พีมูฟ ร่อน หนังสือ ขอพบ ‘อนุทิน’ 27 เม.ย.นี้ ชงข้อเสนอ 7 ข้อ จี้รัฐบาล เร่งแก้ไข
เมื่อวันที่ 8 เม.ย.2569 ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล ตัวแทนกลุ่มขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ ) นำโดย นายจำนงค์ หนูพันธ์ ที่ปรึกษาพีมูฟ ยื่นหนังสือถึง นายอนุทินชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ผ่านนายนพพร บุญแก้ว รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
เพื่อขอเข้าพบและหารือถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาของพีมูฟ ในวันจันทร์ที่ 27 เม.ย.นี้ เวลา 10.00 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล ให้การดำเนินการแก้ไขปัญหาของประชาชนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นธรรม และเกิดความร่วมมือระหว่างรัฐบาลกับภาคประชาชน
เนื้อหาหนังสือ ระบุว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี มีมติให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการขับเคลื่อนและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่เป็นสมาชิกพีมูฟ อย่างต่อเนื่อง และเมื่อมีรัฐบาลชุดใหม่แล้วนั้น จึงเป็นช่วงเวลาที่จะนำเสนอข้อมูล ข้อเสนอเชิงนโยบาย และติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาของประชาชน ให้รัฐบาลขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาได้ต่อเนื่องและเกิดผลเป็นรูปธรรม
โดยเสนอประเด็นเพื่อหารือร่วมกัน 7 ข้อ ดังนี้ 1.การขับเคลื่อนการจัดให้มีโฉนดชุมชน และการดำเนินงานของคณะกรรมการประสานงานเพื่อจัดให้มีโฉนดชุมชน
2.ความคืบหน้าการดำเนินงานของสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) ในพื้นที่นำร่อง การทบทวนมติคณะกรรมการพัฒนาและส่งเสริมองค์การมหาชน (กพม.) การจัดตั้งองค์กรใหม่ ดำเนินการตามมติของประชุมคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดินที่เกี่ยวข้อง กับสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน ครั้งที่ 1/2568 ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ รองนายกฯกำกับดูแล สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) เป็นประธานการประชุม เมื่อวันที่ 12 พ.ย. 2568
3.การผลักดันร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม คดีความผิดเกี่ยวกับป่าไม้และ ทรัพยากรธรรมชาติ โดยกระทรวงยุติธรรม
4.การปรับปรุงโครงสร้างและกลไกการดำเนินงานของคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของพีมูฟ
5.การดำเนินงานของคณะอนุกรรมการศึกษาและปรับปรุงพ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 และพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 ภายใต้สำนักงาน คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.)
6.การขับเคลื่อนการดำเนินงานของคณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. 2568
7.การติดตามและหาแนวทางแก้ไขปัญหาคดีความของประชาชนที่เกี่ยวข้องกับการใช้ทรัพยากร ที่ดินและป่าไม้ อาทิ กรณีคดีความในพื้นที่ ต. แก่นมะกรูด อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี เป็นต้น