เอกนิติ ลั่นเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส ลุยเป็นฮับผลิตอาหาร ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน ย้ำช่วยทุกกลุ่มไม่ได้ หากสงครามยืดเยื้อ หวั่นเจอวิกฤตซ้อนเหมือนปี 2540

เมื่อเวลา 19.20 น. วันที่ 9 เม.ย. 2569 ที่รัฐสภา นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ชี้แจงว่า ปัญหาพลังงานครั้งนี้เป็นวิกฤตโลก สงครามตะวันออกกลางไม่รู้จะสิ้นสุดเมื่อไร อาจกระทบไปถึงสินค้าอื่นๆ ต้องเตรียมพร้อม เรื่องเงินเฟ้อและเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก รัฐบาลต้องเร่งลดผลกระทบระยะสั้นต่อประชาชน

นายเอกนิติ กล่าวต่อว่า สิ่งแรกที่รัฐบาลทำคือ ใช้กองทุนพยุงราคาน้ำมัน ส่วนการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเพื่อลดราคาน้ำมัน ไม่ต่างจากการใช้กองทุนน้ำมันพยุงราคาน้ำมัน แต่ภาษีสรรพสามิตใช้ดูแลค่ารักษาพยาบาลต่างๆ การลดภาษีสรรพสามิตจึงอาจไปกระทบการรักษาพยาบาลด้วย

นายเอกนิติ กล่าวอีกว่า ในวันที่ 11 เม.ย.จะประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อดูแลกลุ่มต่างๆ เช่น กลุ่มขนส่ง กลุ่มเปราะบางที่มีรายได้น้อย กลุ่มประมง กลุ่มเกษตรกร ต้องช่วยให้ตรงกลุ่มตามทรัพยากรที่มีจำกัด ขณะเดียวกันต้องเตรียมเงินดูแลส่วนอื่นๆ หากสงครามยังยืดเยื้อ ถ้าไปใช้เงินทุกบาทช่วยกลุ่มใดโดยเฉพาะอาจเจอวิกฤตซ้อนวิกฤต นำไปสู่วิกฤตเศรษฐกิจเหมือนปี 2540 ที่ต้องไม่ให้เกิดขึ้นอีก

นายเอกนิติ กล่าวต่อว่า วิกฤตพลังงานครั้งนี้เปลี่ยนมิติโลกในหลายเรื่อง อาทิ 1.วิกฤตความมั่นคงด้านอาหาร ยา เราต้องเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส เพราะไทยเป็นฐานผลิตอาหาร ยารักษาโรค 2.วิกฤตพลังงาน จะไม่มีราคาน้ำมันถูกในอีก 1-2 ปี หลังจากโครงสร้างพื้นฐานโรงงานผลิตน้ำมันถูกทำลาย จึงต้องเตรียมลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเรื่องพลังงานมาทดแทนมากขึ้น

นายเอกนิติ กล่าวอีกว่า เราต้องเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส ระยะสั้นต้องช่วยคนเดือดร้อนให้ผ่านวิกฤตและเติบโตหลังวิกฤต ให้คนกลุ่มนี้หารายได้ดีขึ้น เชื่อว่าเราจะผ่านวิกฤตไปด้วยกันได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน