จุลพันธ์ ย้ำแรงงานคือหัวใจประเทศ เดินหน้าลดเงินสมทบ-เร่งสร้างงานรับมือวิกฤตพลังงาน ดันค่าแรง-คุมประกันสังคมโปร่งใส

วันที่ 10 เม.ย.2569 ที่รัฐสภา มีการประชุมร่วมรัฐสภา ครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1) พิจารณาวาระเรื่องด่วน คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามมาตรา 162 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เป็นวันที่สอง

จากนั้นเวลา 12.18 น. นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน ชี้แจงว่า ตั้งแต่ที่ตนเข้ามามีการประชุมกับหัวหน้าส่วนราชการรวมถึงขับเคลื่อนกระทรวงไปพอสมควร โดยเฉพาะการมอบหมายภารกิจสิ่งแรกที่ตั้งใจไว้คือกระบวนการการช่วยเหลือประชาชน ซึ่งสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน เป็นของจริง

นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า ภารกิจแรกที่ได้มอบให้กับหน่วยงานในกำกับคือ การไปศึกษาและเร่งรัดกระบวนการที่จะลดการจ่ายสมทบของพี่น้องแรงงานเข้าไปยังกองทุนไปยังประกันสังคม สิ่งนี้ใช้เวลาศึกษาไม่นาน แต่มีความจำเป็นเพราะกองทุนประกันสังคม ต้องอยู่ในสถานะมีเสถียรภาพ ไม่อาจทำให้เกิดความอ่อนแอได้ เพราะมีหน้าที่ดูแลเม็ดเงินของพี่น้องแรงงานจำนวนมาก

คงใช้เวลาไม่นาน เราคงได้มาถกกันในสภาแห่งนี้อีกว่ากลไกที่จะเดินหน้าการลดการจ่ายสมทบให้กับพี่น้องแรงงานจะใช้ทำในกรอบระยะเวลาเท่าไหร่ และลดได้มากน้อยเพียงใด แต่ทุกบาททุกสตางค์ที่ลดได้สุดท้ายเป็นประโยชน์กับพี่น้องแรงงานที่จะมีกำลังซื้อมากขึ้นและสามารถต่ออายุ การเดินหน้าชีวิตครอบครัวต่อไปได้ ฉะนั้น พี่น้องแรงงานแล้วเงินไม่กี่ร้อยบาทต่อเดือน แต่เป็นประโยชน์ของชีวิตของเขาอย่างมหาศาล

นายจุลพันธ์ กล่าวด้วยว่า นโยบายที่จะทำต่อคือนโยบายพัฒนา อัพสกิล รีสกิลแรงงาน อยู่ในกำกับดูแลของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ซึ่งเรื่องเรียนได้งบ จบได้งาน ก็จะมีโครงการนำร่องและระบบจะเดินหน้าต่อเพื่อให้พี่น้องแรงงานสามารถพัฒนาฝีมือแรงงานได้

สิ่งที่พวกเราเน้นย้ำ คือรัฐที่มีการร่วมมือกันระหว่างกระทรวง วันนี้กระทรวงใดกระทรวงหนึ่งไม่สามารถช่วยเหลือได้เพียงลำพัง จะทำงานกันแยกอยู่สุดท้ายการช่วยเหลืออาจจะไม่เห็นผลที่ชัดเจน

นายจุลพันธ์ กล่าวอีกว่า สิ่งสำคัญคือการทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวง ซึ่งกระทรวงแรงงานเราได้เดินหน้าแล้วในการที่จะพูดคุยทำความเข้าใจกับส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อขับเคลื่อนนโยบายให้มีความเกี่ยวเนื่องกัน เช่น กระทรวงแรงงานร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในเรื่องการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และรองรับตลาดต่างๆในเรื่องของเอไอ

รวมถึงพูดคุยกับกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เพื่อที่พัฒนาโอกาสให้กับพี่น้องประชาชนที่เป็นผู้ด้อยโอกาสต่างๆ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ เรามีความพร้อมและได้พูดคุยในเบื้องต้นว่า

จากนี้ไป การฝึกฝีมือแรงงานของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน จะไม่มีการฝึกแบบไร้เป้าหมาย สิ่งที่ต้องเดินต่อไปคือการเอาความต้องการของตลาดเป็นตัวตั้ง เพื่อฝึกฝีมือแรงงาน ให้มีประสิทธิภาพ สร้างมูลค่าให้กับตนเองได้มากขึ้น และยืนยันว่าจะสามารถฝึกแล้วได้งานเดินหน้าอาชีพต่อไปอย่างแข็งแรง

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ในส่วนของแรงงานต่างประเทศที่อยู่ในไทย แรงงานไทยที่ไปทำงานในต่างประเทศ มีแรงงานที่อยู่นอกระบบจำนวนมาก เป้าหมายที่ตน กลุ่มเหล่านี้จะต้องดึงกลับเข้ามาในระบบ ต้องไม่มีคนไทยที่ไปทำงานต่างประเทศแล้วเรียกว่า ผีน้อย แรงงานต่างประเทศที่อยู่ในไทยวันนี้จะลงทะเบียนหรือไม่ก็ตาม

ยืนยันว่าหากไม่ต่อทะเบียนต้องมีกลไกใส่งต่อให้กับหน่วยงานรัฐหน่วยงานอื่นเพื่อขับดันออกไป หากต่อทะเบียนอยู่ในประเทศ ต้องเป็นคนที่เราเห็นอยู่ในสายตา อยู่ในการกำกับควบคุมของหน่วยงานของรัฐ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยมั่นคง และสวัสดิการของกลุ่มคนเหล่านี้ไม่ว่าคนไทยในต่างประเทศ หรือคนต่างประเทศทำงานในไทยต้องได้รับความคุ้มครองอย่างเหมาะสม

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ค่าแรงขั้นต่ำ ทางกระทรวงแรงงานมีเป้าหมายจะปรับเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ ไปอยู่ในระดับที่เหมาะสม แต่หากพูดตัวเลขลอยๆ แล้วปฏิบัติไม่ได้ก็ลำบาก เพราะมีกลไกหรือองคาพยพอื่นใด ที่จะมาใช้ในการตัดสินใจ ในการคิดค่าแรงในอนาคตเกิดความเป็นธรรมมากขึ้น

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ส่วนของสำนักงานประกันสังคม ต้องโปร่งใส เป็นธรรม เปิดเผยการติดตามเรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่น ไม่ว่ากรณีใด เราจะติดตามอย่างเข้มงวด เช่น ตึก SKYY 9 มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนโดยมีปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นประธาน ตนได้ติดตามแต่จะไม่แทรกแซง เราจะติดตามว่าเสร็จสิ้นเมื่อไหร่ เมื่อมีผลต้องเป็นที่ประจักษ์ ต้องเปิดเผยต่อสังคมอย่างชัดเจน

ส่วนบอร์ดประกันสังคมต้องมีการเลือกตั้งโดยกลไกเดิม มีประชาชนให้ความเห็นชอบถึง 95% ซึ่งกลไกทั้งหมดต้องเดินหน้าตามขั้นตอน ถ้ากำหนดกรอบระยะเวลาคงปลายปีนี้ จะมีการเลือกตั้งและมีการบอร์ดใหม่อย่างครบถ้วน ก็จะเดินหน้าเรื่องของกระบวนการของสำนักงานประกันสังคมได้อย่างราบรื่น

“ผมคงไม่มีคำสวยหรู ท่านบอกว่าต้องใช้เจตจำนงทางการเมือง ต้องใช้ความกล้าหาญ ผมพูดได้เหมือนกันว่าเจตจำนงของผม มั่นคงดั่งภูผา ผมพูดได้ มันหล่อ แต่ในข้อเท็จจริง คำพูดเป็นเพียงแค่ลมปาก ต้องดูที่การกระทำ พวกผมมาทำงานในวันนี้เรามีความตั้งใจและมีความปรารถนาที่ดีต่อพี่น้องแรงงาน คำพูดเป็นส่วนหนึ่ง ผมได้พูดในสภาแห่งนี้ในเรื่องเป้าประสงค์และทิศทางที่เราจะขับเคลื่อนกระทรวงแรงงาน

แต่ส่วนสุดท้ายผมอยากให้ท่านระแวงต่อไป และติดตามการทำงานของภาครัฐ รวมถึงการติดตามทำงานของรัฐมนตรีทุกคนอย่างเข้มงวด ผมเป็นหนึ่งในนั้นและวันที่เราทำสำเร็จ นั่นจึงจะเป็นวันที่ผลงานจะมาพิสูจน์ว่าสิ่งที่เราทำมา สามารถแก้ไขปัญหาและขับเคลื่อนภารกิจ ในส่วนของกระทรวงแรงงานเพื่อประโยชน์ของพี่น้องแรงงานได้มากน้อยเพียงใด”นายจุลพันธ์ กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน