บิ๊กเกรียง นำสื่อดูสว.จ่ายเงินซื้อข้าวเองวันแรก มั่นใจลดงบประมาณได้มาก เชื่อวิปวุฒิทำความเข้าใจกับสมาชิกที่ยังไม่เห็นด้วยได้ ยันวิกฤตคลี่คลายอาจกลับมากินฟรีเหมือนเดิม
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 27 เม.ย.2569 ที่รัฐสภา บริเวณห้องอาหาร ฝั่งสว. ชั้น 2 ข้างห้องประชุมจันทรา (ห้องประชุมวุฒิสภา ) ได้เปิดห้องอาหารให้สว.ได้ซื้ออาหารรับประทานเองเป็นครั้งแรก มีร้านอาหารทั้งหมด 3 ร้าน ประกอบด้วย ร้านก๋วยเตี๋ยวหมูต้มยำมะนาว ข้าวหมูแดง ร้านขนมหวาน และ อาหารของมุสลิม เป็นข้าวหมกไก่ใส่กล่อง ราคากล่องละ 70 บาท
ส่วนน้ำดื่มยังคงบริการฟรี ด้านการชำระเงินเป็นการชำระผ่านการสแกนจ่าย ไม่มีการขายคูปองหรือจ่ายเงินสด
นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สว. ที่เข้าใช้บริการร้านอาหาร เปิดเผยว่า อาหารมีเพียงพอ สำหรับสมาชิก เพราะมีทั้งข้าว ก๋วยเตี๋ยว และขนมหวาน แต่เสียดายไม่มีผลไม้ด้วย
ด้านพล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 ได้ลงมาเลือกซื้ออาหารเพื่อรับประทานเช่นกัน เป็นข้าวหมูแดง-หมูกรอบ โดยซื้อไป 5 กล่องให้กับแขกที่มาเข้าพบ ทั้งนี้ ร้านที่มาเปิดจะหมุนเวียนไปตามความต้องการของสมาชิก ถ้าไม่เพียงพอก็จะมีมาเพิ่มเติม โดยร้านอาหารที่นำเข้ามาไม่จำเป็นต้องเป็นร้านดัง
จากนั้นพล.อ.เกรียงไกร ได้กินข้าวที่ซื้อโชว์ พร้อมบอกว่าราคา 60 บาท ถือว่าโอเค เพราะเรากินเพื่ออยู่ อร่อยดี หร่อยจังฮู้ พร้อมยกนิ้วโป้งให้
พล.อ.เกรียงไกร ให้สัมภาษณ์ว่า บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกครื้น ถือเป็นการปรับเปลี่ยนบรรยากาศท่ามกลางวิกฤตของชาติที่เกิดจากประเด็นปัญหาพลังงานจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง ซึ่งเราจะเป็นส่วนหนึ่งที่ประหยัดงบประมาณเพื่อรัฐบาลจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน
“สว.ได้มีมติในการประชุมวิปวุฒิสภา ต่อไปจะเปิดโอกาสให้ร้านต่างๆ หมุนเวียนกันมาให้บริการกับสว. ให้ได้ซื้อกินกัน เราจะทำอย่างนี้ต่อไปจนกว่าจะเข้าสู่สภาวะปกติ” พล.อ.เกรียงไกร กล่าว
เมื่อถามว่าสมาชิกบางคนมองว่าอาหารยังไม่หลากหลาย พล.อ.เกรียงไกรกล่าวว่า วันนี้ถือเป็นวันแรก ที่เราได้ทดลอง จะมีอยู่ 3-4 ร้าน แต่วันหน้าจะมีการสำรวจความคิดเห็นความต้องการของสมาชิกเพื่อปรับเปลี่ยนอาหารชนิดอื่นๆ เข้ามาตามที่สมาชิกต้องการ ช่วงนี้อาจขรุขระบ้าง แต่ถือว่ามีรสชาติของชีวิตดี ซึ่งสมาชิกก็ให้ความร่วมมือกันเป็นอย่างดี
ส่วนจะประหยัดงบประมาณไปเท่าไหร่นั้น พล.อ.เกรียงไกร กล่าวว่า ตนมองว่าน่าจะพอสมควร จาก 800 บาทต่อคนต่อวัน แต่ตอนนี้คิดว่าไม่น่าจะเกิน 200 บาทต่อคน ตนซื้อมา 60 บาทเป็นข้าวหมูแดงหมูกรอบ บางคนอาจจะเพิ่มเติมเกาเหลาอีก 60 บาท ก็เป็น 120 บาท ส่วนน้ำก็มีบริการฟรี
เมื่อถามว่าหากร้านค้าขายไม่หมดจะทำอย่างไร พล.อ.เกรียงไกรกล่าวว่า คงต้องประเมินผล ถ้าร้านยืนอยู่ไม่ได้ ก็อาจจะเปิดให้ ข้าราชการจากสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาเข้ามาซื้อด้วย ซึ่งจะมีการจัดสรรต่อไป
เมื่อถามว่าสมาชิกบางคนยังไม่เห็นด้วยในเรื่องจ่ายเงินซื้อข้าวเอง จะต้องทำความเข้าใจอย่างไร พล.อ.เกรียงไกรกล่าวว่า ต้องทำความเข้าใจผ่านกรรมาธิการต่างๆ ซึ่งวิปวุฒิฯได้ลงมติกันไปแล้วในเรื่องนี้ ซึ่งยังมีบางส่วนที่สมาชิกไม่เห็นด้วยอยากให้กลับเข้าสู่สภาวะแบบเดิม ขณะที่บางส่วนบอกว่าหากไม่มีร้านค้าก็จะนำอาหารมาเองจากบ้าน
แต่ส่วนใหญ่มีมติอย่างนี้ ถ้าประเทศเข้าสู่สภาวะปกติ อาจจะนำอาหารฟรีกลับมาเหมือนเดิม และส่วนหนึ่งก็เห็นเรื่องของความสะดวกในการประชุม แต่ในสภาวะวิกฤตเราต้องจัดลำดับความเร่งด่วนก่อน เพราะตอนนี้เราเร่งแก้ไขสภาวะวิกฤตเศรษฐกิจของชาติ ทุกคนก็ให้ความร่วมมือ