สว.เดือด ฉะรัฐบาลลักไก่ขึ้นราคาน้ำมัน 6- 8บาท เอื้อประโยชน์ไอ้โม่งกักตุนน้ำมัน เชื่อค่าครองชีพพุ่งตามมา ฟาด อนุทิน ต้องมีพัฒนาการรับมือเศรษฐกิจมากกว่านี้ ไม่ใช่แค่ถอดสูท ลดแอร์
เมื่อวันที่ 26 มี.ค.2569 ที่รัฐสภา นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สว. ในฐานะประธานกรรมาธิการ (กมธ.) พัฒนาการเมือง การเมืองมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา แถลงว่า เมื่อวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา กมธ.เรียกกรมธุรกิจพลังงาน สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง กรมการค้าภายใน สำนักงานกำกับกิจการพลังงาน มาชี้แจงความชัดเจนถึงการขาดแคลนน้ำมัน
โดยกรมธุรกิจพลังงานยืนยันว่า วิกฤตน้ำมันขาดแคลนเป็นพฤติกรรมกักตุนของประชาชนที่ตื่นตระหนกต่อภาวะสงคราม สวนทางกับข้อมูลของกมธ.ที่พบปั๊มน้ำมันต่างๆ ถูกลดโควตาน้ำมันจำนวนมาก กมธ.พยายามถามว่า น้ำมันหายไปไหน และโรงกลั่นชะลอการจำหน่าย เพื่อกักตุนหรือไม่ แต่กรมธุรกิจพลังงานระบุว่า ได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบแล้วไม่พบว่า มีการกักตุนน้ำ
แต่กมธ.เห็นว่าเป็นการลงไปตรวจสอบแค่ตามปั๊มปลายทาง ไม่ตรวจสอบโรงกลั่นที่อยู่ต้นทาง เพราะ สต็อกน้ำมันของโรงกลั่นตั้งแต่เกิดวิกฤติถึงปัจจุบัน มีสต็อกน้ำมันและการจำหน่ายอย่างไร กมธ.จะทำหนังสือถึงกรมธุรกิจพลังาน ขอข้อมูลที่ชัดเจนว่า การจัดการน้ำมันในระบบเป็นอย่างไร และโรงกลั่นที่เป็นจำเลยสังคมกักตุนน้ำมันจริงหรือไม่
นายนรเศรษฐ์ กล่าวว่า จากการหารือในที่ประชุมกมธ. 5 ชั่วโมง บอกตามตรงว่า ไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่า น้ำมันในระบบหายไปอยู่ที่ใคร แต่ขอบอกได้เลยว่า น้ำมันไม่ได้หายไปไหน ยังอยู่ในระบบ แต่หาไม่เจออยู่ที่ใคร เพราะข้อมูลที่หน่วยงานรัฐมี ไม่ได้นำมาเปิดเผย ขอเรียกร้องให้นำข้อมูลมาเปิดเผย เพื่อความโปร่งใส ให้ช่วยกันตรวจสอบ
ส่วนสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ในวันที่กมธ.ประชุม กองทุนน้ำมันติดลบ 28,000 ล้านบาท แต่ล่าสุด กองทุนน้ำมันติดลบ 35,000ล้านบาท กองทุนน้ำมัน ยอมรับว่าไม่สามารถใช้กองทุนฯอุดหนุนได้ตลอด จะเป็นภาระการกู้ยืม เป็นหนี้สาธารณะ จึงหาแนวทางลดการตรึงราคาน้ำมัน
ขณะนี้เรารับทราบกันแล้วว่า รัฐบาลประกาศขึ้นราคาน้ำมันเบนซิน-ดีเซล 6บาท ดีเซลพรีเมียม 8 บาท เชื่อว่าจะไม่ใช่การปรับตัวครั้งสุด และจะส่งผลกระทบถึงค่าไฟฟ้า โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แจ้งต่อกมธ.ว่า ต้นทุนราคาแอลเอ็นจีที่ใช้ผลิตไฟฟ้าในตลาดโลกพุ่งจาก 13 ดอลลาร์ เป็น 25 ดอลลาร์ต่อล้านบีทียู
“ขอให้เตรียมตัวรับค่าไฟปรับขึ้นแน่นอนในเดือนพ.ค.นี้ ขั้นต่ำปรับขึ้น 50-60 สตางค์ต่อหน่วย เรื่องนี้จะสอบถามรัฐบาลจะมีนโยบายตรึงค่าไฟฟ้าอย่างไร เพื่อช่วยประชาชน เพราะกฟผ.รับภาระเรื่องต้นทุนแอลเอ็นจี จนมีหนี้อยู่ 30,000กว่าล้านบาท ต้องดูแนวทางรัฐบาลจะช่วยเหลืออย่างไร”นายนรเศรษฐ์กล่าว
นายนรเศรษฐ์กล่าวว่า ผลกระทบที่ตามคือ ราคาสินค้าอุปโภค บริโภคที่เพิ่มขึ้นตามพลาสติก น้ำมัน การขนส่ง กรมการค้าภายในพบว่า ต้นทุนเม็ดพลาสติกเพิ่มขึ้นแล้ว จนส่งผลกระทบต่อบรรจุภัณฑ์สินค้า ส่วนที่กรมการค้าภายในระบุว่า จะตรึงราคาสินค้าอุปโภคบริโภค แต่คาดว่าจะตรึงได้แค่เดือนเม.ย.เท่านั้น ช่วงสงกรานต์สินค้าต่างๆอาจขึ้นราคา
ส่วนข้อเสนอแนะของ กมธ. คือ เสนอให้รัฐบาลใช้มาตรการตามกฎหมายพ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2562 ดึงกำไรส่วนเกินจากค่าการกลั่นที่สูงขึ้นจาก 2 บาท เป็น 6บาท และกำไรจากสต็อกน้ำมันที่ซื้อก่อนหน้านี้ที่มีราคาถูกกว่า ดึงมาเข้ากองทุนน้ำมัน รวมถึงการเสนอปฏิรูปราคาน้ำมัน ให้ยกเลิกราคาอ้างอิงสิงคโปร์ที่บวกค่าขนส่ง เสมือนนำเข้าจากต่างประเทศ
ทั้งที่ความจริงไม่มีการนำเข้า แต่กลั่นได้เองในประเทศ ทำให้เป็นภาระประชาชนปีละ 36,000ล้านบาท ขณะเดียวกันให้ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันชั่วคราว และเปลี่ยนวิธีการสนับสนุนราคาน้ำมันจากแบบถ้วนหน้าเป็นพุ่งเป้ากับกลุ่มเปราะบาง เช่น เกษตรกร ภาคขนส่งสาธารณะ ลดภาระค่าครองชีพ
“กมธ.อยากสื่อสารไปยังรัฐบาลที่ดูแลปากท้องประชาชน ในช่วงสงกรานต์ที่ประชาชนจะเดินทางกลับภูมิลำเนา กมธ.หวังอยากให้ช่วงเวลานั้น ประชาชนได้ผ่อนคลายความเครียด ใช้ชีวิตกับพ่อแม่พี่น้องอย่างมีความสุข แต่ค่าครองชีพที่สูงขึ้น กลัวว่าวันสงกรานต์แทนที่จะได้สาดน้ำสงกรานต์ อาจต้องสาดน้ำตาแทน และขอให้ดูตอนประกาศผลกำไรประจำปี บริษัทไหนได้กำไรมากที่สุด แต่เป็นกำไรที่อยู่บนความเดือดร้อนประชาชน ”นายนรเศรษฐ์กล่าว
ขณะที่นายสุนทร พฤกษ์พิพัฒน์ สว.ในฐานะประธานอนุกมธ.คุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา กล่าวว่า รัฐบาลควรจริงใจเปิดเผยข้อมูลตรงไปตรงมากับประชาชนมากกว่านี้ เมื่อเช้าขับรถออกจากบ้านตี 5ครึ่ง ผ่านปั๊มน้ำมันเห็นราคาน้ำมันพุ่งขึ้นคืออะไร เหตุใดรัฐบาลช็อกเศรษฐกิจอย่างนี้ ทั้งที่เคยบอกจะค่อยๆปรับราคา ค่อยเป็นค่อยไป แต่วันนี้ไม่ใช่
จู่ๆช็อกแบบนี้ รู้สึกโกรธมาก และประชาชนก็โกรธเหมือนก่อน และที่นายกฯ บอกไม่มีไอ้โม่ง ประชาชนกักตุนกันเอง ก่อนหน้านี้นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและรมว.คมนาคม บอกว่ามีไอ้โม่ง อย่างนี้คืออะไร ขึ้นราคาแบบนี้ ใครได้ประโยชน์ คนที่กักตุนน้ำมันใช่หรือไม่ ทั้งที่น้ำมันที่มีอยู่เป็นสต็อกเก่า ราคาเก่า แต่ทำไมมาขึ้นราคาช็อกแบบนี้ รัฐบาลมีทางเลือกหลายทางที่จะรับมือเศรษฐกิจได้มากกว่านี้
“น่าแปลกใจ นายกฯผ่านมาหลายวิกฤต ทั้งโควิด วัคซีนเต็มแขน หน้ากากอนามัยกล่องละ 1 พัน วิกฤตน้ำท่วมหาดใหญ่ ผมคิดว่าควรมีพัฒนาการรับมือเศรษฐกิจมากกว่านี้ ขอเตือนว่า ราคาสินค้าขึ้นแน่นอน อย่าให้เห็นน้ำมันขึ้น 30% แล้วราคาสินค้าเพิ่มตาม 30%ด้วย เพราะโครงสร้างต้นทุนสินค้าน้ำมันเป็นแค่ส่วนหนึ่ง ขอให้รัฐบาลทำงานล่วงหน้าอย่างที่นายกฯเคยบอก สั่งวันนี้ เสร็จตั้งแต่เมื่อวาน ผมอยากจะเชื่อ และให้เป็นอย่างนั้น ประเทศจะได้เจริญ” นายสุนทร กล่าว
นายสุนทร กล่าวต่อว่า ส่วนที่รัฐบาลอ้างว่า ยังไม่มีอำนาจเต็ม ทำให้แก้ปัญหาไม่ได้นั้น ฟังไม่ขึ้น เพราะไปตรวจสอบสต็อกน้ำมันได้ ไม่มีการห้ามรัฐบาลไปตรวจ สามารถตรวจเจอไอ้โม่ง ก็ตรวจเจอมา 3 แสนกว่าลิตร ทำไมจะทำไม่ได้ แต่ไม่รู้ท่านทำเป็นหรือไม่ การอ้างไม่มีอำนาจเต็ม คิดว่ามันแย่
ด้านนายวีรยุทธ สร้อยทอง สว.กล่าวว่า เป็นอีกครั้งที่ประเทศไทยต้องพบวิกฤตว่าจะผ่านไปด้วยดีหรือบอบช้ำ บนความเจ็บปวดประชาชน อยู่ที่รัฐบาลจะฝ่าวิกฤตครั้งนี้ ขอสื่อสารถึงรัฐบาลว่า ความเดือดร้อนประชาชนเรื่องน้ำมัน ตนเป็นสว.ที่เดินทางไปกลับจ.ฉะเชิงเทรา มารัฐสภาทุกวัน 2วันที่แล้ว ใช้ชีวิตปกติ ไปหาเติมน้ำมันไม่ได้ ต้องใช้น้ำมันอย่างประหยัดในการเดินทาง
“เมื่อเช้านี้ ผมเดินทางจากจ.ฉะเชิงเทรา มาปฎิบัติหน้าที่ที่รัฐสภา แวะเติมน้ำมัน สามารถเติมได้แบบไม่อั้น เพราะราคาปรับขึ้นไปแล้ว ที่ผ่านมาเป็นจ.ฉะเชิงเทรา แต่ตอนนี้เป็นฉะเชิงเศร้า เพราะน้ำมันเพิ่มลิตรละ 6 บาท”นายวีรยุท กล่าว
นายวีรยุทธ กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่รัฐบาลต้องสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน แต่ที่ผ่านมารัฐบาลสื่อสารเฉพาะมุมของตัวเอง แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปคือ ค่าครองชีพสูงขึ้น ค่าไฟฟ้า แต่รัฐบาลไม่มีความชัดเจน และยังไม่เห็นมาตรการช่วยค่าครองชีพ มีแต่มาตรการถอดสูท ลดแอร์ ไม่ตอบโจทย์ภาพใหญ่ให้เกิดเอฟเฟกต์หลังวิกฤต
รัฐบาลต้องมองเรื่องที่เป็นเอฟเฟกต์ และมีมาตรการรองรับ ขอให้รัฐบาลฟังประชาชน และทำความเข้าใจกับประชาชนที่เลือกท่านมา รับผิดชอบความเดือดร้อนประชาชนเหมือนความเดือดร้อนของตัวเอง