‘วันนอร์’ เปิดบ้าน “ศรียะลา” ต้อนรับ ‘อนุทิน’ ลั่นเหมาะเป็นนายกฯ อวยอยู่ยาว 8 ปี พาประเทศพ้นวิกฤต ชี้นโยบายรัฐบาลปฏิบัติได้จริง ครอบคลุมทุกมิติ
เมื่อเวลา 12.55 น. วันที่ 17 เม.ย. 2569 ที่บ้านศรียะลา อ.เมืองยะลา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย นำคณะเดินทางเข้าพบนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เพื่อหารือข้อราชการ และสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นการส่วนตัว
จากนั้น นายกรัฐมนตรี และคณะ ได้ร่วมโต๊ะรับทานอาหารกลางวัน
โดยมี วันมูหะมัดนอร์ พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา อดีตแม่ทัพภาคที่ 4 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม พล.ท.อดุลย์ บุญเจริญ รมว.กลาโหม พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ, นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ นายวรศิษฐ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย นายสรรเพชร บุญญามณี รมช.คมนาคม พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก พล.อ.อุกฤษณ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด, พล.ร.อ.ไพรโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ และ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ บรรยากาศเป็นไปอย่างชื่นมื่น
สำหรับเมนูอาหารประกอบด้วย มัสมั่นเนื้อ ไก่กอและ ผัดสะตอกุ้ง ซอเลาะลาดอ ปลาอินทรีย์เจ๊ะการ์ ยำส้มโอทับทิมสยาม และน้ำพริกกะปิ รวมถึงเมนูของหวาน คือ ลำไยลอยแก้ว และผลไม้รวม
ภายหลังรับประทานอหาร นายวันมูหะมัดนอร์ ได้กล่าวขอบคุณคณะนายกรัฐมนตรี ว่า ขอขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่ให้เกียรติแวะมาเยี่ยม และร่วมรับประทานอาหารที่บ้าน ตนรู้จักและเคยร่วมงานกับนายกรัฐมนตรีมาตั้งแต่ปี 2544 รวมระยะเวลากว่า 25 ปี ทราบดีว่าเป็นคนจริงจังในการทำงาน และเหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะในช่วงที่ประเทศกำลังเผชิญปัญหาหลายด้าน
นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวต่อว่า นายกรัฐมนตรีมีประสบการณ์ทางการเมืองยาวนาน เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีมาแล้วไม่น้อยกว่า 25 ปี ผ่านสถานการณ์สำคัญของประเทศ ทั้งช่วงวิกฤตต้มยำกุ้ง และสถานการณ์ โควิด-19 ที่มีปัญหาซับซ้อน จึงเชื่อมั่นว่าสามารถแก้ไขวิกฤตของประเทศในปัจจุบันได้
นายวันมูหะมัดนอร์ ยังชื่นชมคำแถลงนโยบายของรัฐบาลว่า เป็นนโยบายที่กระชับ ชัดเจน ไม่เน้นความเป็นวิชาการหรือถ้อยคำหรูหรา แต่เป็นนโยบายที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ และการศึกษา โดยเชื่อว่าหากรัฐบาลดำเนินนโยบายอย่างต่อเนื่องครบวาระ 4 ปี สถานการณ์ของประเทศจะดีขึ้น
ส่วนการเข้ามารับตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี นายวันมูฮะมัดนอร์ กล่าวว่า แม้ตนจะมีอายุมากแล้วและควรพักผ่อน แต่เมื่อประเทศมีปัญหาและนายกรัฐมนตรีได้เอ่ยปากขอให้ช่วย จึงยินดีเข้ามาทำหน้าที่ โดยยืนยันว่าจะทำงานอย่างเต็มที่เพื่อประเทศชาติและประชาชน โดยไม่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองหรือความขัดแย้งทางการเมือง
นายวันมูฮะมัดนอร์ กล่าวอีกว่า เมื่อ 5-6 ปีก่อน เคยพบกับนายกรัฐมนตรีในงานหนึ่ง และได้กล่าวว่าเหมาะสมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว รวมถึงเคยพูดคุยกับบิดาของนายกรัฐมนตรี ซึ่งขณะนั้นเห็นว่ายังไม่ถึงเวลา กระทั่งปัจจุบันเมื่อได้ดำรงตำแหน่งจริง ตนจึงพร้อมทำตามคำรับปากที่จะเข้ามาช่วยงาน
นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวต่อว่า สถานที่นี้เคยต้อนรับนายกรัฐมนตรีมาแล้ว 2 คน คือ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เมื่อปี 2540 และนายทักษิณ ชินวัตร เมื่อปี 2546 ส่วนนายอนุทิน ถือเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 3 และอาจเป็นคนสุดท้ายที่ได้เชิญมารับประทานอาหาร เนื่องจากปัจจุบันตนมีอายุ 81 ปี ย่าง 82 ปี
นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวอีกว่า เชื่อมั่นว่านายกรัฐมนตรีจะสามารถดำรงตำแหน่งได้อย่างน้อย 4-8 ปี และนำพาประเทศผ่านพ้นวิกฤตต่างๆ ได้
จากนั้น นายวันมูหะมัดนอร์ ได้มอบกริชเป็นของที่ระลึกให้กับนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายกฯ ได้หยิบเงินขึ้นมาจ่าย โดยนายวันมูฮะมัดนอร์ ระบุว่า การให้กริชหรือของมีคม จะต้องจ่ายเงินเพื่อเป็นเคล็ด
ขณะที่ลูกเขยของนายวันมูฮะมัดนอร์ ได้มอบของที่ระลึกให้นายกฯ ด้วย ก่อนถ่ายภาพหมู่ร่วมกัน




