พปชร.งานเข้า! สนธิญา ร้อง กกต. สอบจริยธรรม ปมไม่สนับสนุนค่าใช้จ่ายผู้สมัครอย่างเป็นธรรม เชื่อปมบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด ไม่ทำเลือกตั้งโมฆะ ปูดซื้อเสียงมหาศาล 1 พรรคใช้ 3,000 ล้าน

เมื่อวันที่ 24 ก.พ.2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) นายสนธิญา สวัสดี ผู้สมัคร สส.สมุทรสาคร เขต 2 พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ยื่นคำร้องต่อกกต. ขอให้ตรวจสอบจริยธรรม กรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กรณีส่งผู้สมัคร สส. แล้วไม่สนับสนุนเงินค่าใช้จ่าย ตนเป็นผู้สมัครสส. ถึงวันนี้ยังไม่ได้รับเงินสนับสนุนจากพรรคแม้แต่สตางค์แดงเดียว

จึงเข้าลักษณะหัวหน้าพรรค กก.บห. เลือกปฏิบัติสนับสนุนเฉพาะบุคคลที่ถูกอกถูกใจทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมในพรรค ซึ่งตนยังได้รับการร้องเรียนจากสมาชิก 50-60 คน จึงต้องนำเรื่องนี้มายื่นร้องต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง เพื่อให้ตรวจสอบและสั่งให้หัวหน้าพรรคและ กก.บห. ยุติการปฏิบัติหน้าที่ และหากผลการตรวจสอบเป็นจริง ผู้ที่ถูกร้อจะไม่สามารถดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้

นายสนธิญา ยังเรียกร้องให้ กกต. ตรวจสอบว่า ในการเลือกตั้งที่ผ่านมา พรรคพลังประชารัฐมีการสนับสนุนด้านการเงิน แก่บุคคลหรือกลุ่มใดเป็นการเฉพาะหรือไม่ และหากมีข่าวว่าพรรคได้รับเงินสนับสนุนจากผู้สนับสนุนรายใหญ่ เงินดังกล่าวถูกนำไปใช้หรือจัดสรรอย่างไร

รวมทั้งตรวจสอบรายรับรายจ่ายของพรรค ว่ามีการโอนเงินสนับสนุนแก่ผู้สมัครรายใดหรือไม่ และ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ กกต. กำหนด ซึ่งกำหนดเพดาน ค่าใช้จ่ายในการหาเสียงไม่เกิน 1.9 ล้านบาทต่อคน นับ ตั้งแต่มีพระราชกฤษฎีกายุบสภาจนถึงวันเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2569

นอกจากนี้ยังขอให้ กกต. ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งอย่างเด็ดขาด หากมีการเพิกเฉยหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ อาจเข้าข่าย ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

นายสนธิญา ระบุว่า ในสัปดาห์หน้าจะยื่นหนังสือต่อกกต. ให้เร่งรับรองสส.ทั้ง 500 คน โดยเร็ว เพราะหลายอย่างรัฐบาลรักษาการทำไม่ได้ มันเสียเวลาประเทศ ควรรับรองไปก่อนแล้วสอยทีหลัง

ต่อข้อถามว่ากระแสคนส่วนใหญ่ที่อยากให้เลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่ นายสนธิญา กล่าวว่า มันเป็นความเห็นต่าง เราต้องมองประโยชน์ประเทศสำคัญกว่าเราเสียเวลามากมาแล้ว ส่วนเรื่องบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด ไม่ผิดนั้น ไม่ใช่ไม่ผิด แต่จุดประสงค์ของ กกต. เพื่อไม่ให้มีการปลอมแปลงบัตร

ทั้งนี้ ต้องมองกระบวนการทั้งระบบว่าลับหมดหรือลับเฉพาะบางส่วน ถ้าลับทั้งหมด ตอนนับคะแนนก็ต้องไม่ให้คนอื่นเห็น ส่วนตัวเห็นว่า ประเด็นนี้จะไม่ทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ

นายสนธิญา กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีการใช้เงินจำนวนมาก ก่อนเลือกตั้ง ผู้สมัครเข้าไปที่พรรคเขาบอกเลยว่าเตรียมเงินไว้แล้ว 35 ล้านบาท แจกหัวละ 500 บาท ซื้อเสียง 70,000 คน เขาหวังแค่ครึ่งเดียว 50 เปอร์เซ็นต์ สังเกตดูพรรคเหล่านั้นจะมีคะแนนเกิน 35,000 คะแนนตลอด เพราะเขาซื้อ 70,000 คน แต่หวัง 50 เปอร์เซ็นต์ คือ 35,000-42,000 คะแนน

ถามว่าถ้าไม่ซื้อเสียงเขาจะได้คะแนนเท่าไหร่ ดังนั้น ไปดูฐานคะแนนได้ ส.ส.ที่ได้คะแนน 35,000-42,000 คะแนน สัมพันธ์กับที่ตนพูดหรือเปล่า คาดว่าใช้เงินประมาณ 3,000 ล้านบาทต่อพรรค และเขายิงเข้าเป้าด้วย โดยพรรคนี้จะยิงเฉพาะเขตที่สู้ได้ และมีฐานคะแนนอยู่แล้ว

ยุทธวิธีคือใช้เงินในเขตที่สู้กับพรรคประชาชน โดยการซื้อเป็นการสมยอมระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย พรรคที่ซื้อเขาคุมได้ตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งแล้ว รู้เลยจะได้คะแนนเท่าไหร่ บ้านใหญ่คุมได้หมด กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม. ไม่มีใครบ้าเอาบาร์โค้ด คิวอาร์โค้ดไปตรวจสอบหรอก มันไร้สาระ

นายสนธิญา กล่าวว่า ได้รับการชักชวนจากนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ให้ไปทำงานการเมืองด้วยกัน แต่คิดว่าคงไม่ไป เพราะตนกลัวไดโนเสาร์ โดยคิดจะตั้งพรรคใหม่ชื่อว่าพรรคธรรมราษฎร์ ซึ่งมีความหมายว่าความเป็นธรรมของราษฎร

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน