ศรีสุวรรณ ร้อง ป.ป.ช.สอบ 7 กกต.กรณีแจ้งความเอาผิด 6 ประชาชนเข้าข่ายจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายหรือไม่

วันที่ 4 มี.ค.2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้มายื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ไต่สวนและมีความเห็นกรณี คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) มอบอำนาจให้รองเลขาธิการ กกต.ไปแจ้งความเอาผิดประชาชน 6 คน ที่กองปราบปราม

ในความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง 2560 มาตรา 66 วรรคสอง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 มาตรา 209 มาตรา 322 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 ถือเป็นการจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่

สืบเนื่องจาก กกต.ถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเกี่ยวกับการจัดทำบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด อาจนำไปสู่การจัดการเลือกตั้งที่ไม่ลับหรือไม่ เพราะอาจไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 วรรคแรก ที่กำหนดให้การเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ และอาจทำให้การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ.69 เป็นโมฆะได้ หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยในประเด็นดังกล่าวตามที่ภาคประชาชนกว่า 30 คนยื่นเรื่องให้วินิจฉัยผ่านผู้ตรวจการแผ่นดิน ตามมาตรา 213

แต่มีประชาชนส่วนหนึ่งต้องการพิสูจน์ว่าบัตรเลือกตั้งที่ กกต.จัดทำขึ้นที่มีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดนั้น อาจเป็นการออกเสียงที่ไม่ลับก็ได้ โดยไปถ่ายภาพถ่ายวิดีโอเพื่อถอดรหัสกันในการออกเสียงลงคะแนนใหม่หน่วยเลือกตั้งที่ 9 เขตเลือกตั้งที่ 15 คันนายาว กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 22 ก.พ.69 ที่ผ่านมา

แต่ก่อนที่การพิสูจน์ดังกล่าวจะปรากฎแล้วทำให้เป็นเรื่องลุกลามบานปลายออกไป กกต.ได้รีบตัดไฟเสียแต่ต้นลม โดยมอบให้รองเลขาธิการ กกต. ไปแจ้งความประชาชน 6 คนที่กองปราบปรามฯก่อน

ทั้งนี้ ข้อหาต่างๆ ที่ กกต.ได้แจ้งความไว้ อาทิ ความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยกกต. มาตรา 66 วรรคสองนั้น น่าจะเป็นการใช้อำนาจที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 50 และ มาตรา 63 ที่บัญญัติให้ประชาชนมีหน้าที่พิทักษ์การปกครองในระบอบประชาธิปไตย และรัฐต้องส่งเสริม สนับสนุน และจัดให้มีมาตรการและกลไกส่งเสริมให้ประชาชนรวมตัวกัน เพื่อมีส่วนร่วมรณรงค์ให้ความรู้ ต่อต้าน หรือชี้เบาะแสต่างๆ เกี่ยวกับการทุจริตหรือผิดกฎหมาย

หากพบว่ามีผู้ฝ่าฝืน กกต.ก็มีฝ่ายสืบสวนสอบสวนทำหน้าที่ตามระเบียบของ กกต.ได้อยู่แล้ว โดยไม่มีมาตราใดใน พ.ร.ป.ดังกล่าวที่จะให้อำนาจ กกต.ไปแจ้งความกล่าวโทษประชาชนได้ นอกจากนั้น รัฐธรรมนูญ มาตรา 34 และ มาตรา 41 ประชาชนมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ร้องทุกข์ และวิพากษ์วิจารณ์หน่วยงานรัฐโดยสุจริต เพื่อประโยชน์สาธารณะซึ่งได้รับการคุ้มครองอยู่แล้ว

การใช้อำนาจของ กกต. อาจถือได้ว่าเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพในการมีส่วนร่วมตรวจสอบการเลือกตั้งของประชาชน ตาม พ.ร.ป.กกต. มาตรา 22 วรรคหนึ่ง (5)(10) และวรรคสองและวรรคสาม รวมทั้งขัดต่อหลักธรรมาภิบาลอีกด้วย

การใช้อำนาจดังกล่าวอาจถือได้ว่าเป็นการจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่ องค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน จึงต้องนำความมาร้องให้ ป.ป.ช.ไต่สวนชี้มูลความผิด กกต.ทั้ง 7 คน เพื่อทำให้กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน