สภาประท้วงวุ่น เท้ง แฉ 5 เหตุบังเอิญพลัส พบจิ๊กซอว์น้ำมัน-ทุนเทา โยงคนระดับสูงในรัฐบาล จี้‘อนุทิน-พิพัฒน์’ มาตอบเองให้ชัด ‘เสี่ยโต้ง’ รีบยกมือไหว้ขออภัย ขณะที่ ‘น้า-หลาน’ ผนึกกำลังรุม ‘โสภณ’ จี้ขอหนังสือแจ้งเหตุผลนายกฯ-รัฐมนตรีไม่มาตอบกระทู้

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 30 เม.ย.2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม วาระพิจารณากระทู้ถามสดด้วยวาจา ของนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ถาม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย

แต่นายอนุทิน มอบหมายนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและรมว.คมนาคม มาตอบกระทู้แทน นายพิพัฒน์ ได้มอบหมายนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม มาตอบกระทู้แทน

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนไพยายามประสานไปตั้งแต่วันที่ 29 เม.ย. และเมื่อเช้าก็หารือกับเจ้าหน้าที่สำนักประธานฯ รวมถึงหารือโดยตรงกับนางมัลลิกา จิรพันธ์วานิช รองประธานสภาราษฎร คนที่สอง ว่าตนประสงค์จะหารือตั้งกระทู้ถามสดกับ 2 คนในรัฐบาลนี้เท่านั้นคือ นายอนุทินหรือนายพิพัฒน์ เพราะเป็นประเด็นเกี่ยวข้องกับน้ำมัน

เข้าใจดีว่ารัฐมนตรีมอบให้มาตอบกระทู้ถามแทนได้ แต่เกรงว่าประเด็นที่ตนจะถามนั้น อาจไม่ได้เกี่ยวข้องกับความรับผิดชอบโดยตรงของนายสิริพงศ์ แต่เพื่อไม่ให้เสียเวลา ขอตั้งกระทู้ถามลอยเพื่อประหยัดเวลา อย่างน้อยก็ส่งคำถามการบ้านล่วงหน้าเพื่อให้ นายอนุทินหรือนายพิพัฒน์ มาตอบในที่ประชุมสภาฯ ในครั้งถัดไป

นายโสภณ ชี้แจงว่า กรณีที่ได้รับมอบหมายนั้นเป็นไปตามข้อบังคับ และข้อบังคับข้อที่ 155 ระบุว่ากระทู้จะตกไปก็เมื่อผู้ถามไม่ถาม แต่ตนจะอนุญาตให้นายณัฐพงษ์ ฝากประเด็นที่อยากจะถามไปยังรัฐบาล

จากนั้นนายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า หัวใจสำคัญที่ตนต้องตั้งกระทู้ถามนายกฯหรือนายพิพัฒน์ โดยตรง เพราะเรื่องใหญ่ที่เราพยายามเรียกร้องให้บุคคลระดับสูงในรัฐบาลมาให้คำตอบกับสังคม แต่จนถึงวันนี้ทั้ง 2 ท่าน ยังไม่ได้ให้คำตอบที่ชัดเจน นั่นคือเหตุบังเอิญและข้อสงสัยว่า กรณีการกักตุนน้ำมันต่างๆ นั้น กำลังมีส่วนพัวพันโยงใยกับเครือข่ายทุนเทา แก๊งสแกมเมอร์ และมีส่วนพัวพันโยงใยกับบุคคลระดับสูงในรัฐบาลชุดนี้

ตนขอตั้งชื่อหัวข้อกระทู้ถามสดที่จะฝากไปยังนายอนุทินหรือนายพิพัฒน์ เพียง 2 คนเท่านั้นคือ 5 เหตุบังเอิญดังนี้ 1.ขณะนี้เรารับรู้และรู้จักว่า ไอ้โม่ง ที่กำลังถูกสอบสวนอยู่นั้นคือ เสี่ยตือ เจ้าของคลังน้ำมันที่ จ.เพชรบุรี ที่มีการขายให้กับบริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือ BCPG หรือบริษัทลูกของบางจากในปี 2566

ทำให้นายโสภณ ท้วงขึ้นว่า เราเคยการพูดเรื่องนี้ไปแล้ว ตนไม่ขัดหากนายณัฐพงษ์จะพูดต่อ แต่อยากให้สรุปสั้นๆ

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนอยากวางบรรทัดฐานที่สิทธิ์ตั้งกระทู้ถามของสมาชิกที่ไม่อยากให้สมาชิกต้องปรับประเด็นตามผู้ที่มาตอบ แต่จริงๆ ควรเป็นความรับผิดชอบของฝ่ายบริหารที่จะต้องมาตอบกระทู้ถามสดต่อสมาชิกในทุกประเด็น ดังนั้น หากนายโสภณ อยากวินิจฉัยว่าจะเข้าสู่ระเบียบวาระกระทู้ถามสด ซึ่งข้อบังคับระบุว่าไม่ควรถามเกิน 3 ครั้ง ตนก็อยากที่จะถามในครั้งเดียว อยู่ที่นายสิริพงศ์ จะลุกขึ้นชี้แจงแทนหรือไม่ จะเป็นเช่นนั้นก็ได้

นายโสภณ วินิจฉัยว่า ถือว่ากระทู้นี้ไม่ตก และเป็นไปตามระเบียบข้อบังคับที่อนุญาตให้ผู้ที่ได้รับมอบหมายมาตอบกระทู้ เป็นผู้ตอบกระทู้แทน ขอให้เป็นกระทู้ปกติ

ขณะที่นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ประท้วงว่า เมื่อสักครู่นายณัฐพงษ์ระบุว่าการตั้งกระทู้สดวันนี้ ขอผู้ที่มาตอบกระทู้เพียงแค่ 2 คนคือนายอนุทินและนายพิพัฒน์ วันนี้มีการมอบหมายให้นายสิริพงศ์ และก็มารอเพื่อตอบ

เพื่อให้การทำงานในสภาราบรื่น อยากวิงวอนฝากไปยังฝ่ายค้านว่าในทุกการถามกระทู้สด อยากให้ช่วยระบุว่าประเด็นที่จะถาม ตนจะประสานเพื่อให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องมาตอบกระทู้ได้ วันนี้ที่ประสานงานกัน ก็บอกว่าเกี่ยวข้องกับกระทรวงคมนาคม ซึ่งรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องไม่ว่าง จึงมอบนายสิริพงศ์ มาตอบ ฉะนั้น ดำเนินไปตามที่นายโสภณวินิจฉัยก็ได้ เพราะนายสิริพงศ์พร้อมมาตอบอยู่แล้ว

นายโสภณ วินิจฉัยให้นายณัฐพงษ์ถามกระทู้ จากนั้นนายณัฐพงษ์ จึงถามว่า จากการตรวจสอบการกักตุนน้ำมันของเสี่ยตือที่ จ.เพชรบุรี ที่มีการขายให้กับบริษัทลูกของบริษัทบางจากเมื่อปี 2560 ด้วยมูลค่าที่สูงเกินจริงถึง 4 พันล้านบาท คือมีการซื้อถึง 9 พันล้านบาท ทั้งที่มีการประเมินไว้แค่ 5 พันล้านบาท ซึ่งเหตุบังเอิญข้อแรกนี้ ทำให้พวกเราสงสัยว่าตกลงแล้วซื้อแพงเกินจริงขนาดนี้ไปเพื่ออะไร

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า เหตุบังเอิญข้อที่สอง จะมาช่วยต่อจิ๊กซอว์ให้พวกเราได้เห็นภาพอย่างชัดเจนขึ้นคือ เสี่ยตือคนนี้ ทุกคนรู้ว่าเป็นเจ้าของคาสิโนหลายแห่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฝั่งกัมพูชา ที่อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องพัวพันกับเครือข่ายทุนเทา กลุ่มสแกมเมอร์ ที่บริษัทเหล่านั้นกำลังจะมาฮุบบริษัทบางจากผ่านการซื้อหุ้น

เหตุบังเอิญต่อไปคือ เสี่ยตือคนนี้ เป็นพ่อของบุตรชายที่เคยถูกออกหมายจับในคดีฟอกเงินและเว็บพนันออนไลน์ ซึ่งนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ก็เป็นคนออกมายืนยันผ่านสื่อเองว่า ลูกชายของเสี่ยตือคนนี้ พยายามติดสินบน 40 ล้านบาท เพื่อแลกกับการยุติคดีการสืบสวนในเรื่องทุนเทาคือ การทะลายเว็บการพนัน

นอกจากนี้ยังมีเหตุบังเอิญ คือ เสี่ยตือคนนี้ยังเป็นพ่อของลูกสาว ที่เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทน้ำมัน จ.อ่างทอง

และข้อบังเอิญข้อที่ห้าคือ เสี่ยตือคนนี้ยังเป็นเพื่อนของนายพิพัฒน์ ที่เคยยอมรับกับสื่อ เมื่อ 2 วันที่ผ่านมา ต่อคำถามว่าสัญญาปล่อยกู้เงินที่ให้กู้เงินเครือข่ายเสี่ยตือ 100 กว่าล้านบาทนั้น สรุปรายละเอียดเป็นอย่างไร แต่ปรากฏว่านายพิพัฒน์ไม่ได้ตอบเรื่องของรายละเอียด แต่กลับตอบว่าผมมีเพื่อนสักคนหนึ่งลำบากมากเลยหรือ

“นี่จึงเป็นเหตุผลที่ผมบอกว่า ข้อเหตุบังเอิญทั้ง 5 ข้อนั้น ไม่ใช่เรื่องบังเอิญทั้งหมด แต่เป็นเหตุบังเอิญพลัส ในรัฐบาลชุดนี้ และยังมีเหตุบังเอิญอีกหลายอย่าง และยังเป็นเหตุบังเอิญที่การกักตุนน้ำมันเกี่ยวโยงกับแก๊งไอ้โม่ง ทุนเทา อาชญากรข้ามชาติ และบังเอิญเกี่ยวข้องกับบุคคลระดับสูงในรัฐบาล แม้จะไม่ใช่ข้อมูลใหม่ แต่เราก็ยังไม่เคยได้ฟังคำตอบจากนายอนุทินหรือนายพิพัฒน์เลย”

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ฉะนั้น ตนขอฝากคำถามไปยังนายอนุทินว่า ตอนที่ยกหูถึงนายวรภัค ธันยาวงศ์ อดีตรมช.คลัง ขอให้ลาออก เพราะมีข่าวฉาวว่าเกี่ยวข้องกับทุนเทาหรือแก๊งสแกมเมอร์ ซึ่งนายวรภัคยอมลาออกทั้งที่ดำรงตำแหน่งเพียง 33 วัน

แต่กรณีของนายพิพัฒน์ ที่ยอมรับกับสื่อโดยตรงว่า เป็นเพื่อนกับเสี่ยตือที่เครือข่ายนี้ อาจจะเกี่ยวข้องกับเครือข่ายทุนเทา สแกมเมอร์ อาชญากรข้ามชาติ จะปฏิบัติต่อนายพิพัฒน์อย่างไร หรือจะเลือกปฏิบัติสองมาตรฐาน เพราะนายพิพัฒน์เป็นหัวจ่ายเงินที่สำคัญให้กับพรรคภูมิใจไทยใช่หรือไม่

ด้านนายสิริพงศ์ ยกมือไหว้ พร้อมกล่าวชี้แจงว่า ครั้งแรกที่ตนได้รับแจ้งคือ การตั้งกระทู้ถามเกี่ยวกับแลนด์บริดจ์ และช่วงเช้าได้รับแจ้งว่านายณัฐพงษ์ เสียสละ เนื่องจากเห็นว่ากระทู้สด 2 กระทู้ซ้ำกัน อาจไม่เหมาะสม จึงได้แจ้งว่าจะเปลี่ยนเนื้อหากระทู้ตั้งถามสด และทราบว่ามีบางส่วนเกี่ยวข้องกับการขนส่ง ทางกระทรวงคมนาคมได้เตรียมมาตอบคำถามของท่าน ในส่วนที่กระทรวงคมนาคมกำกับดูแล นั่นคือรถขนส่งที่ไม่ประจำทาง

แต่หัวข้อที่ตนได้รับมาอาจไม่ตรงกับที่นายณัฐพงษ์ ถามทั้งหมด ดังนั้น ในประเด็นที่ท่านฝากมา ทั้ง 5 ข้อไม่ได้เกี่ยวกับหน้าที่กำกับดูแลของคมนาคมเลย อย่างไรก็ตาม เป็นปัญหาที่เข้าใจว่าท่านต้องการจะหาคำตอบให้สังคม ตนจะนำเรียนนายกฯ และเห็นว่าในหลายเรื่องได้ดำเนินการในชั้นดีเอสไอแล้ว ซึ่งผู้ที่เหมาะสมมาตอบ ตนคิดว่าน่าจะเป็นรมว.ยุติธรรม ที่กำกับดูแลดีเอสไอโดยตรง จึงขอรับข้อเสนอและขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย

จากนั้นนายโสภณ ได้แจ้งว่า จบกระทู้ถามสดดังกล่าว

ทำให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประท้วงว่า ตนเชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ มีโอกาสเกิดขึ้นบ่อยและซ้ำซากมาก จริงๆ ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ หรือข้อบังคับที่ 151 ระบุชัดเจนว่านายกฯและรัฐมนตรีที่ถูกตั้งกระทู้ถาม ต้องมาตอบกระทู้ถามด้วยตนเอง เว้นแต่มีเหตุจำเป็นอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ แต่ต้องแจ้งเหตุจำเป็น เป็นหนังสือต่อประธานสภาฯ หรือในวันประชุมสภา และให้กำหนดว่าจะตอบได้เมื่อใด

จะเห็นว่าในข้อบังคับนี้มีเจตนาชัดว่า ต้องการให้คนที่รับผิดชอบมาตอบ และต้องบอกว่าจะตอบเมื่อไหร่ ซึ่งต่อไปถ้ารัฐมนตรีหรือนายกฯ บอกว่าไม่สามารถมาตอบกระทู้ได้ ประธานสภาฯ ต้องแจ้งที่ประชุมว่าเหตุจำเป็นคืออะไร

สภาฯจะได้ทราบว่าท่านไปเปิดงานสำคัญกว่าการตอบกระทู้จริงหรือไม่ และประธานควรวินิจฉัยด้วยว่า เหตุที่แจ้งมาเข้าข่ายความจำเป็นที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้หรือไม่ หากบอกเพียงว่ามีนัดไว้ก่อน ประธานควรแจ้งว่านัดหมายอะไร นัดเมื่อไหร่และมีหลักฐานหรือไม่ สภาจะได้ศักดิ์สิทธิ์

ทำให้นายโสภณ วินิจฉัยว่า ตนปฏิบัติไปตามข้อบังคับที่ 151 ส่วนที่นายอภิสิทธิ์ พูดถึงนั้นคือกระทู้ทั่วไป มีเวลาที่เลื่อนไปตอบได้และไปเจรจากัน ถ้าจะให้ตนปฏิบัติตามข้อบังคับอย่างเคร่งครัด ต้องไปแก้ข้อบังคับ ส่วนข้อบังคับข้อที่ 155 ระบุว่าหากไม่ถามก็ตกไป ในอดีตเราเคยใช้ข้อบังคับแบบนี้

นายอภิสิทธิ์ ท้วงติงว่า ข้อ 151 อยู่ในหมวดกระทู้ถาม เป็นบททั่วไปว่าด้วยการตั้งกระทู้ถาม ไม่ได้อยู่ในหมวดกระทู้ถามสด ประเด็นของตนคือข้อบังคับ ถ้าเป็นลายลักษณ์อักษรแล้วไม่มีการตรวจสอบก็เหมือนไม่มีข้อบังคับ ต่อให้แก้ก็ไม่มีประโยชน์ ตนแค่เรียกร้องว่าอย่างน้อยที่สุด ขอให้โปร่งใส เหตุผลคืออะไร มีหลักฐานหรือไม่ ไม่เช่นนั้นเราก็จะส่งเสริมให้นายกฯ กับรัฐมนตรีหนีสภาไปเรื่อยๆ

ทำให้นายโสภณ วินิจฉัยว่า ตนได้คุยกับเลขาธิการสภาฯ ว่าขอให้ไปประสานกับพรรคการเมือง ในการปรับปรุงข้อบังคับที่ไม่สามารถทำได้และเป็นอุปสรรคในการปฏิบัติงานของสภาฯ เพราะสมาชิกไม่ได้ปฏิบัติตามตรงข้อบังคับ จึงเป็นเหตุให้การวินิจฉัยของประธานมีปัญหา

ด้านนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน หารือว่า เพื่อความบริสุทธิ์ใจ ขอให้ประธานได้เผยแพร่หนังสือที่มีเหตุจำเป็นอันไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ให้สมาชิกเห็น เอกสารนี้ต้องอยู่ในมือประธานแล้ว เพื่อให้ไม่มีข้อกังขาว่าเหตุที่นายกฯ และรมว.คมนาคม ไม่สามารถมาตอบได้นั้นเป็นเหตุที่หลีกเลี่ยงได้หรือไม่

ส่วนที่นายกรวีร์ ได้ขอความร่วมมือว่าอยากให้เราแจ้งไปก่อนว่าจะถามรัฐมนตรีท่านใด ต้องเรียนว่ากระทู้ถามสด คือการถามประเด็นที่เป็นความเดือดร้อนเฉพาะหน้าของประชาชน หลายครั้งที่ความเดือดร้อนเกิดขึ้นจากมติครม.วันอังคาร

ดังนั้น จะให้เรารู้ว่าถามประเด็นใดก่อนมติครม.วันอังคาร เป็นไปได้ยาก แต่เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประธานวิปรัฐบาล ตนแจ้งล่วงหน้าว่าสัปดาห์หน้าถามนายกรัฐมนตรี สามารถประสานเลยเต็มๆ 7 วัน

ทำให้นายโสภณ ชี้แจงว่า เรื่องกระทู้ถามสดประธานสภาฯ ได้มอบหมายให้รองประธานสภาฯ เป็นผู้พิจารณาว่าเป็นกระทู้สดหรือไม่ เรื่องวิปฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลต้องไปคุยกัน และย้ำว่าต้องหารือกันเรื่องเกี่ยวกับการปรับปรุงข้อบังคับการประชุมที่เป็นอุปสรรค

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน