พระปกเกล้าโพล เผยประชาชน 78.9% กังวลเรื่องน้ำมันและค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น คนกรุง-เจน Z ไม่เชื่อมั่นรัฐบาลรับมือวิกฤตตะวันออกกลาง

เมื่อวันที่ 27 มี.ค.2569 นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ KPI Poll เปิดเผยผลการสำรวจ KPI Poll ครั้งที่ 14 ที่ศูนย์ฯ ได้สำรวจ ระหว่างวันที่ 13 – 16 มี.ค. 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายตามภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 2,000 ตัวอย่าง

โดยพบว่า 1.ผลกระทบที่กังวลมากที่สุด จากสถานการณ์ความขัดแย้งสหรัฐ–อิหร่าน 78.9% กังวลผลกระทบราคาน้ำมัน/ค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น ทั้งขนส่ง–อาหาร–ค่าเดินทาง สูงสุดแบบทิ้งห่าง รองลงมา 9.3 % กังวลข้อมูลเท็จ–ข่าวลวง ที่ทำให้สังคมตื่นตระหนก/แตกแยก,

5.8% ความเสี่ยงด้านพลังงาน/สินค้า นำเข้า–ส่งออกสะดุดจากเส้นทางเดินเรือ, 5.4% กังวลต่อความเสี่ยงก่อการร้าย/เหตุความไม่สงบที่ลุกลามในภูมิภาค และ 0.6% ความปลอดภัยคนไทยในต่างประเทศ/แรงงานไทยในตะวันออกกลาง

สะท้อนว่า ประชาชนกว่า 3 ใน 4 มีความกังวลเรื่องปากท้องมากกว่ามิติความมั่นคง/การทูตในความรู้สึกของประชาชนส่วนใหญ่ ขณะเดียวกัน การที่ข่าวลวง–ข้อมูลเท็จ ขึ้นมาเป็นความกังวลลำดับรอง ยังสะท้อนว่าสังคมไทยไม่ได้ห่วงแค่ภาวะเศรษฐกิจ แต่ยังกังวลต่อความสับสน ความตื่นตระหนก และความแตกแยกที่อาจเกิดจากการสื่อสารที่คลาดเคลื่อนด้วย

2.ประชาชน “เสียงแตก” เกือบครึ่งเชื่อมั่นรัฐบาลใหม่รับวิกฤตตะวันออกกลางได้ แต่สูสีกับเสียงไม่มั่นใจ โดย 46.2% ค่อนข้างเชื่อมั่น-เชื่อมั่นมากที่สุด ต่อรัฐบาลใหม่ในการรับมือผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งสหรัฐ-อิหร่าน ขณะที่ 40.4% ไม่ค่อยเชื่อมั่น-ไม่เชื่อมั่นเลยและ 13.4% ไม่แน่ใจ

แม้ตัวเลขความเชื่อมั่นจะนำอยู่เล็กน้อย แต่สัดส่วนผู้ไม่เชื่อมั่นก็ยังสูงจนมีนัยสำคัญ จึงยังไม่อาจตีความได้ว่ารัฐบาล สอบผ่าน ในสายตาประชาชนอย่างชัดเจน ยังต้องพิสูจน์ความสามารถในการรับมือวิกฤตครั้งนี้ให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม

3.คนกรุง-Gen Z ไม่เชื่อมั่นรัฐบาลแก้ผลกระทบสงคราม สวนทาง คนใต้-วัยเก๋าภาคใต้ เชื่อมั่นสูงสุด 70.4% รองลงมา คือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 53.9% ภาคเหนือ 36.8%

ขณะที่ กรุงเทพฯ มีสัดส่วนผู้ไม่เชื่อมั่นสูงสุด 57.6% รองลงมา คือ ภาคกลาง 56.0% และ ภาคตะวันออก 51.7% กลุ่ม Baby Boomer เชื่อมั่นสูงสุด 53.1% รองลงมา คือ Gen X 47.6% และ Gen Y 47.1% โดย Gen Z เป็นกลุ่มเดียวที่ส่วนใหญ่ ไม่เชื่อมั่น สูงสุด 49.0%

ความไม่เชื่อมั่นของ “คนเมือง คนรุ่นใหม่ และพื้นที่เศรษฐกิจใหญ่” อาจสะท้อนทั้งความอ่อนไหวต่อค่าครองชีพ การรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่เข้มข้น และความคาดหวังต่อประสิทธิภาพรัฐที่สูงกว่า รัฐบาลควรให้ความสำคัญมากขึ้นกับความรวดเร็ว ความโปร่งใส และการสื่อสารกับมาตรการที่จับต้องได้

พระปกเกล้าโพล เผยคนกรุง-เจนZ ไม่เชื่อมั่นรัฐบาล ชี้ 78.9% กังวลน้ำมัน-ค่าครองชีพ

พระปกเกล้าโพล เผยคนกรุง-เจนZ ไม่เชื่อมั่นรัฐบาล ชี้ 78.9% กังวลน้ำมัน-ค่าครองชีพ

4.คนไทยเกินครึ่งหนุนรัฐบาลใหม่ วางตัวเป็นกลาง โฟกัสอุ้มคนไทย-ผลประโยชน์ชาติ พร้อมเร่งดันมาตรการรับแรงกระแทกวิกฤตเศรษฐกิจ 52.5% เห็นว่า รัฐบาลควรวางตัวเป็นกลาง โดยเน้นช่วยเหลือคนไทยและผลประโยชน์ชาติ สูงสุด

รองลงมา 16.3% ควรให้ความสำคัญกับมาตรการเศรษฐกิจรับแรงกระแทกมากกว่าการแสดงท่าทีระหว่างประเทศ, 12.8% ควรประสานความร่วมมือด้านความมั่นคง–ข่าวกรองเพื่อป้องกันความเสี่ยงในประเทศ, 7.3% ควรเน้นการทูตเชิงรุก เรียกร้องหยุดยิงหรือเจรจาผ่านเวทีระหว่างประเทศ โดย 11.1% ไม่แน่ใจหรือไม่สามารถตอบได้

ประชาชนไม่ได้คาดหวังให้รัฐบาลไทยเลือกข้างหรือแสดงบทบาทเชิงสัญลักษณ์ในเวทีระหว่างประเทศมากเป็นอันดับแรก แต่ต้องการเห็น ความเป็นกลางแบบมีภารกิจ คือ เป็นกลางเพื่อปกป้องคนไทย รักษาผลประโยชน์ของชาติ และลดผลกระทบที่จะย้อนกลับมาสู่ภายในประเทศ โดยเฉพาะในมิติค่าครองชีพและความมั่นคงทางเศรษฐกิจ

นายอิสระ กล่าวว่า ผลสำรวจครั้งนี้ มิได้สะท้อนเพียงความกังวลใจของประชาชนจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แต่ยังเป็น “บททดสอบความสามารถของรัฐบาลใหม่” ในการปกป้องปากท้องและความมั่นคงในชีวิตประจำวันของประชาชนอีกด้วย แม้ระดับความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลจะยังนำอยู่เล็กน้อย แต่ก็ยังไม่มากพอที่จะทำให้สังคมวางใจได้เต็มที่

ดังนั้น รัฐบาลจึงควรเร่งดำเนินการ 3 เรื่องควบคู่กัน คือ 1.ออกมาตรการลดแรงกระแทกด้านค่าครองชีพอย่างรวดเร็ว 2.สื่อสารข้อเท็จจริงและแผนรับมืออย่างชัดเจนต่อเนื่อง และ 3.แสดงผลลัพธ์เชิงรูปธรรมให้ประชาชนเห็นว่า รัฐบาลสามารถดูแลผลกระทบจากวิกฤตครั้งนี้ไม่ให้ลุกลามเป็นวิกฤตในครัวเรือนได้จริง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน