ศบก. เผย ‘สีหศักดิ์’ คุยทูตอิหร่าน ประสานช่วย 3 ลูกเรือไทย พร้อมขอเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เหตุไม่ใช่คู่ขัดแย้ง ยกหูขอบคุณ รมว.กต.บาห์เรน-ยูเออี อำนวยความสะดวกคนไทยกลับประเทศ
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 17 มี.ค.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงสถานการณ์ประจำวัน โดยนายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาอธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงว่า สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางได้ขยายตัวต่อเนื่อง โดยมีการโจมตีทางอากาศระหว่างกันในหลายประเทศ
กาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) และซาอุดิอาระเบีย สามารถสกัดกั้นขีปนาวุธและโดรนจำนวนมาก ที่พุ่งเป้าไปยังจุดยุทธศาสตร์สำคัญ อาทิ แหลมน้ำมัน และสนามบิน นอกจากนี้เรือน้ำมันจำนวนมากยังคงติดค้างบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาน้ำมัน และเศรษฐกิจโลก หลายประเทศแสดงความกังวลและประณามอิสราเอลที่ส่งกองกำลังเข้าไปโจมตีในเลบานอน ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและผู้พลัดถิ่นจำนวนมาก
นายปาณิดล กล่าวว่า หลายประเทศได้ปฏิเสธการร่วมกองกำลังเรือรบเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ตามคำขอของสหรัฐอเมริกา ทั้งนี้ จากสถานการณ์ที่ยังมีความไม่แน่นอน กระทรวงการต่างประเทศจึงขอให้คนไทยออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด ติดตามข่าวสาร และคำแนะนำจากช่องทางติดต่อทางการ รวมถึงลงทะเบียนแจ้งข้อมูลที่อยู่และช่องทางติดต่อกับสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ที่รับผิดชอบ
สำหรับการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน สมัยพิเศษ ว่าด้วยสถานการณ์ในตะวันออกกลาง เมื่อวันที่ 13 มี.ค. โดยประเด็นที่ต้องติดตามต่อที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประชาชน คือการใช้กลไกอาเซียน รับมือกับผลกระทบของสถานการณ์ เช่น ราคาสินค้าและราคาพลังงาน
โดยระยะสั้น นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ เสนอให้อาเซียนใช้กลไก เช่น ความตกลงอาเซียนว่าด้วยความมั่นคงทางปิโตเลียม เพื่อลดผลกระทบจากการขาดแคลนพลังงาน และในระยะยาว นายสีหศักดิ์ เสนอว่าอาเซียนต้องเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียน และพลังงานทางเลือก รวมทั้งอาศัยโครงข่ายสายส่งไฟฟ้าอาเซียน เพื่อเพิ่มความเชื่อมโยงของภูมิภาค
นายปาณิดล กล่าวว่า ที่ประชุมพร้อมยกระดับความร่วมมือการค้า การเงิน และการขนส่ง โดยการส่งเสริมความเชื่อมโยง ลดอุปสรรคทางการค้า ซึ่งจะสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจของอาเซียนท่ามกลางผลกระทบจากวิกฤตภายนอก
ทั้งนี้ ฟิลิปปินส์ในฐานะประธานอาเซียน ได้ประกาศแถลงการณ์ของประธานอาเซียนว่า ผลลัพธ์ของการประชุม ย้ำถึงความรุนแรงของสถานการณ์ ตอกย้ำท่าทีของอาเซียน ที่ต้องการให้ทุกฝ่ายหันหน้ามาเจรจา และใช้วิธีการทางการทูต เพื่อยุติความรุนแรง โดยแถลงการณ์ได้ชี้ถึงผลกระทบในมิติด้านเศรษฐกิจ พร้อมย้ำการเสริมสร้างความเข้มแข็งของกลไกอาเซียน ในการรับมือกับผลกระทบดังกล่าว
นายปาณิดล กล่าวว่า ความคืบหน้าของการช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่ เมื่อวันที่ 16 มี.ค. นายสีหศักดิ์ได้หารือทางโทรศัพท์กับ รมว.ต่างประเทศบาห์เรน รองนายกฯและรมว.ต่างประเทศยูเออี ซึ่งนายสีหศักดิ์ได้ขอบคุณเรื่องการดูแลคนไทย ที่พำนักทั้ง 2 ประเทศ และการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่เดินทางกลับประเทศไทย และได้ขอบคุณยูเออี ที่อำนวยความสะดวกลูกเรือมยุรี นารี จำนวน 20 คน เดินทางกลับประเทศไทย
ทั้งนี้ นายสีหศักดิ์ ยังแสดงความห่วงกังวลต่อสถานการณ์ในภูมิภาค และหวังว่าสถานการณ์จะได้รับการแก้ไขโดยสันติวิธี ซึ่งไทยพร้อมสนับสนุนความพยายามทางการทูตของทุกประเทศ ในการฟื้นฟูสันติภาพโดยเร็ว
นายปาณิดล กล่าวว่า ในส่วนอิหร่าน ได้อพยพเพิ่มเติมจำนวน 2 รอบคือในวันที่ 17 มี.ค.และรอบในวันที่ 25 มี.ค. ซึ่งสถานทูตได้จัดเจ้าหน้าที่ประสานงานในพื้นที่และบริเวณด่านตรวจคนเข้าเมือง ที่ชายแดนตุรกี เพื่อให้คนไทยในอิหร่าน เดินทางเพื่อไปขึ้นเครื่องจากตุรกีกลับไทยได้
สถานทูต อาจจัดรอบการพยพคนไทยเพิ่มเติม ตามความจำเป็นและความเหมาะสมของสถานการณ์ จึงอยากให้คนไทยติดตามสถานการณ์ จากช่องทางทางการ เพื่อประเมินความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ และขอให้ผู้ประสงค์เดินทางกลับ แจ้งลงทะเบียนกับสถานเอกอัครราชทูตโดยเร็ว
มีคนไทยที่ได้รับความช่วยเหลือให้ออกจากประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง มายังประเทศไทย หรือประเทศที่สาม จำนวน 1,116 คน ทั้งนี้ รัฐบาลไทยยึดมั่นให้ความช่วยเหลือคนไทยในตะวันออกกลางที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบ ให้ออกจากพื้นที่อันตรายด้วยความปลอดภัย
เมื่อถามว่าผลการเจรจากับอิหร่านเป็นอย่างไรบ้าง นายปาณิดล กล่าวว่า อย่างที่นายสีหศักดิ์ ให้สัมภาษณ์ไปก่อนหน้านี้ โดยการหารือได้เน้นย้ำท่าทีของประเทศไทยว่า เราอยากเห็นการพูดคุย การเจรจาทางการทูตเพื่อยุติความขัดแย้ง
นายสีหศักดิ์ ได้พูดคุยกับรมว.ต่างประเทศของอิหร่าน เรื่องการให้ความช่วยเหลือลูกเรือไทย 3 คนซึ่งฝ่ายอิหร่านได้แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และรับที่จะประสานกองทัพเรืออิหร่านเพื่อให้การช่วยเหลือลูกเรือไทย 3 คน
นอกจากนี้ ยังมีความห่วงกังวลเรื่องผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อการเดินเรือ ซึ่งประเทศไทยไม่ได้เป็นคู่กรณีความขัดแย้ง จึงอยากให้ลูกเรือไทยเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย