บรรณพจน์ เยี่ยม ‘ทักษิณ’ เผยโอเคดี ทนายวิญญัติย้ำสุขภาพใจดี ลุ้นมติกก.พักโทษ 29 เม.ย.นี้ เบื้องต้นอายุเกิน 70 ปี ไม่ต้องติดกำไล EM
เมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ 2 เม.ย.2569 ที่เรือนจำกลางคลองเปรม ถนนงามวงศ์วาน นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ พี่ชายบุญธรรมของคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร เป็นตัวแทนครอบครัว เข้าเยี่ยมนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ซึ่งในครั้งนี้จะเป็นการเยี่ยมครั้งที่ 59 พร้อมกับนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความ ปัจจุบันนายทักษิณได้ถูกคุมขังอยู่ภายในเรือนจำ เป็นระยะเวลา 7 เดือน กับอีก 18 วัน
ทั้งนี้ ยังคงมีกลุ่มคนเสื้อแดง เดินทางมาให้กำลังใจ และทุกวันอาทิตย์ ยังมีเวทีปราศรัยหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม สลับหมุนเวียนแกนนำคนเสื้อแดงขึ้นเสวนา รวมถึงนายก่อแก้ว พิกุลทอง อดีตสส.พรรคเพื่อไทย ได้นำสลากกินแบ่งรัฐบาล จำนวน 200 ใบ มาคอยแจกให้คนเสื้อแดงที่มาร่วมกิจกรรม
กิจกรรมทั้งหมดจะดำเนินไปจนกว่าจะถึงเช้าวันจันทร์ที่ 11 พ.ค.2569 ซึ่งนายทักษิณ จะได้รับการปล่อยตัวพักโทษเพื่อคุมประพฤติ ซึ่งครบกำหนดการรับโทษมาแล้ว 2 ใน 3 (หรือ 8 เดือน) จากอัตราโทษ 1 ปี เข้าเกณฑ์พักโทษกรณีทั่วไป เมื่อนายบรรณพจน์ มาถึงเรือนจำฯ ได้ยกมือไหว้สวัสดีสื่อมวลชนและคนเสื้อแดงที่มารอต้อนรับให้กำลังใจ โดยยังไม่มีการให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด
ต่อมาเวลา 10.10 น. หลังจากเข้าเยี่ยม 15 นาที นายบรรณพจน์ เปิดเผยสั้นๆ ว่า จากการพูดคุยกับนายทักษิณ ท่านโอเคดี แต่รายละเอียดต่างๆ ขอให้สื่อมวลชนพูดคุยสอบถามกับทนายวิญญัติ แทน
ด้านนายวิญญัติ เผยว่า หลังจากวันที่ 23 เม.ย. ทางลูกและหลานได้เข้าเยี่ยมใกล้ชิดนายทักษิณ ได้สวมกอดและไหว้ขอพร ซึ่งนายทักษิณและครอบครัว มีความสุขอย่างมาก เพราะไม่ได้เจอและสัมผัสกันนานหลายเดือนแล้ว ต้องขอบคุณเรือนจำกลางคลองเปรม
อย่างไรก็ตาม วันที่ 23 เม.ย. เป็นครั้งสุดท้ายแล้วที่นายทักษิณ จะได้เยี่ยมญาติใกล้ชิด และในฐานะทนาย มองว่าเป็นโอกาสที่ดีมาก ๆ ส่วนเรื่องสุขภาพ นายทักษิณ ยังคงปกติดี แต่มีโรคประจำตัว แต่ไม่ได้มีอาการโคม่าหรือน่ากังวล เพราะท่านพยายามดูแลตัวเองให้ดี รับประทานยาอยู่เป็นประจำ อาการโดยรวมที่น่ากังวลใจ จึงไม่มีเลย และสุขภาพจิตใจก็ดีด้วย
เมื่อถามว่ากระแสข่าวคณะกรรมการพักการลงโทษระดับกรมราชทัณฑ์ มีมติให้นายทักษิณ มีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์ได้รับการพักโทษทั่วไปแล้ว จึงเหลือเพียงด่านสุดท้าย ในวันที่ 29 เม.ย. ซึ่งคณะกรรมการพักการลงโทษระดับกระทรวงยุติธรรม จะได้ประชุมพิจารณานั้น นายวิญญัติ กล่าวว่า ถ้าเป็นเช่นนั้น ตนขอความกรุณาคณะอนุกรรมการฯ ทุกท่านให้พิจารณาเป็นไปตามหลักเกณฑ์และข้อเท็จจริง เพราะตนคิดว่าท่านจะได้รับการพิจารณาอย่างตรงไปตรงมา
ในฐานะทนายความ ตนอยากบอกว่าอยากให้นายทักษิณ ได้รับโอกาสพักโทษ ส่วนเป็นห่วงหรือไม่ ก็ยอมรับว่าทุกคนเป็นห่วงอยู่แล้ว แม้ญาติหรือครอบครัวของผู้ต้องขังรายใด เชื่อว่าความรู้สึกไม่ต่างกัน เพราะเรือนจำกลางคลองเปรม มีผู้ต้องขังเยอะ ไม่ได้มีนายทักษิณคนเดียว ทั่วประเทศคงมีประมาณหลัก 500 ราย ซึ่งตนไม่ก้าวล่วง เพราะคณะอนุกรรมการฯ ยังคงทำหน้าที่กันอยู่
เมื่อถามว่าสถานที่พักโทษคุมประพฤตินายทักษิณ ครั้งนี้จะยังคงเป็นบ้านจันทร์ส่องหล้า หรือไม่นั้น นายวิญญัติ กล่าวว่า ตามที่ตนได้ยื่นไป ก็ยังคงเป็นบ้านจันทร์ส่องหล้า ซึ่งจะเป็นสถานที่ที่นายทักษิณจะใช้อาศัยระหว่างคุมประพฤติ ในกรณีผ่านเกณฑ์ได้รับการพักโทษคุมประพฤติ
ส่วนที่มีรายงานว่านายทักษิณ จะไม่ต้องติดกำไล EM เพราะเข้าเกณฑ์ผู้ต้องขังสูงวัยเกินกว่า 70 ปีนั้น นายวิญญัติ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ ขอให้รอฟังผลดีกว่าว่าจะเป็นจริงตามที่สื่อสอบถามหรือไม่ ขอให้ท่านได้รับโอกาสตามระเบียบกฎหมาย เพราะสูงอายุ และมีโรคประจำตัวด้วย ส่วนการประเมินต่าง ๆ ก็เป็นส่วนของเจ้าหน้าที่ ตนไม่ขอมีความเห็นใด ๆ
มีรายงานว่า เนื่องด้วยนายทักษิณ มีอายุกว่า 76 ปี และมีปัญหาด้านสุขภาพ ส่วนใหญ่จึงเข้าเงื่อนไขในกลุ่มผู้ต้องขังสูงวัยที่ไม่ต้องติดกำไล EM ส่วนการปล่อยตัวคุมประพฤติจะเกิดขึ้นในช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 11 พ.ค.นี้ และจะต้องรับการคุมประพฤติต่อเนื่องอีกเป็นเวลา 4 เดือน จนกว่าจะพ้นโทษและได้รับอิสรภาพอย่างสมบูรณ์ในวันที่ 9 ก.ย.2569