วันที่ 27 เม.ย. เป็นอีกวันหนึ่งที่มีความสำคัญในประวัติศาสตร์คาบสมุทรเกาหลี เมื่อนายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดแห่งเกาหลีเหนือ และคณะเดินทางเข้าสู่เขตปลอดทหาร (ดีเอ็มซี) เพื่อพบกับ ประธานาธิบดีมุน แจอิน ผู้นำเกาหลีใต้ ที่ยืนต้อนรับอย่างอบอุ่น ก่อนเดินทางไปหารือที่หมู่บ้านปันมุนจอม โดยในวันนี้ นายคิม สร้างประวัติศาสตร์เป็นผู้นำเกาหลีเหนือคนแรกที่เดินทางไปในเขตเกาหลีใต้ นับตั้งแต่สงครามเกาหลีสิ้นสุดลงในปี 2496 หรือเมื่อ 65 ปีที่ผ่านมา

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.และคณะออกเดินทางไปยังท่าอากาศยานสิงคโปร์ ชางงี ประเทศสิงคโปร์ เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 32 และการประชุมสุดยอดที่เกี่ยวข้อง ที่ประเทศสิงคโปร์ ระหว่างวันที่ 27 – 28 เม.ย. ทั้งนี้เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าได้จับตาดูความเคลื่อนไหวการประชุมของผู้นำเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้ในวันเดียวกันนี้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “รู้แล้ว ดูข่าวอยู่”

พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวถึงท่าทีในที่ประชุมสุดยอดอาซียนต่อความสัมพันธ์เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ หลังผู้นำทั้ง 2 ประเทศจับมือและประชุมสุดยอดเกาหลีร่วมกันว่า ในที่ประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 32 ที่สิงคโปร์ จะมีการกำหนดประเด็นในภูมิภาคขึ้นมาหารือในการประชุมอย่างไม่เป็นทางการ (Retreat) เป็นวาระปกติอยู่แล้ว เช่นเดียวกับประเด็นคาบสมุทรเกาหลีที่จะมีการหยิบยกขึ้นมาหารือ ซึ่งภาพการจับมือระหว่าง 2 ผู้นำเกาหลี ถือเป็นภาพประวัติศาสตร์ ที่ผู้นำอาเซียน รวมทั้งนายกฯ ของไทยอยากเห็นมานานแล้ว เพราะถือเป็นการหาทางออกร่วมกันอย่างสันติวิธี และที่ผ่านมา อาเซียนได้สนับสนุนมาตลอด

AFP PHOTO / Korea Summit Press Pool

รองโฆษกรัฐบาล กล่าวว่า ดังนั้น การพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการของผู้นำอาเซียนจะมีการแสดงความยินดี และความปรารถนาที่จะให้บรรยากาศแบบนี้มีไปอย่างต่อเนื่อง จนทำให้ผลลัพธ์ที่ออกมาเป็นในทิศทางบวก เป็นประโยชน์ทั้งในภูมิภาคและเป็นประโยชน์ต่อโลกด้วย

พล.ท.วีรชน กล่าวว่า บรรยากาศในคาบสมุทรเกาหลีที่ลดความตึงเครียดลง จะส่งผลถึงเสถียรภาพในภูมิภาค รวมทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียนที่มีความใกล้ชิดกับภูมิภาคเอเชียตะวันออก จึงถือว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการพลิกโฉมหน้าของประวัติศาสตร์ และยังเป็นการลดอุณหภูมิในภูมิภาคลง ส่งผลต่อความมั่นคงด้านเศรษฐกิจอาเซียนโดยตรง อย่างไรก็ตาม หวังว่าหากการประชุมสุดยอดเกาหลีมีทิศทางที่ดี จะส่งผลให้อาเซียนสามารถมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับเกาหลีในภาพรวมได้มากยิ่งขึ้น ตามความตั้งใจว่าจะสร้างความเชื่อมโยงกับทุกประเทศ และทุกภูมิภาค

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน