‘พร้อมพงศ์’ แนะ ‘รัฐบาล’ เลิกเก็บภาษีน้ำมัน 1 เดือน มั่นใจน้ำมันลดทันที ยกโมเดล ‘ต่างประเทศ-ทักษิณ’ ช่วยพยุงเศรษฐกิจทั้งระบบ

29 มีนาคม 2569 – นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันเบนซินและดีเซลที่ปรับตัวสูงขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ว่า

สถานการณ์ดังกล่าว ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปยังภาคการขนส่ง ราคาสินค้า ค่าครองชีพ ภาคการท่องเที่ยว ภาคการเกษตร ซึ่งมีแนวโน้มทยอยปรับราคาขึ้นในระยะต่อไป แม้รัฐบาลจะออกมาตรการช่วยเหลือ

และมีแนวคิดปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลลง 1 บาท ถือเป็นแนวทางที่น่าสนใจ และรัฐบาลเดินมาถูกทางในบางมาตรการ แต่สถานการณ์วันนี้ อาจต้องแรงและเร็วมากกว่านี้ มาตรการเหล่านี้ อาจยังไม่เพียงพอ ในการบรรเทาภาระของประชาชน ในสถานการณ์ปัจจุบัน

จึงขอเสนอแนวทาง การแก้ไขเพิ่มเติม ดังนี้ 1. งดเว้นการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันชั่วคราว 1 เดือน ทั้งน้ำมันเบนซินและดีเซล เพื่อให้ราคาน้ำมันปรับลดลงทันทีอย่างน้อย 5-6 บาทต่อลิตร

จากนั้นให้มีการประเมินสถานการณ์เป็นระยะทุก 2 สัปดาห์ หากสถานการณ์คลี่คลายสามารถกลับมาใช้อัตราภาษีตามเดิมได้

นายพร้อมพงศ์ กล่าวต่อว่า แม้รัฐอาจสูญเสียรายได้ในระยะสั้นหลายหมื่นล้านบาท แต่ถือเป็นการพยุงระบบเศรษฐกิจทั้งระบบ ไม่ให้ผลกระทบลุกลามไปยังต้นทุนสินค้าและค่าครองชีพ ซึ่งจะสร้างภาระมากกว่านี้ในระยะยาว

ทั้งนี้ หลายประเทศได้ใช้แนวทางลักษณะเดียวกัน เช่น ประเทศอินเดีย และเวียดนาม ที่มีการลดหรือยกเลิกภาษีน้ำมันบางส่วน ทำให้ราคาน้ำมันในประเทศ ปรับตัวลดลงทันที และช่วยบรรเทาภาระประชาชนได้

นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า 2. สนับสนุนพลังงานทางเลือกอย่างเป็นรูปธรรม เสนอให้กระทรวงการคลังหารือกับสถาบันการเงิน เพื่อจัดทำโครงการสินเชื่อพลังงานสะอาด สำหรับติดตั้งโซลาร์เซลล์ในครัวเรือน และธุรกิจขนาดกลาง และขนาดย่อม วงเงินไม่เกิน 5 แสนบาทต่อราย อัตราดอกเบี้ยประมาณ 1% ต่อปี ผ่อนชำระระยะยาวไม่เกิน 10 ปี มาตรการดังกล่าว จะช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าในระยะยาว และเพิ่มความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศ

นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า 3. ปรับโครงสร้างราคาพลังงานอย่างเป็นธรรม ในสังคมมีการพูดถึงแนวคิดของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เคยเสนอให้ทบทวนโครงสร้างราคาน้ำมัน

เช่น การอิงราคาหน้าโรงกลั่น กับต่างประเทศ และต้นทุน ที่ไม่จำเป็นบางส่วน ภาครัฐควรนำมาพิจารณาอย่างเป็นระบบ รวมถึงการบริหารจัดการวัตถุดิบ เช่น ปาล์มน้ำมัน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการผลิตไบโอดีเซล เพื่อไม่ให้เกิดการบิดเบือนราคาทั้งระบบ

“น้ำมันและพลังงาน ไม่ใช่เพียงต้นทุนทางเศรษฐกิจ แต่เป็นต้นทุนชีวิตของประชาชนทั้งประเทศ ที่เชื่อมโยงไปยังทุกภาคส่วน วันนี้ประชาชน ไม่ได้ต้องการเพียงคำอธิบาย แต่ต้องการมาตรการที่ช่วยให้ค่าครองชีพลดลงอย่างเป็นรูปธรรม

หากปล่อยให้สถานการณ์ดำเนินต่อไป ผลกระทบจะลุกลามไปทุกภาคส่วนของเศรษฐกิจ แม้ภาครัฐอาจต้องแบกรับภาระในระยะสั้น แต่ถือเป็นการเฉลี่ยทุกข์ให้ประชาชน และรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในระยะยาว” นายพร้อมพงศ์ กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน