ทนายอั๋น ร้อง ดีเอสไอ ดำเนินคดี ‘แสวง-7 เสือกกต.’ จัดเลือกตั้ง 69 ไม่สุจริต ส่อพิรุธเพียบ ขู่เปิดหลักฐานเด็ด เส้นทางเงินฮั้วสว. โยงขบวนการเดิมสัปดาห์หน้า

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 26 ก.พ.2569 ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ถนนแจ้งวัฒนะ นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ พร้อมด้วยภาคประชาชน กลุ่ม สว.สำรอง เพจแม่แนน น้องสมาร์ท รวมตัวกันเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)และ กกต. ทั้ง 7 คน กรณีจัดการเลือกตั้งสส. เมื่อวันที่ 8 ก.พ.69 และวันที่ 22 ก.พ.69 เป็นการกระทำผิดต่อกฎหมายหลายบท ต่างกรรมต่างวาระ

จึงประสงค์ขอให้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ สืบสวนสอบสวน เรียกสอบพยานพยานบุคคล รวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง และดำเนินคดีกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดการเลือกตั้งดังกล่าว พร้อมขอให้รับเป็นคดีพิเศษ โดยมีนายนทีธร มีชัย รองผู้อำนวยการกองบริหารคดีพิเศษ เป็นผู้แทนรับเรื่อง

นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า ในฐานะประชาชนผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง มิได้สังกัดพรรคใด เห็นว่าการจัดการเลือกตั้งทั้งสองวันมีข้อสงสัยเรื่องความสุจริตเที่ยงธรรม จึงยื่นร้องทุกข์กล่าวโทษฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

โดยอ้างถึงประเด็นบัตรเลือกตั้งผิดปกติ การนับคะแนนที่ถูกตั้งข้อสังเกต กรณีมีการคลุมกล้องวงจรปิด รวมถึงการปรากฏ QR Code และบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งตั้งคำถามถึงความเป็นความลับของผู้ใช้สิทธิ

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ กกต. ได้ประกาศรับรองผล สส.เขตจำนวน 396 ราย โดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. มาตรา 124 อย่างไรก็ตาม ผู้ร้องเห็นว่าควรมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้สิ้นข้อสงสัยเสียก่อน เพื่อธำรงหลักความโปร่งใสและความเชื่อมั่นของสาธารณชน

นายภัทรพงศ์ กล่าวถึงกรณีมีข้อกังขาเกี่ยวกับเส้นทางการเงินในคดีฮั้วเลือกสว. โดยระบุว่าจะเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมในสัปดาห์หน้า พร้อมเรียกร้องให้ดีเอสไอออกหมายเรียกผู้เกี่ยวข้องในบางพื้นที่มาสอบปากคำเพิ่มเติม เพื่อให้การสืบสวนครบถ้วนรอบด้าน

สำหรับประเด็นการถ่ายภาพหรือวิดีโอภายในหน่วยเลือกตั้ง นายภัทรพงศ์ เห็นว่า การบันทึกภาพมิใช่ความผิด เว้นแต่จะก่อให้เกิดการขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานหรือมีการบิดเบือนข้อมูล พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความเหมาะสมของการดำเนินคดีกับผู้ที่เข้าไปตรวจสอบการเลือกตั้ง

นายภัทรพงศ์ กล่าวถึงความคืบหน้าคดีที่ดินเขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับ การรถไฟแห่งประเทศไทย โดยยืนยันว่าจะเข้าให้การเป็นพยาน หากมีการพิจารณาคดีในชั้นศาลตามกำหนดนัดในเดือนเม.ย.และพ.ค.นี้

ด้านนายทิวา ลี้จากภัย ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายของทนายอั๋น กล่าวว่า ตามที่ กกต.ได้ดำเนินคดีกับนักวิชาการที่พยายามตรวจสอบบัตรเลือกตั้ง เพื่อตรวจสอบความเที่ยงธรรมในการเลือกตั้ง แต่ถูกแจ้งความในคดีรบกวนการเลือกตั้ง ขัดขวางการเลือกตั้ง ซึ่งการกระทำดังกล่าว ประชาชนมองว่าไม่ได้กระทำความผิด ฐานขัดขวางการเลือกตั้ง

ดังนั้น บุคคลที่ถูกแจ้งความ สามารถดำเนินคดีกลับได้ทันที หากได้รับหมายเรียกผู้ต้องหา เพราะถ้าไม่มีความผิดอาญาใดเกิดขึ้น แต่กลับถูกแจ้งความอาญา จะถือเป็นการแจ้งความเพื่อกลั่นแกล้งเอาผิด ซึ่งประชาชนแจ้งความดำเนินคดีกลับในมาตรา 173, 174

โดยพนักงานสอบสวนต้องรับแจ้งความด้วย แต่หากพนักงานสอบสวนไม่รับแจ้งความก็จะถูกแจ้งข้อหาประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ฐานละเว้นการปฎิบัติหน้าที่

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน