“อภิสิทธิ์” แนะ บริหารจัดการต้นทุนพลังงาน ก่อนออก พ.ร.ก.เงินกู้ ชงพิจารณาค่าการกลั่นใหม่ ลดลง 5 บาท ทำดีเซลเหลือลิตรละ 30 บาท
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 22 เม.ย. 2569 ที่รัฐสภา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์กรณีที่รัฐบาลจะออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 5 แสนล้านบาท ว่า กำลังรอฟังคำชี้แจงจากรัฐบาลว่า ความตั้งใจในเรื่องของการใช้จ่ายเงินคืออะไร
ซึ่งแนวทางที่พรรคประชาธิปัตย์พยายามนำเสนอมาโดยตลอด คือ อยากให้รัฐบาลบริหารจัดการต้นทุนให้มากที่สุดก่อน นั่นคือขณะนี้ยังมีตัวเลข ทั้งภาษีสรรพสามิต ค่าการกลั่น ซึ่งสามารถลดลงได้อีกมากพอสมควร เอามาช่วยเรื่องต้นทุนก่อน
“ยิ่งช่วยตรงนี้ได้มากเท่าไหร่ ความจำเป็นต้องใช้เงินมาดูแลปลายทางก็จะน้อยลง ผมคิดว่าเป็นวิธีการที่ดีกว่าสำหรับทุกฝ่าย เพราะในที่สุดถ้าใช้การกู้เงินมาเพื่อพยายามช่วยเหลือ ก็จะต้องเกิดประเด็นที่ต้องพิจารณาอีกว่า ช่วยกลุ่มไหนอย่างไร
ง่ายๆ คือ ค่าการกลั่น ลงมาได้เอาแค่ 5 บาทก่อน ก็เป็นการช่วยทุกคน อย่าไปมองว่าเป็นการช่วยเฉพาะคนที่ใช้น้ำมันโดยตรง แต่เป็นการช่วยประชาชนทุกคน จากการที่ต้นทุน การขนส่ง และด้านต่างๆ ลดลงด้วย” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า แต่การที่รัฐบาลไม่พยายามทำตรงนี้ แล้วหวังไปช่วยปลายทาง แม้กระทั่งยอมตัดเรื่องภาษีสรรพสามิต ก็จะกลายเป็นเหมือนกับเสียน้อยเสียยาก คือนึกว่าจะเก็บเอาเงินตรงนี้ไว้ แต่เอาเงินไปช่วยเหลือคนในวงกว้างมากกว่ามาก ซึ่งเป็นแนวทางที่เราพยายามนำเสนออยู่
แต่เข้าใจได้ว่าในสถานะและพื้นที่ทางการคลังตอนนี้ การจะขยายหนี้เพดานสาธารณะเป็นเรื่องที่จำเป็น และเราอยากฟังว่าถ้าทำเช่นนั้นแล้ว รัฐบาลต้องมีแผนชัดเจนพอสมควรว่าจะไม่ให้ลุกลามบานปลายขยายไปเรื่อย หรือจะมีแนวทางอย่างไรที่จะดึงรายได้กลับเข้ามา และยืนยันว่าเข้าใจสถานการณ์ตรงนี้ จึงอยากรอฟังรายละเอียดของการใช้จ่ายเงิน
เมื่อถามว่า ดูเหมือนทางรมว.พลังงาน ก็พยายามลดค่าการกลั่น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เพิ่งได้พบกับรมว.พลังงาน เมื่อเช้าของวันที่ 22 เม.ย. ซึ่งตนยืนยันไปว่า ถ้าท่านบอกว่าเดือน มี.ค. เอาค่าการกลั่นมา 2 บาท ซึ่งตอนนั้นค่าการกลั่นอาจจะอยู่ที่ 7-8 บาท แต่วันนี้ขึ้นมาอยู่ที่ 14-15 บาท อย่างน้อยก็ต้องได้กลับมาอีก จึงอยากให้เร่งทำ เพราะตอนนี้แนวของรัฐบาลไปรอดูเฉลี่ยแล้วมาเก็บ
แต่เราอยากให้ทำระบบในเรื่องการเก็บค่าพิเศษ หรือเรียกว่าภาษีลาภลอยในสถานการณ์แบบนี้ ก็ต้องให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง อย่างเดือน เม.ย. เลยมาค่อนเดือนแล้ว เขาได้มา 14 หรือ 15 บาทมาตลอด ถ้าเราเก็บตั้งแต่ต้นเดือน ก็จะช่วยได้เยอะ
“นึกภาพดูตอนนี้ดีเซล อยู่ที่ลิตรละ 41-42 บาท สมมติลดภาษีสรรพสามิตลงไป 6 บาท เก็บค่าการกลั่นอีก 5 บาท ราคาดีเซลก็เกือบจะกลับไปอยู่ที่ลิตรละ 30 บาท แต่พอเราปล่อยตรงนี้ขึ้นไป ราคาสินค้า ค่าขนส่ง ก็ขึ้นไปแล้ว และเมื่อน้ำมันลงรัฐบาลก็ต้องดูว่าสินค้าและค่าขนส่ง จะขยับลงตามหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณว่าจะลดลง เราจึงอยากให้บริหารต้นทุนให้เร็วที่สุด ก็จะช่วยลดภาระรัฐบาลในการช่วยประชาชนที่ได้รับผลกระทบ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เชื่อว่าในส่วนของพลังงานลดได้อยู่แล้ว เพราะรมว.พลังงานก็พูดเป็นหลักการมาตอบในสภาว่า ที่เก็บค่าการกลั่น 2 บาทครั้งที่แล้ว สัมพันธ์กับตัวเลขเมื่อเดือน มี.ค. แต่พอเดือนเม.ย. สูงขึ้นก็ต้องมาเก็บเพิ่ม แต่เข้าใจว่ายังติดปัญหาเรื่องคำนวณต้นทุนที่สูงขึ้นมา ซึ่งอาจจะมีการโต้แย้งกันระหว่างตัวเลขที่เอกชนทำมา กับตัวเลขที่เป็นความเป็นจริง แต่เชื่อว่า 5 บาท สามารถเก็บได้สบายๆ