“กรณ์” ตั้งคำถามถึง รัฐบาล ไม่เอาจริง ปราบ ทุนเทา การทุจริต สแกมเมอร์ จี้ ความเหมาะสม ตั้งบุคคล มีข้อครหา เข้า ครม. หวั่นกระทบความเชื่อมั่นนักลงทุน – เศรษฐกิจไทย

10 เม.ย. 69 – เมื่อเวลา 08.45 น. ที่รัฐสภา การประชุมร่วมรัฐสภา วาระการแถลงนโยบายรัฐบาล นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปราย ถึงกรณี ปราบปราม ทุนเทา การทุจริต และสแกมเมอร์ ว่า

ปัญหา ทุนเทา การทุจริต และสแกมเมอร์ เป็นเรื่องใหญ่ที่ทุกพรรคการเมืองต้องมีจุดยืน แต่หลังการเลือกตั้ง ความเข้มข้นในเรื่องนี้กับหายไป ซึ่งนโยบายที่นายกฯได้แถลงต่อรัฐสภา เสมือนคลิกบิ๊กวิน พูดเพียงว่า การปราบปรามสแกมเมอร์อย่างเข้มข้น ถือเป็นความสำเร็จใน “รัฐบาลอนุทิน1” เหมือนภารกิจเรื่องนี้จบไปแล้ว

และเมื่อววันที่ 9 เม.ย. ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรี ได้มีการแถลงข่าวร่วมกับ ปปง. ในการยึดอายัติทรัพย์ ทั้งระบุจะปิดชื่อถือพฤติกรรม ซึ่งความหมายคือ ไม่สนใจว่า ผู้เกี่ยวข้องเป็นใคร จะยึดถือตามพฤติกรรมเท่านั้นในการเดินหน้าเอาผิด ซึ่งตนอยากเห็นทำแบบนั้นจริงๆ แต่ไม่มั่นใจว่า เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นหรือไม่

ซึ่งมีเพื่อนสมาชิก เคยอภิปรายว่า เหมือนรัฐบาลจะเก่งมาก ในการไล่ล่าผู้กระทำผิดที่เป็นต่างชาติ และเหมือนพึงพอใจเมื่อคนเหล่านั้นย้ายออกจากประเทศไทย ถือว่าเรื่องนั้นจบไป ซึ่งคนกลุ่มนี้จะไม่สามารถมาซื้อหุ้นได้หาก ไม่มีคนไทยเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องช่วยเหลือหรือเป็นนอร์มินี

ซึ่งประเด็นที่จะพิสูจน์รัฐบาลว่า ท่านพร้อมที่จะปิดชื่อถือพฤติกรรมจริงหรือไม่ คือการติดตามว่า ท่านจะดำเนินการถึงที่สุดกับบุคคลเหล่านั้นอย่างไร

ดังนั้น สิ่งที่ตนอยากจะสื่อสาร คือเรื่องไม่ได้จบแค่ชาวต่างชาติไม่กี่คน เรื่องนี้ขยายวงกว้างอยู่กับบุคคลที่รู้จักในสังคม บุคคลที่นั่งเคยนั่งอยู่ในสภาแห่งนี้ บุคคลที่เคยนั่งอยู่ในทำเนียบรัฐบาล และถ้าไม่มีการสื่อสารให้ชัดเจน เราก็ไม่สามารถที่จะสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนต่างประเทศ หรือในประเทศ แล้วแก้ปัญหากับประเทศเราได้

มีอยู่ข้อหนึ่งในนโยบายที่ระบุว่า จะทบทวนนโยบาย เรื่องของการตรวจตราฟรีวีซ่า เพื่อตัดช่องทางการเงินของเครือข่ายสแกมเมอร์ ชัดเจนว่า สิ่งที่ตนพยายามจะสื่อกับท่าน อย่าไปสมมติว่า เครือข่ายสแกมเมอร์ จะตัดช่องทางได้ด้วยการฟรีวีซ่า เพราะคนที่ไม่อาศัยวีซ่าในการอยู่ประเทศไทยคือคนไทย

นายกรณ์ กล่าวว่า ส่วนเรื่องที่ทำให้เห็นว่า ท่านไม่มีความจริงจังในการปราบสแกมเมอร์อย่างชัดเจน คือกรณี MOU กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เรื่องนี้จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นในห้องนี้ โดยนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี ที่งานแถลงนโยบาย อนุทิน 1 ได้ขึ้นมาเปิดประเด็นว่า มีบุคคลหนึ่งที่พยายามจะติดสินบนท่าน 40 ล้านบาทต่อเดือน ให้มองข้ามและหลีกเลี่ยงในการติดตามประเด็นตามจับเรื่องสแกมเมอร์ และการฟอกเงิน

วันนั้นท่านได้พูดชัดเจนว่า ท่านกังวลว่า การที่มีคนกล้าที่จะเสนอสินบนให้กับผู้ที่อยู่ในตำแหน่งรมว.ดีอี สะท้อนถึงวัฒนธรรมฝ่ายบริหารกระทรวงนี้ ก่อนที่ท่านจะเข้ามาหรือไม่ ซึ่งนัยยะนี้คือ ท่านพยายามตั้งประเด็นคำถามที่ อดีตรัฐมนตรีกระทรวงนี้ ก่อนที่ท่านจะเข้ามา

และหลังจากนั้น ไม่กี่สัปดาห์ นายไชยชนก ได้เปิดประเด็นเรื่อง MOU ที่ถูกขนาดนามว่า เป็น MOU อัปยศ ซึ่งเรื่องนี้อยู่ในชั้นการพิจารณามาตรา 157 ที่ป.ป.ช. แต่คำถามที่ตนมีคือ หากท่านจริงจังหรือจริงใจในเรื่องนี้จริง และพร้อมที่จะปิดตา ถือพฤติกรรมจริง อยากทราบว่า ด้วยข้อมูลทั้งหมดทำไมท่านถึงยังคิดว่า เป็นเรื่องที่เหมาะสม ที่จะตั้ง นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เป็นรัฐมนตรีใน ครม.อนุทิน 2 ของท่าน

นายประเสริฐ อาจจะพิสูจน์ สุดท้ายว่า ตัวเองบริสุทธิ์ก็ได้ แต่แปลกหรือไม่ว่า ด้วยข้อมูลหลักฐานทั้งหมด ส่วนสำคัญมาจาก นายไชยชนก แต่ท่านกลับพร้อมที่จะมองข้าม และยืนยันที่จะแต่งตั้งนายประเสริฐ ในตำแหน่งนี้

นายกรณ์ กล่าวต่อว่า ขอถามถึงความเหมาะสมในการที่แต่งตั้ง บุคคลที่ถูกกล่าวหาว่า มีส่วนเกี่ยวข้องในการลงนาม MOU ที่ถูกยกเลิกไปแล้วในรัฐบาลท่านเอง ถูกกล่าวหาว่าเป็น MOU ที่เอื้อต่อการฟอกเงินดิจิทัลระดับโลก และวันนั้นเป็นผู้ร่วมลงนามเหมาะสมหรือไม่ ที่จะดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ ก.ล.ต.

นอกจากนี้ยังมีกรณีของ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรสหกรณ์ ที่ได้กลับมาเป็นรัฐมนตรีใน ครม.นี้อีกเช่นเดียวกัน ทั้งที่ปรากฏข่าวชัดเจนว่า ท่านก็มีส่วนเกี่ยวข้องในการทำธุรกรรมร่วมกับนายเบน สมิธ ซื้อเครื่องบินเจ็ต มูลค่า 800 ล้านบาท จากภรรยาของนายเบนสมิธ โดยท่านอ้างว่าผ่อนจ่ายเป็นงวดๆ และการชำระเงินนั้นผ่านธนาคาร BIC กัมพูชาของ นายยิม เลียก คู่หูของ นายเบน สมิธ

คำถามที่ตนมีต่อ นายกฯ คือ ก่อนที่ท่านได้แต่งตั้ง นายสุริยะ กลับมารับตำแหน่งรัฐมนตรี ในรัฐบาลนี้ท่านได้ตั้งคำถาม และตรวจสอบเส้นทางเงินหรือไม่ ว่ามีการซื้อจริงหรือไม่ เพียงแค่ข้อเท็จจริงในวันนี้ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า การที่ นายสุริยะ ซื้อเครื่องบินนี้จาก นายเบนสมิธ เสมือนซื้อของจากผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นโจร แค่นั้นก็เป็นพฤติกรรมต้องสงสัยแล้ว

แต่ที่ต้องรีบดำเนินการก่อน ที่จะมีการยืนยันเสนอท่าน เป็นรัฐมนตรีใน ครม.ชุดนี้ คือเส้นทางเงินที่ได้ใช้ในการชำระให้กับ นายเบนสมิธ ว่ามีการชำระจริงหรือไม่ และเงินที่ใช้ชำระมาจากไหน รวมถึงเมื่อชำระแล้วเงินไปที่ไหน

ถ้านายกฯ มีคำตอบที่ชัดเจนว่า ตรวจสอบมาแล้ว ทุกอย่างบริสุทธิ์ สามารถอธิบายได้ ก็ขอชี้แจงต่อสาธารณะ แต่ถ้าท่านยังไม่เคยตั้งคำถามเหล่านี้ ตนก็อดที่จะตั้งคำถามไม่ได้ว่า สะท้อนความจริงใจจริงจังของท่านหรือไม่ ในการปราบกลุ่มทุนเทา

เพราะหลายคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องอยู่ใกล้ตัวท่านมาก เมื่อเป็นเช่นนั้นก็ยากที่ประชาชนจะมีความมั่นใจว่า ท่านตั้งใจจริงในการแก้ปัญหาสแกมเมอร์ และถ้าท่านไม่ตั้งใจแก้ไขปัญหานี้ ก็จะยากในการแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชน รวมถึงปัญหาเศรษฐกิจของประเทศนี้ได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน