่อประชาชนให้มาเท่านี้ ก็พร้อมทำหน้าที่ต่อ ทั้งการตรวจสอบทุนเทา ต่อต้านนโยบายที่สร้างความแตกแยก

งานแรกที่จะทำคือ การยื่นตรวจสอบรัฐมนตรีที่มีปัญหาจริยธรรม โดยกรณีดังกล่าวไม่ใช่เป็นการใช้กลไกศาลรัฐธรรมนูญเพื่อทำลาย หรือกลั่นแกล้งคนอื่น หรือฝ่ายตรงข้าม แต่เมื่อรัฐธรรมนูญให้กลไกตรวจสอบเมื่อพบว่าผิดจริง ก็ต้องถูกยื่นตรวจสอบ

“ถ้าสมมติว่าจะมาชวนร่วมรัฐบาล และมีคนที่จะถูกยื่นตรวจสอบจริยธรรมอยู่ด้วย ผมก็ไม่ร่วม พรรคประชาธิปัตย์พร้อมเป็นพลังทางการเมืองที่จะตรวจสอบอย่างเอาจริงเอาจัง เพื่อสร้างมาตรฐานทางการเมือง” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

เมื่อถามว่าประเมินทิศทางการเมืองหลังจากนี้เป็นอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า หากการเลือกตั้งเรียบร้อย หรือต่อให้ไม่เรียบร้อย เพราะคาดการณ์กันว่าอาจต้องลงคะแนนใหม่ เชื่อว่าจะไม่มีผลที่ทำให้เปลี่ยนแปลงรัฐบาลในเชิงตัวเลขได้ และจะเป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพในเชิงตัวเลข มีโอกาสทำงานผลักดันนโยบายได้

หากถามว่าจะอยู่ครบเทอมหรือไม่ ตนมองว่าถ้าไม่ทำอะไรให้เกิดปัญหา ไม่ทำอะไรไม่ถูกต้อง หรือทำอะไรที่สะดุดขาตัวเอง ก็อยู่ได้

เมื่อถามย้ำว่ามีการวิเคราะห์ว่ารัฐบาลจะอยู่รอดปลอดภัยจากการตรวจสอบโดยองค์กรอิสระ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถ้าเป็นแบบนนั้น จะทำให้เกิดการสะสมของความรู้สึกที่ไม่ดี ตนไม่ติดใจที่รัฐบาลจะมีเสียงเกิน 300 เสียง แต่หากพูดถึงความเบ็ดเสร็จในอำนาจที่ครอบคลุมถึง สว. องค์กรอิสระ และศาล ถือเป็นอันตราย เพราะอาจถูกมองว่าใช้อำนาจเกินขอบเขต

“ต่อให้ไม่ว่ารัฐบาลจะอยู่ฝ่ายอนุรักษ์หรือฝ่ายไหน อย่าประมาท หากย่ามใจเพราะมีอำนาจเยอะ ในที่สุดอาจเป็นจุดพลิกผัน และนำไปสู่จุดจบได้” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน