จักรพล หวังสัปดาห์หน้า ครม.ไฟเขียว ร่างพ.ร.บ.อากาศสะอาด ส่งวุฒิสภา ยันกมธ.ศึกษาไฟป่า-ฝุ่นPM2.5 ทำให้สมบูรณ์ วางกรอบ 3 เดือน ลั่นไม่เป็นเพียงเสือกระดาษ แต่ทวงอากาศบริสุทธิ์ให้คนไทย
เมื่อเวลา 09.20 น. วันที่ 22 เม.ย.2569 ที่รัฐสภา นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม อดีตประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด ในฐานะกมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษามาตรการ และแนวทางการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาไฟป่า และติดตามปัญหาวิกฤติฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมกมธ.ว่า เป็นการประชุมนัดแรก
นอกจากจะตั้งตำแหน่งต่างๆแล้ว จะพิจารณาเรื่อง มาตรการป้องกันและการควบคุม ซึ่งสอดคล้องกับร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อากาศสะอาด ที่ขณะนี้อยู่ในชั้นของวุฒิสภา แต่ต้องตกไปเนื่องจากยุบสภา จึงต้องดูประเด็นที่มีการเชื่อมโยงข้อห่วงใยเกี่ยวกับพ.ร.บ.อากาศสะอาด
ซึ่งในร่างพ.ร.บ. ตามมาตรา 147 ที่ค้างอยู่ในชั้นวุฒิสภานั้น หากคณะรัฐมนตรี (ครม.) หยิบยกขึ้นมาและผ่านที่ประชุมครม.ในสัปดาห์หน้า เมื่อนำกลับมาสภา ทางวุฒิสภาสามารถพิจารณาต่อมาตราที่ค้างอยู่ได้เลย ขณะที่กมธ.ชุดนี้เป็นการสะท้อนข้อห่วงใย ที่มีบริบท ทับซ้อนหรือข้อกังวลในส่วนของพ.ร.บ.อากาศสะอาด ซึ่งกมธ. ชุดนี้มีกรอบเวลาทำงาน 3 เดือน เพื่อส่งข้อมูลและสะท้อนข้อห่วงใยต่างๆ ในส่วนของพ.ร.บ.อากาศสะอาด
เมื่อถามว่าเป็นที่แน่ชัดแล้วใช่หรือไม่ว่าร่างพ.ร.บ.อากาศสะอาดจะเข้าที่ประชุมครม. สัปดาห์หน้านายจักรพล กล่าวว่า จากที่นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่จ.เชียงใหม่ ก็ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ รวมถึงนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้มีการพูดถึงเรื่องนี้ ดังนั้น หวังว่าร่างพ.ร.บ.อากาศสะอาด จะได้เดินทางต่อ
“ไม่เช่นนั้นจะต้องเริ่มนับศูนย์ใหม่ จะเป็นการเสียเวลา หายนะที่เกิดขึ้นในเชียงใหม่ ภาคเหนือตอนบน และจังหวัดที่เกี่ยวข้องกับฝุ่น PM 2.5 กระทบหนักจริง ๆ หวังใจว่าครม. จะให้ผ่านตามมาตรา 147 ภายใน 60 วัน” นายจักรพล กล่าว
เมื่อถามถึงเสียงสะท้อนของวุฒิสภาบางคน ที่คัดค้านร่างพ.ร.บ.อากาศสะอาด นายจักรพล กล่าวว่า หากมาถึงวินาทีนี้จากสัญญาณ ของนายกฯที่ได้พูด เชื่อว่าร่างกฎหมายจะได้เดินหน้าต่อ และเข้าใจในข้อห่วงใยจากหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) หรือ สว. ที่ต้องเข้าใจว่าเป็นร่างกฎหมายใหญ่ และร่างมาเป็นฉบับสมบูรณ์ที่สุดต่อประชาชน
นายจักรพล กล่าวต่อว่า ในข้อห่วงใยก็มีข้อกฎหมายลูกหรือกฎหมายรองอยู่ จะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาระหว่างการทำงาน เช่น ในช่วงค่าปรับสูงจะกระทบกับการค้าการลงทุนหรือไม่ ซึ่งในกฎหมายกำหนดช่วงเวลาปรับตัวของภาคเอกชน จากปัญหาการเผาต้นทาง จนถึงปลายทาง ซึ่งจะโดนค่าปรับต่อเมื่อไม่ปฏิบัติตามวิถีโลกร้อนโลกรวน
ปัญหาภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงและฝุ่น PM 2.5 ซึ่งสาระสำคัญของกฎหมายต้องบัญญัติขึ้นมาเพื่อทวงคืนอากาศสะอาดให้กับชาวไทย นี่คือเป้าหมายหลักที่ต้องขีดเส้นใต้ไว้
เมื่อถามถึงข้อกังวล 8 ประเด็นของนายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย นายจักรพล กล่าวว่า ตนเข้าใจในข้อห่วงใย แต่ในกฎหมายยึดหลักอากาศบริสุทธิ์ของชาวไทย ซึ่งกมธ.ชุดนี้จะมาคลายข้อกังวลในกรณีที่มีผู้มีส่วนได้เสียทั้งหมด เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นกฎหมายที่สมบูรณ์ที่สุด และหาทางออกให้กับทุกฝ่าย
ไม่ได้เป็นไม่ได้เป็นเพียงเสือกระดาษที่มีกฎหมายแล้วปฏิบัติจริงไม่ได้ และหากวุฒิสภามีข้อท้วงติงก็ต้องส่งคืนมายังสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ยืนยัน หากสภาฯเห็นว่ามีข้อท้วงติงมาก ก็ตั้งกมธ.ร่วม เพื่อพิจารณาแก้ไขได้