รมว.พลังงาน ย้ำปรับแผน ถ่างส่วนต่าง E20 ห่างโซฮอล์ 95 ลิตรละ 3 บาท ดึงคนใช้ E20 แทน วอน ปชช.ช่วยชาติประหยัดไฟ ถอดสูท ปรับแอร์ เร่งคลอดมาตรการประหยัดพลังงานขั้นบันได
เมื่อเวลา 09.55 น. วันที่ 10 มี.ค.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน ให้สัมภาษณ์กรณีประกาศปรับขึ้นราคาน้ำมันเบนซินว่า มาตรการของรัฐบาล คือ การตรึงน้ำมันราคาดีเซล 15 วัน ในส่วนของน้ำมันเบนซิน กองทุนน้ำมันจะเข้าไปช่วยบางส่วน และผู้ค้าก็จะดูตามความเหมาะสม ราคาจึงอาจจะมีขยับบ้าง
แต่สาเหตุที่ทำให้ราคาน้ำมันเบนซินขยับ ในวันที่ 9 มี.ค.2569 เนื่องจากกองทุนน้ำมันสร้างความแตกต่าง การช่วยเหลือน้ำมันเบนซินที่มีอยู่หลายชนิด โดยน้ำมันเบนซิน หรือ E10 ที่มีส่วนผสมของเอทานอล 10% และ E20 ที่มีส่วนผสมของเอทานอล 20% เดิมการช่วยเหลือของกองทุนน้ำมัน จะช่วยเหลือ E20 มากกว่า E10 จำนวน 1 บาท แต่เมื่อวันที่ 9 มี.ค. กองทุนปรับการช่วยเหลือ E20 มากกว่า E10 จำนวน 2 บาท เพื่อถ่างความช่วยเหลือตามกลไกของผู้ค้า คือ ปรับขึ้นแก๊สโซฮอล์ 95 ขึ้น 50 สตางค์ และลด E20 ลง 50 สตางค์ จะต้องทำให้ผลต่างของราคาขายปลีกของน้ำมัน 2 ชนิดนี้ ที่เดิมต่างกัน 2 บาทตอนนี้ ก็จะแตกต่างกัน 3 บาท เป็นการจูงใจให้ใช้ E20 มากขึ้น
“ขอรณรงค์ให้ประชาชนหันมาใช้ E20 ให้มากขึ้น เพื่อลดการใช้ สัดส่วนน้ำมันพื้นฐานที่มาจากเบนซิน และเพิ่มการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพที่ผลิตในบ้านเรา ขณะที่สเปกน้ำมันดีเซลที่ปรับจาก B5 เป็น B7 เพื่อเพิ่มปริมาณการใช้ไบโอดีเซลที่ทำจากน้ำมันปาล์มมากขึ้น” นายอรรถพลกล่าว
นายอรรถพล กล่าวว่า ส่วนมาตรการการประหยัดพลังงานที่จะเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันนี้ มาตรการเป็นลำดับขั้น โดยสถานการณ์ตอนนี้จะเป็นการขอความร่วมมือ การปรับอุณหภูมิห้องแอร์เพิ่มขึ้นเป็น 26-27 องศา หากไม่จำเป็นก็ไม่ต้องผูกเนคไทใส่สูท ยกเว้นการรับแขกบ้านแขกเมือง ประหยัดการใช้แสงสว่าง พักเที่ยงก็ให้ปิดไฟ WFH มากขึ้น ตรวจสอบสภาพเครื่องยนต์ ที่รัฐบาลได้ขอความร่วมมือให้ผู้ค้าจัดโปรแกรม ตรวจสอบสภาพเครื่องยนต์ บางรายการฟรี เพื่อประหยัดพลังงาน เปลี่ยนน้ำมันเครื่องตาม รอบสิ่งเหล่านี้คือ การรณรงค์ โดยต่อไปจะเป็นการบังคับก็ได้เตรียมการไว้แล้ว อยู่ที่ว่าจะนำมาใช้เมื่อไหร่