เอม-โอ๊ค เยี่ยม ทักษิณ เผยพ่อมีตาแดงเล็กน้อย ยังสุขภาพ-กำลังใจดี มองการพักโทษเป็นไปตามระบบ ทนายวิญญัติ เผยไม่ทราบผลประชุมกก.เรือนจำกลางคลองเปรม หลังกำหนดการสิ้นเดือน มี.ค. ต้องอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง ไม่ควรเอาความรู้สึกมากำหนดว่าใครควรหรือไม่ควร เชื่อเรือนจำฯ มีกฎเกณฑ์-หลักเกณฑ์-หลักกฎหมาย-ระเบียบรองรับ
เมื่อเวลา 10.50 น. วันที่ 30 มี.ค.2569 ที่เรือนจำกลางคลองเปรม นายพานทองแท้ ชินวัตร หรือโอ๊ค น.ส.ณัฐฐิญา ปวงคำ หรือติ๊ก (ภรรยา) และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ หรือเอม ลูกชายและลูกสาวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ (สามี) เป็นตัวแทนครอบครัว เข้าเยี่ยมนายทักษิณ
ครั้งนี้จะเป็นการเยี่ยมครั้งที่ 52 พร้อมกับนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความ โดยปัจจุบันนายทักษิณได้ถูกคุมขังอยู่ภายในเรือนจำ เป็นเวลา 6 เดือน กับ 21 วัน โดยยังคงมีกลุ่มคนเสื้อแดงเดินทางมาให้กำลังใจครอบครัวชินวัตร
นายทักษิณ จะได้รับการปล่อยตัวพักโทษเพื่อคุมประพฤติ เนื่องด้วยครบกำหนดการรับโทษมาแล้ว 2 ใน 3 (หรือ 8 เดือน) จากอัตราโทษ 1 ปี เข้าเกณฑ์พักโทษกรณีทั่วไป
ต่อมาเวลา 11.30 น. หลังจากครอบครัวชินวัตร ใช้เวลาเข้าเยี่ยมนายทักษิณ ในเรือนจำฯ 30 นาที นายพานทองแท้ ได้เดินออกมา ก่อนอุทานตกใจว่า ทำไมวันนี้คนมาเยอะจัง และบอกต่อว่า วันนี้การเยี่ยมพ่อยังปกติดีเหมือนเดิม สุขภาพของพ่อก็สบายดี
ขณะที่ น.ส.พินทองทา กล่าวว่า วันนี้พ่อมีอาการตาแดงเล็กน้อย น่าจะมาจากความดันและเรื่องเส้นเลือดฝอยนิดหน่อย แต่ไม่มีอะไร ท่านยังกำลังใจดี
เมื่อถามว่าในสิ้นเดือน มี.ค. ทางคณะกรรมการระดับเรือนจำกลางคลองเปรม จะมีการประชุมรายชื่อผู้ต้องขังที่มีเกณฑ์ได้รับการพิจารณาพักโทษ แต่กลุ่ม คปท. ได้ยื่นหนังสือคัดค้านขอให้กรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม ทบทวนการพักโทษนายทักษิณนั้น น.ส.พินทองทา ได้พยักหน้ารับฟังคำถามแต่ไม่ได้ตอบคำถาม
นายพานทองแท้ กล่าวว่า ขอให้สื่อสอบถามกับนายวิญญัติ แทนเพราะเราไม่ได้คุยกันเรื่องนี้เลย ส่วนจะมีความกังวลหรือไม่นั้น ตนมองว่ามันเป็นไปตามระบบ เมื่อถามเรื่องปัญหาน้ำมันราคาแพง ปรากฏว่าทั้งคู่ไม่ได้ตอบคำถาม ก่อนยกมือไหว้กล่าวขอบคุณและเดินทางกลับออกจากเรือนจำฯ
ด้านนายวิญญัติ กล่าวถึงการประชุมของคณะกรรมการระดับเรือนจำกลางคลองเปรม กรณีพิจารณารายชื่อผู้ต้องขังเด็ดขาดที่มีเกณฑ์ได้รับพิจารณาโครงการพักการลงโทษ ว่า เรื่องนี้ตนไม่ทราบจริง ๆ น่าจะเป็นเรื่องภายใน ซึ่งตนไม่มีข้อมูล
ส่วนที่กลุ่ม คปท. ได้ส่งหนังสือคัดค้านพักโทษนายทักษิณ เพื่อขอให้กรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม ทบทวนการพักโทษ ทางเรือนจำฯ ได้ประสานทางทนายเพื่อขอข้อมูลใดหรือไม่นั้น นายวิญญัติ กล่าวว่า ยังไม่มีอะไรแจ้งมา แต่เรื่องนี้กลุ่ม คปท. ก็ทำเป็นประจำอยู่แล้ว
แต่การดำเนินการใด ๆ ต้องอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง จะเอาความรู้สึกมาบอกว่าคนนั้นควรคนนี้ไม่ควร แบบนี้คงไม่ใช่ เชื่อว่าเรือนจำฯ มีกฎเกณฑ์อยู่แล้ว มีทั้งหลักเกณฑ์และหลักกฎหมาย ระเบียบ ทั้งนี้ เรื่องผลการพิจารณาที่ผู้สื่อข่าวสอบถามมานั้น ตนไม่ทราบจริง ๆ
เมื่อถามถึงความคืบหน้าและข้อกังวลในคดีมาตรา 112 นายวิญญัติ กล่าวว่า ยังไม่มีอะไรเพิ่มเติม และอยู่ระหว่างแก้อุทธรณ์ ส่วนปัญหาน้ำมันขาดแคลน และมีราคาแพง ทางลูก ๆ ของท่านทักษิณก็ได้ให้สัมภาษณ์ไปแล้วว่าท่านทักษิณก็มีความเป็นห่วง แต่ท่านยังไม่ได้มีแนวทางแนะนำอะไร ซึ่งเรื่องวิกฤตน้ำมันก็เป็นข่าวดังไปทั่วโลก โดยเฉพาะสงคราม ยิ่งเราเป็นประเทศที่เป็นกลาง ก็ต้องดำรงสถานะของเราไว้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกระบวนการพิจารณารายชื่อและคุณสมบัติของผู้ต้องขังเด็ดขาด เรือนจำกลางคลองเปรม ในรอบของนายทักษิณ ชินวัตร จะเสร็จสิ้นภายในวันที่ 31 มี.ค.69 ซึ่งเรือนจำกลางคลองเปรมจะนำรายชื่อนักโทษเด็ดขาดที่มีคุณสมบัติครบถ้วน เข้าที่ประชุมคณะกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยพักการลงโทษประจำเรือนจำ
จากนั้นคณะกรรมการฯ จะตรวจสอบบัญชีรายชื่อนักโทษเด็ดขาดซึ่งสมควรได้รับพักการลงโทษ และเอกสารที่เกี่ยวข้อง และเมื่อคณะกรรมการฯ เห็นชอบ ให้ผู้บัญชาการเรือนจำฯ เสนอรายชื่อนักโทษเด็ดขาดซึ่งสมควรได้รับพักการลงโทษไปยังกรมราชทัณฑ์
ส่วนขั้นตอนถัดไป คณะกรรมการระดับกรมราชทัณฑ์ พิจารณากลั่นกรองตรวจสอบความสมบูรณ์ครบถ้วนของเอกสารตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด และเสนอรายชื่อผู้ผ่านเกณฑ์ไปยังคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ
เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบพักการลงโทษ สั่งเพิกถอนพักการลงโทษ กำหนดเงื่อนไขการคุมประพฤติ กำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาพักการลงโทษ และพิจารณาวินิจฉัยพักการลงโทษ ให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 มาตรา 52