นายกฯ ป้อง ‘พิพัฒน์’ หลังโดนสังคมสวดยับ ลั่นเจ้าตัวขอลาออก แต่ตนเองไม่อนุมัติ มั่นใจไม่มีเอื้อครอบครัว ย้ำไทยยังไม่ถึงขั้นต้องประกาศภาวะฉุกเฉินด้านพลังงาน ยันมีพอบริการ วอนช่วยกันประหยัด

เมื่อเวลา 15.50 น. วันที่ 30 มี.ค.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม เคยยื่นใบลาออก จาก ผอ.ศบก. ว่า ท่านทำงานหนักมาก และยืนยันว่าไม่มีเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนใดๆทั้งสิ้น

ท่านเคยเขียนใบลาออกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แต่ตนเป็นคนไม่อนุมัติให้ออก เพราะเป็นคนทำงานที่รู้กลไก และเราต้องใช้ประสบการณ์ของบุคคลเหล่านี้ ทำประโยชน์ให้กับประชาชน วันนี้ผู้สื่อข่าว ประชาชนรวมถึงนักวิชาการ และคอมเม้นต์เตเตอร์ รวมถึงผู้คนที่เป็นคณะรัฐมนตรี นั่งทำงานกันขนาดนี้ เป็นใครก็ไม่กล้าคิดถึงประโยชน์ของตนเอง

สมมติ หากนายพิพัฒน์ แค่คิดว่ามีนโยบายแบบนี้จะเกิดประโยชน์กับครอบครัวของท่าน ตนก็จับได้ ซึ่งตนก็จะทราบ ขอรับรองว่าตนไม่มีทางยอมให้เกิดขึ้น เพราะตนไม่มีเรื่องผลประโยชน์ และเรายังใช้ความเห็นใช้ประสบการณ์ของนายพิพัฒน์ ให้แนวทาง ซึ่งหลายแนวทางก็ปฏิบัติออกมาได้ผลกับสถานการณ์

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ส่วนการให้บริการเติมน้ำมันในปั๊ม เกือบเข้าสู่ขั้นปกติแล้ว ถ้าบางคนจะไปถ่ายรูปจากปั๊มใดปั๊มหนึ่ง และบอกว่าปั๊มนี้ยังปิดอยู่ ก็ต้องบอกว่าตนดูภาพรวม ผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ 76 จังหวัด ยกเว้นกรุงเทพฯ ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว ต้องรายงานเข้ามาทุกเช้า เพราะตนบอกแล้วว่า ถ้าทุกจังหวัดบริหารสถานการณ์น้ำมันได้ การจะสัญจรไปมาช่วงสงกรานต์ก็จะไม่มีปัญหา ถือเป็น KPI เป็นสิ่งที่ผู้ว่าฯต้องใส่ใจเต็มที่

ผู้สื่อข่าวถามว่าแสดงว่ามั่นใจในตัวของนายพิพัฒน์ จึงให้มาทำหน้าที่ตรงนี้โดยไม่กังวลใช่หรือไม่ นายกฯ ระบุว่า ท่านเป็นรมว.คมนาคม ซึ่งกรรมการ ศบก. เป็นชุดเฉพาะกิจ และอีกเหตุผลหนึ่งจริงๆ คือตนตั้งใจจะให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง เป็นประธาน ศบก. ตั้งแต่แรก แต่ต้องมีรมว.คมนาคม อยู่ในคณะกรรมการด้วย

นายพิพัฒน์ เป็นรองนายกฯ คนที่หนึ่ง โดยนายเอกนิติบอกว่า ไม่เป็นไรเดี๋ยวจะขับเคลื่อนทุกอย่างให้ แต่ขอชื่อของนายพิพัฒน์ เป็นประธาน ซึ่งในการขับเคลื่อนของคณะกรรมการจริงๆ ตนไม่ได้อยู่ในคณะกรรมการ แต่ยังมาร่วมประชุมด้วยทุกบ่าย เพราะเราทำงานกันเป็นทีมเวิร์ค ส่วนตำแหน่งเอาไว้ให้กำกับดูแลงานในสังกัดของแต่ละคน

ผู้สื่อข่าวถามถึงนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ออกมาวิจารณ์กรณีการแก้ไขปัญหาราคาน้ำมัน ถือผิดมารยาทพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ท่านเป็นพรรคร่วม และตอนนี้ก็ไม่ได้เป็น สส.แล้ว คงพูดในฐานะอดีตรมว.พลังงาน ซึ่งท่านอาจจะอยากให้ความเห็น ส่วนรัฐบาลจะปฏิบัติหรือไม่ ก็เป็นเรื่องของรัฐบาลที่จะตัดสินใจ แต่เราก็รับฟัง ไม่ใช่ไม่รับฟัง อะไรที่ส่งมา เราก็รับฟังหมด

ส่วนจะให้ประชาชนคลายกังวลได้หรือไม่ว่าสถานการณ์น้ำมันจะเริ่มคลี่คลายแล้ว นายกฯ กล่าวว่า ก็เริ่มคลี่คลายตามลำดับ ไม่ใช่เพิ่งเข้ามาสู่สภาวะเป็นปกติวันนี้หรือเมื่อวาน แต่ดีขึ้นมาเรื่อยๆ มีการรายงานเข้ามาตลอด และมีการใช้เครือข่ายของบริษัทผู้ค้าน้ำมันในประเทศ โดยเขามีเครือข่ายในการนำเข้าน้ำมันดิบเข้ามา ทุกฝ่ายยังให้คำยืนยันว่า ยังไม่มีความผิดปกติใดๆ ในการนำเข้าน้ำมัน

นอกจากนี้ ยังมีการปฏิบัติ ซึ่งปตท.นำร่องไปแล้ว คือการสั่งน้ำมันดีเซลสำเร็จรูปจากต่างประเทศเข้ามา และนำส่วนนี้ส่งต่อไปยัง สปป.ลาว จะยิ่งทำให้เราสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนได้ ก่อนหน้านี้ ประชาชนตั้งข้อสงสัยว่าทำไมต้องส่งไป สปป.ลาว รัฐบาลก็ให้เหตุผลแล้วว่าเหตุใดจึงต้องส่งไป พร้อมรับฟังประชาชน ที่อยากจะให้เพิ่มความมั่นใจ

ทาง ปตท. ก็มีช่องทางที่จะนำเข้าน้ำมันดีเซลสำเร็จรูปเข้ามา และปันไปยัง สปป.ลาว และได้ราคาที่ตกลงกับ สปป.ลาว ยิ่งเป็นสิ่งที่น่าจะสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนเพิ่มขึ้นไปอีก ปริมาณน้ำมันที่ฉีดเข้าไปในระบบก็มีมากขึ้น ถ้าใช้ไม่หมดก็สำรองเอาไว้ การสำรองน้ำมันก็มีตามกฏหมายอยู่แล้ว

ส่วนที่ตั้งข้อสงสัยเรื่องการบริหารจัดการน้ำมันจะทำให้เสียสมาธิในการทำงานหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่ ตนไม่เสียสมาธิ แต่ที่ไม่ค่อยได้พูดเล่นกับผู้สื่อข่าวในช่วงนี้ เพราะตนเข้าใจว่าประชาชนมีความกังวล และห่วงใยในสถานการณ์ ตนจึงต้องใส่ใจให้มากขึ้น เพราะมีหน้าที่ทำให้ความกังวลของประชาชนลดลงน้อยที่สุด

“จะบอกว่าอย่าห่วงใยเลย ก็พูดเต็มปากไม่ได้ เพราะเราไม่รู้ว่าคู่กรณีที่รบกันอยู่ในตะวันออกกลาง วันนี้บอกเปิด พรุ่งนี้บอกปิด วันนี้บอกหยุดหยิ่ง พรุ่งนี้บอกยิงกันใหม่ ตรงนั้นถือเป็นปัจจัยที่ประเทศไทยไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่สิ่งที่เราต้องบริหารจัดการให้ได้ คือต้องทำให้เกิดความมั่นใจว่าน้ำมันของเรา จะต้องไม่หายไปจากระบบ ซึ่งเรามีความมั่นใจอยู่” นายกฯ กล่าว

เมื่อถามว่ามีการวิเคราะห์ว่าช่วงเดือน เม.ย. น้ำมันดีเซลอาจแตะลิตรละ 60 บาท นายกฯ กล่าวว่า ราคาขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ถ้ามีข่าวความขัดแย้งเกิดขึ้น ก็เป็นทุกวงการไม่ใช่เฉพาะราคาน้ำมัน แม้ตอนที่เรามีปัญหากับกัมพูชา หุ้นเราก็ตก ดังนั้น จึงต้องเป็นกลไกตลาด

สิ่งที่เราทำได้ดีที่สุดคือค่อยๆ แก้ปัญหาในเรื่องของซัพพลาย ที่จะต้องไม่มีผลกระทบ แต่ยังต้องเรียนให้ประชาชนเกิดความมั่นใจว่า น้ำมันของเรายังมีปริมาณที่เพียงพอต่อการให้บริการ ยิ่งประชาชนให้ความร่วมมือช่วยกันประหยัด ช่วยกันหาพลังงานทางเลือก และช่วยกันลดการใช้น้ำมันเหล่านี้ จะยิ่งทำให้ความมั่นคงทางพลังงานมีระดับสูงเพิ่มขึ้นไปอีก

ผู้สื่อข่าวถามว่าช่วงเทศกาลสงกรานต์จะมีของขวัญให้กับประชาชนที่จะเดินทางกลับภูมิลำเนา เช่น ราคาน้ำมันจะลดลง นายกฯ กล่าวว่า เป็นไปตามกลไกตลาด

ต่อข้อถามว่าถึงขั้นจะต้องมีการเตรียมภาวะฉุกเฉินด้านพลังงานภายในประเทศหรือไม่ นายกฯ ยืนยันว่า ณ ขณะนี้ในประเทศไทย ถือว่า ยัง

ส่วนจะบริหารความรู้สึกประชาชนอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า คิดว่าประชาชนเข้าใจว่า ขณะนี้สถานการณ์โลกเป็นอย่างไร สิงคโปร์ลิตรละร้อยกว่า อเมริกา ลิตรละ 90 มาเลเซีย ลิตรละ 47 บาท จะเห็นได้ว่าขึ้นทั่วโลก ไม่ใช่ขึ้นเฉพาะประเทศไทย ถ้าประเทศอื่นยังมั่นคงอยู่ ตัวเลขยังนิ่งๆ แล้วประเทศไทยยังขึ้นราคาอยู่ประเทศเดียว ตรงนี้จะต้องดำเนินการ และดูว่ามีอะไรที่ผิดปกติ

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่เกิดไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือ จนทำให้ค่า PM 2.5 พุ่งสูงเป็นอันดับ 1 ของโลก ได้กำชับอย่างไรหรือไม่ นายกฯตอบเพียงว่า ผู้ว่าฯดูอยู่

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน