นายกฯ เปิดงานวันอสม.แห่งชาติปี 69 หยอดหวานเจอคนรักเก่านักรบชุดเทาร่วมทุกข์ ชูนอกจากบุคลากรสาธารณสุขยังมีอสม.ดูแลคุณภาพชีวิตปชช. เผยรัฐบาลให้ความสำคัญ ขอภูมิใจเป็นของหายากมากทั่วโลกไม่มี
เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 20 มี.ค.2569 ที่โรงแรมเอเชียแอร์พอร์ท อำเภอลำลูกกา จ.ปทุมธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการจัดงานวันอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2569 โดยมีนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข
นายกฯ กล่าวเปิดงานว่า วันนี้รู้สึกดีใจที่ได้มาพบกับท่านอีกครั้ง เหมือนได้มาพบกับคนรักเก่า และวันนี้ตนใส่เสื้อถูกโฉลกด้วย ตนเป็นอสม.ไม่ได้มาใส่เสื้อของท่านเฉยๆ ตนเป็นอสม.ของจ.บุรีรัมย์ ขออนุญาตรายงานตัวพี่น้องอสม.ทุกท่าน
วันนี้เป็นวันอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งชาติประจำปี 2569 ถ้าไม่มีภารกิจที่หลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆก็จะมาร่วมงานกับพวกท่านด้วยตัวเอง เพราะถือว่าพวกเราเป็นนักรบชุดเทาเหมือนกันเราเคยร่วมทุกข์ร่วมสุขเคยได้ทำหน้าที่ดูแลสุขภาพของพี่น้อง ประชาชนร่วมกันในช่วงสถานการณ์โควิด ร่วมกับแพทย์และพยาบาลบุคลากรสาธารณสุขทุกท่าน
ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ตนได้ดำรงตำแหน่งรมว.สาธารณสุข ต้องถือว่าเรามีความผูกพันกันและในฐานะที่เป็นนายกรัฐมนตรี ความเชื่อในเรื่องของความสำคัญของพี่น้องอสม. อยู่ในความคิดของตนตลอดเวลาและมีความมั่นใจว่าประเทศนี้

นอกจากบุคลากรสาธารณสุขที่ทำหน้าที่ดูแลรักษาในเรื่องของการเจ็บป่วยใช้ความรู้ความสามารถในทางการแพทย์ พยาบาล เภสัชศาสตร์แล้ว มีพี่น้องอสม.เป็นผู้ช่วยที่สำคัญและมีบทบาทเป็นอย่างยิ่งในการดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชน เป็นสิ่งที่รัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขและประเทศไทยขาดไม่ได้คือ พี่น้องอสม .ทุกคน
นายกฯ กล่าวต่อว่า ต้องขอแสดงความยินดีกับอสม.ทุกท่านในวันนี้ที่ได้รับการคัดเลือกให้รับรางวัลเชิดชูเกียรติอาสาสมัครสาธารณสุขดีเด่น ขอบคุณในความทุ่มเทเสียสละที่ท่านได้ร่วมกันอุทิศกำลังกายกำลังใจและเวลาของท่านอย่างเต็มที่ในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อดูแลสุขภาพและคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน
หลายคนในที่นี้คงทราบดีอยู่แล้วว่าประเทศไทยของเราได้รับการชื่นชมจากองค์การอนามัยโลกและได้รับการยอมรับจากนานาอารยะประเทศว่าเรามีระบบสาธารณสุขที่ดีมีความเข้มแข็งและมีศักยภาพสูงทุกครั้งที่เราได้รับคำชื่นชมในเรื่องนี้จะมี 2 สิ่งที่ถูกหยิบยกมาพูดถึงคือระบบประกันสุขภาพทั่วหน้าและการมีอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน เพราะน้อยประเทศที่จะมีแบบเรา ต้องถือว่าพวกท่านคือของที่หายากมากๆ ในโลกใบนี้และเป็นเรื่องที่น่าภูมิใจ

เมื่อบทบาทที่มีคุณค่าเช่นนี้ รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพของอสม.อย่างต่อเนื่องโดยมุ่งยกระดับอสม.ยุคใหม่ให้ก้าวสู่การเป็นสมาร์ทอสม.ที่มีมีความรู้ด้านสุขภาพอย่างรอบด้านและมีทักษะที่ทันสมัย พร้อมนำเทคโนโลยีมาใช้เป็นเครื่องมือเชื่อมความรู้เรื่องสุขภาพไปสู่ประชาชนเพื่อให้ประชาชนได้รับการบริการสุขภาพที่สะดวกรวดเร็วอย่างทั่วถึง
นายกฯ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้พี่น้องชาวอสม.จะต้องได้รับการพัฒนาให้มีมีความรู้และทักษะที่จำเป็นในการจัดการและแก้ไขปัญหาสุขภาพในชุมชน ซึ่งรวมระบบบริการสุขภาพระหว่างภาครัฐกับชุมชนในทุกระดับ
ตลอดจนการเป็นผู้นำในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ของท่านเพราะการสู้กับโรคภัยที่ดีที่สุด คือการมีสุขนิสัยที่ดี รู้ว่าเราควรกินอะไรอยู่อย่างไร ออกกำลังกายแค่ไหน และจะทำอย่างไรเมื่อเกิดภาวะความเครียด ไม่ว่าจะเกิดกับตัวเองหรือคนในครอบครัว
ตนขอให้พี่น้องอสม.ทุกท่าน ตลอดจนเครือข่ายเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในทุกพื้นที่ได้มีความภาคภูมิใจในบทบาทหน้าที่ของตนเองและร่วมแรงร่วมใจกันส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมดูแลและพึ่งพาตนเองด้านสุขภาพเพื่อความมั่นคงทางสุขภาพของประเทศต่อไป จากนั้นนายกฯเดินเยี่ยมชมนิทรรศการ