อธิบดีฝนหลวง ชิงลาออกก่อนเกษียณ หลังถูกย้ายฟ้าผ่า ยันเพื่อรักษาศักดิ์ศรีขรก. แฉถูกติดต่อขอเข้าพบผิดปกติ-พัวพันประเด็นงบซ่อมอากาศยาน ยอมไม่ได้ ยันพร้อมเปิดหลักฐาน
วันที่ 29 เม.ย.2569 ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยภายหลังยื่นหนังสือลาออก ว่า เดิมมีกำหนดเกษียณอายุราชการในวันที่ 7 ส.ค. 2569 เมื่ออายุครบ 60 ปี แต่ภายหลังได้หารือกับครอบครัวและตัดสินใจลาออกก่อนกำหนด โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 23 มิ.ย.2569 เป็นต้นไป
การโยกย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการ เป็นอำนาจของผู้บริหาร ตนพร้อมน้อมรับ แต่ยืนยันว่า การตัดสินใจลาออกครั้งนี้ ไม่ได้ย่นย่อต่อแรงกดดัน แต่ต้องการรักษาศักดิ์ศรีข้าราชการ
ส่วนประเด็นหลานชายรัฐมนตรีพยายามติดต่อขอเข้าพบนั้น นายราเชน กล่าวว่า เห็นว่ามีลักษณะผิดปกติ โดยมีการอ้างว่าจะเข้ามาหารือเรื่องงานซ่อมบำรุงอากาศยาน และนัดหมายให้ไปพบในสถานที่ที่ไม่ใช่หน่วยงานราชการ ยืนยันว่ามีหลักฐานการติดต่อเก็บไว้ครบถ้วน
ส่วนคำของบประมาณปี 2570 ที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรฯ เรียกดูก่อนเข้ามาปฏิบัติหน้าที่รมว.เกษตรฯนั้น เป็นไปตามกระบวนการปกติของราชการ เนื่องจากกรมฝนหลวงมีอากาศยานมากกว่า 30 ลำ ที่ต้องดูแลตามมาตรฐานความปลอดภัย การจัดซื้อจัดจ้างทุกขั้นตอนเป็นไปอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้
ส่วนที่ตั้งข้อสังเกตถึงการโยกย้ายตำแหน่งก่อนเกษียณ นายราเชน กล่าวว่าเป็นนโยบายของผู้บริหาร โดยให้เหตุผลว่าใกล้เกษียณแล้ว ต้องการปรับตำแหน่งให้เหมาะสม แต่ยืนยันว่าไม่ติดใจ และพร้อมปฏิบัติตามในฐานะข้าราชการมืออาชีพ ถ้าให้ไปอยู่ตรงไหน ไปได้หมด ถ้าเป็นประโยชน์ต่อประเทศ
อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจลาออกครั้งนี้ ยืนยันไม่ใช่เรื่องความผิดหรือความด่างพร้อยในชีวิตราชการ แต่ตัดสินใจด้วยตัวเอง เพื่อเปิดทางให้คนรุ่นใหม่เข้ามาทำงาน และเพื่อกลับไปดูแลครอบครัว ทำงานมาทั้งชีวิต วันนี้ขอทำเพื่อตัวเองบ้าง ไม่อยากมีปัญหากับใคร อยู่ไม่ได้ก็ลาออกแค่นั้น ยืนยันว่าไม่ยึดติดตำแหน่ง และยังคงมีศักดิ์ศรีในฐานะข้าราชการ
ส่วนที่สังคมตั้งข้อสงสัยว่าที่ไม่ได้ไปต่อเพราะไม่ใช่เด็กของนายใหม่ นายราเชน ยอมรับว่าเติบโตมาจากสายงานที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายการเมือง เริ่มต้นจากการเป็นหัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรี ก่อนขยับขึ้นเป็นรองอธิบดี และทำงานใกล้ชิดผู้บริหารหลายยุค ตลอดเส้นทางที่ผ่านมา เคยถูกมองว่าเป็นคนของนักการเมือง
แต่ยืนยันว่าในฐานะข้าราชการมืออาชีพ หน้าที่คือการสนองนโยบายของผู้บริหาร ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามใครมาเป็นผู้บริหาร เราก็ต้องทำงานสนองนโยบาย แต่ต้องอยู่ในกรอบของความถูกต้อง
นายราเชน ย้ำชัดว่า แม้จะทำงานกับฝ่ายการเมือง แต่มีเส้นแดงที่ไม่ก้าวข้าม คือการไม่ทำในสิ่งที่ผิดกฎหมายหรือไม่ถูกต้อง อย่ามาให้ทำในสิ่งที่ผิด มีจุดยืนของตัวเอง หากมีข้อสงสัยหรือข้อกล่าวหาใดๆ ก็พร้อมเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบทันที เพราะมั่นใจในความบริสุทธิ์ถ้าผิด ให้ตรวจสอบได้เลย รับได้เสมอ
แต่ในทางกลับกัน หากต้องอยู่ในสถานการณ์ที่กดดันหรือไม่สามารถยืนอยู่บนหลักการได้ ก็ยืนยันว่าการลาออกคือทางเลือกที่ชัดเจนที่สุด ไม่ผิดแล้ว อยู่ไม่ได้ ก็ลาออก
นายราเชน ยังแสดงความเป็นห่วงต่อสถานการณ์ต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้น จากเดิมลิตรละ 39 บาท เป็นกว่า 53 บาท ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติงาน โดยได้รายงานต่อผู้บังคับบัญชาแล้ว แต่ยังไม่มีความคืบหน้า