ทนาย ลั่นข่าวดี ไม่สั่ง 10 สส.ปชน.หยุดปฏิบัติหน้าที่ เผยเหตุผลที่ยื่นศาลฎีกา แจงกระบวนการหลังจากนี้เตรียมหารือทีมกฎหมาย-ตัวแทนพรรคต่อไป
เมื่อวันที่ 24 เม.ย.2569 ที่ศาลฎีกา ถนนราชดำเนินใน ภายหลังจากศาลนัดฟังคำสั่งคดีหมายเลขดำที่ คมจ.1/2569 ระหว่างคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตแห่งชาติ ผู้ร้อง และนายพิธา ลิมเจริญรัตน์ กับพวกรวม 44 คน ผู้คัดค้าน ในเรื่องการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากกรณีสส.ของพรรคก้าวไกล ร่วมลงชื่อแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112
โดยศาลฎีกา มีคำสั่งรับคำร้องของป.ป.ช.ไว้พิจารณา แต่ไม่สั่งให้สส.ทั้ง 10 คนของพรรคประชาชนที่ปฏิบัติหน้าที่ในขณะนี้หยุดปฏิบัติหน้าที่ โดยห้ามกลุ่มผู้คัดค้านดังกล่าวกระทำซ้ำหรือกระทำการใดๆ หรือแสดงความคิดเห็น ซึ่งการกระทำที่ถูกกล่าวหาตามคำร้อง มิฉะนั้นศาลอาจมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น โดยศาลนัดพิจารณาครั้งแรกในวันที่ 30 มิ.ย.2569 และนัดตรวจพยานหลักฐานวันที่ 4 ส.ค.2569 เวลา 09.30 น.ทั้งสองนัด
นายนิธิ ละเอียดดี ทนายความจากพรรคประชาชน เปิดเผยว่า ความคืบหน้าทั้งหมดได้ออกมาตามรายงานข่าวของศาลและความคืบหน้าของคดีในเวลา 12.00 น. ที่โรงแรมเมเปิลบางนา สามารถติดตามการแถลงของแกนนำพรรคประชาชนอย่างเป็นทางการได้อีกครั้ง
นายนิธิ กล่าวด้วยว่า ส่วนการชี้แจงเพิ่มเติม ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการของศาล ซึ่งศาลจะนัดพิจารณาและให้นำคำชี้แจงพยานหลักฐาน ส่วนกรณีที่ให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อนั้น ก็ถือเป็นข่าวดีในวันนี้ ส่วนเหตุผลของคำร้องที่ศาลได้รับฟังในวันนี้เพราะเราได้ยื่นเอกสารถึงอำนาจหน้าที่ของสส.ว่าเราเป็นตัวแทนของประชาชน ในการเป็นปากเสียงให้กับประชาชนในรัฐสภาและยืนยันว่าไม่มีการกระทำการที่ถูกกล่าวหาในคดี
ส่วนกระบวนการหลังจากนี้ยังไม่สามารถให้ข้อมูลได้ต้องรอหารือกับทางฝั่งของทีมกฎหมายพรรค และตัวแทนพรรคต่อไป
ต่อมานายศุภอรรถ อธิลา ผู้อำนวยการกลุ่มคดี 1 สำนักคดี ตัวแทนจากป.ป.ช.ให้สัมภาษณ์ว่า รายละเอียดเป็นไปตามคำชี้ช่องของผู้ร้องว่ามีพยานบุคคลอย่างไรบ้าง แล้วได้ส่งให้ผู้คัดค้านทั้ง 44 คนแล้ว ศาลได้นัดส่งคำร้องภายใน 14 วัน
ส่วนรายละเอียดอื่นๆ เป็นไปตามรายงานของศาลที่ได้แจกให้กับสื่อมวลชน ส่วนเรื่องที่ศาลรับคำร้องไว้พิจารณาแต่ให้กลุ่ม 10 สส.ของพรรคประชาชนปฏิบัติหน้าที่ต่อไปนั้น จะนำเสนอคณะกรรมการป.ป.ช.เพื่อพิจารณาต่อไป
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง