ณัฐพงษ์ รีเซ็ตพรรค สู้ระบอบอุปถัมภ์ ตั้งเป้า 4 หมุดหมาย เดินเกม ‘ครม.เงา-เร่งปั้นผู้สมัครทั่วประเทศ’ จ่อเปิดตัวทีมกรุงเทพฯ ผู้ว่าฯ – สก.

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 26 เม.ย. 2569 ที่โรงแรมเมเปิล บางนา กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชนจัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปีพรรคประชาชน ครั้งที่ 1/2569 โดยมีแกนนำพรรค อาทิ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรค น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ และนายทะเบียนพรรค นายศรายุทธิ์ ใจหลัก อดีตเลขาธิการพรรค นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรค สส. และสมาชิกพรรค เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

เวลา 09.25 น. นายณัฐพงษ์ กล่าวเปิดการประชุมชี้แจงการปรับโครงสร้างใหม่ รวมถึงทิศทางการทำงานตรวจสอบรัฐบาลและทิศทางการขับเคลื่อนพรรคในอนาคตว่า วันนี้เป็นวาระการประชุมใหญ่สามัญของพรรคอย่างเป็นทางการ แต่จริงๆ แล้วเรามีการสัมมนาร่วมกันตลอดสองวันที่ผ่านมา

ซึ่งเราไม่ได้พูดคุยกันแค่เรื่องปัญหาภายในพรรค แต่สิ่งที่เราพูดคุยกันคือปัญหาและอนาคตของประเทศ สิ่งสำคัญคือการที่พวกเราจะทำอย่างไรให้พรรคประชาชนเป็นยานพาหนะที่จะนำมาซึ่งการสร้างการเปลี่ยนแปลง ไปสู่สังคมที่ดีกว่าอย่างแท้จริง

ทั้งนี้ มีหลายประเด็นที่เราได้รับเสียงสะท้อนมาตั้งแต่หลังเลือกตั้ง และต้องยอมรับว่าหลังการเลือกตั้งเกิดความไม่ชัดเจนหลายอย่างขึ้นในสังคม จากที่ได้พูดคุยและตกผลึก สร้างความคิดร่วมกัน และสามารถสร้างความชัดเจนขึ้นได้ ทั้งในองคาพยพของพรรค และความชัดเจนที่จะนำเสนอต่อสังคม 3 ความชัดเจน คือ บุคลากร การทำงานของพรรค และอุปสรรคที่สำคัญของประเทศ

รวมถึง 4 หมุดหมายที่สำคัญที่เราจะนำเสนอต่อประชาชนคนไทยว่า เมื่อเรามีความชัดเจนในข้อนี้แล้ว อะไรเป็นหมุดที่สำคัญที่จะเกิดขึ้นในปี 2569

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ความชัดเจนแรก ตนขอแสดงความยินดีกับ 10 สส. ที่จะได้ปฏิบัติหน้าที่ต่อในสภาผู้แทนราษฎร ความชัดเจนที่สอง คือ ความชัดเจนของคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ที่เราจะนำเสนอในระเบียบวาระการประชุมอย่างเป็นทางการ

โดยที่ผ่านมาเราถูกบีบว่า พรรคประชาชนจะต้องเลือกทำทางไหน สังคมตั้งคำถามกับเราว่าจะเป็นพรรคเชิงกระแสหรือเป็นพรรคที่ต้องปรับเปลี่ยนตัวเองไปทำงานในพื้นที่ เลือกทำการเมืองแบบที่พรรคอื่นทำในอดีต

“การเปลี่ยนแปลงไม่สามารถเลือกทางเดินทางหนึ่งได้ เราต้องเลือกทั้งสองอย่าง อย่างดีที่สุดพร้อมๆ กัน มีข้อเสนอจากเพื่อนสมาชิกว่า ทำงานทางความคิดต้องเริ่มอย่างเข้มข้นและต้องเริ่มจากพรรค มีข้อเสนอว่าเราจะไปทำงานความคิดกับประชาชนได้อย่างไร หากองคาพยพยังมีความคิดและความเชื่อไม่ตรงกัน

นี่เป็นสิ่งสำคัญและผมให้คำมั่นสัญญากับเพื่อนสมาชิกทุกคนว่า คณะกรรมการบริหารพรรค ผู้บริหารของพรรคเราจะเน้นการทำงานทางความคิดให้เข้มข้น ทั้งภายในพรรคและภายนอกพรรคอย่างต่อเนื่องต่อไป” นายณัฐพงษ์ กล่าว

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม การทำงานทางความคิดเพียงอย่างเดียวไม่สามารถที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงได้ ต้องทำงานในพื้นที่อย่างเข้มข้นด้วย และจะมีการจัดตั้งแกนนำในชุมชนต่างๆ เพื่อปลูกฝังเมล็ดพันธุ์ทางความคิดให้กับประชาชนและคนรุ่นหลัง

การทำงานพื้นที่ของเราจะไม่มีวันไปทำงานประเภทแจกของหรือสร้างบุญคุณตอบแทนกับประชาชน ประชาชนไม่จำเป็นต้องมาติดหนี้พวกเราในฐานะนักการเมือง เราต้องรับใช้พวกเขา มีข้อเสนอจากเพื่อน สส. ว่า การทำงานจัดตั้งมวลชนของพวกเรา คือการชวนให้เขามาเป็นเจ้าของประเด็น ร่วมแก้ไขปัญหาในพื้นที่ไปพร้อมกับเรา

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ประเทศไทยในวันนี้สิ่งสำคัญไม่ใช่อุปสรรคภายนอก หากเรามีระบบรัฐบาลและการเมืองในประเทศที่เข้มแข็ง มีรัฐบาลที่ไม่มีสีเทา สมาชิกรัฐสภาไม่ได้ถูกครอบงำ โดยคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งอย่างที่ไม่ควรจะเป็น หากทุกอย่างเป็นไปอย่างที่ควรจะเป็น ไม่ว่าอุปสรรคภายนอกจะร้ายแรงแค่ไหน ประชาชนก็ยังคาดหวังสิ่งที่ดีกว่าได้เสมอ

เห็นได้จากวิกฤตพลังงานที่ผ่านมา ใครที่มีเส้นสายกับบ้านใหญ่หรือกลุ่มทุนพลังงานก็อาจเข้าสู่ทรัพยากรได้เร็วกว่าคนตัวเล็กตัวน้อย

สิ่งสำคัญของเราต่อจากนี้คือการล็อกเป้าและชี้เป้าให้คนไทยทั้งประเทศเห็นภาพร่วมกับเราชัดๆ ไม่ว่าเขาจะเคยเลือกพรรคการเมืองใดในอดีตก็ตาม แต่อุปสรรคและศัตรูของประชาชนที่สำคัญในประเทศนี้ ไม่ใช่วิกฤตพลังงานเฉพาะหน้า หรือวิกฤตต่อๆ ไป ที่ถาโถมในอนาคต แต่คือวิกฤตภายในของพวกเราเอง

เราจะต่อสู้กับระบอบการเมืองอุปถัมภ์ การเมืองมุ้งใหญ่อย่างไร องค์กรอิสระ หรือสมาชิกวุฒิสภา ระบบราชการที่ไม่มีความโปร่งใส และไม่ยึดโยงกับประชาชน เป็นภารกิจหน้าที่ของเราทุกคน การสื่อสารของพวกเราต่อจากนี้ ต้องชี้เป้าให้ชัดเจนว่าอุปสรรคที่สำคัญของประเทศคือระบอบกินรวบที่กำลังกัดกินประเทศนี้อยู่

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ทั้งนี้ สำหรับ 4 หมุดหมาย คือ 1.เตรียมเปิดตัวคณะรัฐมนตรีเงาที่จะทำหน้าที่ตรวจสอบและให้ข้อเสนอแนะแก่รัฐบาล

2.ขับเคลื่อนกรรมาธิการทั้ง 9 คณะ ต้องขอชื่นชมทีมเจรจาที่ทำให้เราได้คณะกรรมาธิการที่ดีมาก และสามารถขับเคลื่อนประเด็นที่เราตั้งใจในสภาฯ ชุดนี้ได้

3.การทำงานยุทธศาสตร์พื้นที่ พรรคได้ตั้งทีมทำงานขึ้นมา โดยมีเป้าหมายเพื่อเอาชนะการเลือกตั้ง เราเตรียมพร้อมจะเคาะผู้สมัครให้เร็วภายในเดือน ก.ค. ให้ลงไปทำงานในพื้นที่ ให้มีเวลาเข้าไปนำเสนอนโยบาย และปลูกฝังเมล็ดพันธุ์ทางความคิดให้กับประชาชน ส่วนในเรื่องของปัญหาคุณสมบัติผู้สมัคร ยิ่งเราเคาะผู้สมัครได้เร็ว ประชาชนก็ยิ่งมีโอกาสเข้ามาตรวจสอบผู้สมัครของเราได้เร็ว

4.การเลือกตั้งท้องถิ่น เราเห็นแล้วว่า ลำพูนโมเดล การเปลี่ยนแปลงในท้องถิ่น ส่งผลถึงการเปลี่ยนแปลงระดับประเทศ เรายังเดินหน้าและเอาจริงกับสนามการเลือกตั้งท้องถิ่นเช่นกัน และสมาชิกพรรคเสนอให้มีการเคาะตัวผู้สมัครการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นให้เร็วเช่นเดียวกัน นอกจาก สนามพัทยา และ กทม.

เชื่อว่าภายในต้นเดือน ก.ค.นี้ ทีมกรุงเทพฯ ทั้งผู้ว่าฯ กทม. และ สก. จะเป็นอีกตัวเลือกที่ดีของชาวกรุงเทพฯ แน่นอน ขอบคุณสมาชิกทุกคนอีกหนึ่งครั้งที่ยังมีสปิริต และยังเชื่อในความเป็นพรรคมวลชนของพวกเรา ทุกคนในพรรคมีส่วนร่วมเข้ามากำหนดทิศทางอย่างแท้จริง

จากนั้นเวลา 09.40 น. นายณัฐพงษ์ เสนอรายชื่อบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่แทนนายศรายุทธิ์ อดีตเลขาธิการพรรคซึ่งลาออก คือ นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ นอกจากนี้ยังมี น.ส.สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา อดีตสส.นครปฐม ดำรงตำแหน่งคณะกรรมการบริหารพรรค และนายณัฐพงษ์ยังคงดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค รวมถึงตำแหน่งอื่นๆ ยังคงเดิม

นอกจากนี้ นายณัฐพงษ์ ยังทิ้งท้ายคำพูดของนายวีรยุทธ ตลอดช่วง 2 วันที่ได้สื่อสารกับสมาชิกพรรคประชาชนว่า กรรมการบริหารพรรคทุกคนพร้อมทำงานอย่างเต็มที่รับใช้สมาชิกพรรคและคนไทยทุกคน ปัจจุบันเราอยู่ในยุคโซเชียลมีเดียที่ปัจเจกบุคคลลุกมาเด่นดังได้

ในขณะเดียวกันเรามีสงครามเฟกนิวส์ที่ปล่อยข่าวโจมตีพวกเราเป็นรายวัน ขบวนการสายก้าวหน้าจะขับเคลื่อนอย่างมีพลัง และเดินหน้าได้แท้จริง เราต้องรักษาขบวนการเป็นหลัก และสิ่งที่น่าเป็นห่วงคือปัจเจกกำลังโด่งดัง แต่กระบวนการกำลังพังทลาย ซึ่งไม่เชื่อว่าสิ่งนั้นจะเกิดขึ้นกับพรรคประชาชน

ถ้าพวกเรารักษาสปิริต ข้อบังคับพรรค วินัยพรรค และการครองตนที่ดี ความเป็นประชาธิปไตยคุยกันอย่างเต็มที่ตกผลึกกันภายในพรรค ภายนอกพรรคขับเคลื่อนไปอย่างมีเอกภาพและเป็นพลัง โดยเชื่อว่าเราจะเดินหน้าสู่การเปลี่ยนแปลงได้อย่างแท้จริง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน