ปกรณ์วุฒิ ฟาด ป.ป.ช. เข้าใจหน้าที่ตัวเองผิด ชี้เป็นอำนาจศาลพิสูจน์จนสิ้นข้อสงสัย จี้เปิดหลักฐานตีตกคำร้องปมซุกหุ้น ‘ศักดิ์สยาม’ ขู่ บุก ป.ป.ช. หากอาทิตย์หน้ายังไม่เห็นข้อมูล

นที่ 30 เม.ย.2569 ที่รัฐสภา นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์กรณี คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตีตกคำร้องคดีซุกหุ้นของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรมว.คมนาคม ซึ่งเป็นคำร้องที่พรรคประชาชนได้ยื่นในสมัยที่แล้ว ว่า ป.ป.ช. ให้เหตุผลว่ามีการโอนหุ้นทางบัญชีอย่างถูกต้อง และหลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยนายศักดิ์สยามได้ปรับปรุงบัญชีทรัพย์สิน และฟ้องคดีนาย ส. ซึ่งเป็นนอมินีในการถือหุ้น

ขอเรียกร้องให้ ป.ป.ช. พิสูจน์เจตนาของนายศักดิ์สยาม ในการยื่นบัญชีทรัพย์สินก่อนปี 2562 ว่าก่อนหน้านี้มีเจตนาปกปิดทรัพย์สินหรือไม่ โดยเหตุการณ์หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ไม่ได้พิสูจน์ว่าเหตุการณ์ก่อนปี 62 นายศักดิ์สยาม มีเจตนาปิดบังหรือไม่ ทั้งนี้ คำชี้แจงของ ป.ป.ช. พยายามอ้างมาตรฐานการพิสูจน์ทางอาญา หากจะชี้มูลต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า สิ้นสงสัยว่ามีเจตนาทุจริต

“ผมคิดว่า ป.ป.ช. มีการเข้าใจผิดในการทำหน้าที่ของตัวเอง ในกระบวนการยุติธรรมผู้ที่ต้องพิสูจน์ให้สิ้นข้อสงสัยทางคดีอาญาคือศาล ไม่ใช่ ป.ป.ช.” นายปกรณ์วุฒิ กล่าว

นายปกรณ์วุฒิ กล่าวต่อว่า ในคดีนี้ ป.ป.ช.ต้องทำหน้าที่เหมือนเป็นตำรวจหรืออัยการ หากเห็นว่ามีมูลต้องชี้มูลแล้วให้ศาลเป็นผู้ตัดสินว่านายศักดิ์สยาม มีความผิดหรือไม่ ไม่ใช่ใช้มาตรฐานนี้ในชั้น ป.ป.ช.

ถ้าใช้มาตรฐานนี้ สงสัยว่าหลักฐานที่ปรากฏในศาลรัฐธรรมนูญ หลักฐานการเงินในการโอนหุ้นของหจก.บุรีเจริญฯ ที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าต้นเงินมาจากนายศักดิ์สยามและปลายทางอยู่ที่ นาย ส. ที่ถูกกล่าวหาเป็นนอมินี ทางป.ป.ช.ได้พิสูจน์หลักฐานนี้หรือไม่ และให้เหตุผลอะไรที่บอกว่าหลักฐานเหล่านี้พิสูจน์แล้วว่าไม่มีเจตนา ไม่มีมูลในการปกปิดบัญชีทรัพย์สิน

นายปกรณ์วุฒิ กล่าวด้วยว่า จึงขอเรียกร้องให้ ป.ป.ช. เปิดเผยเอกสาร ซึ่งประกอบด้วย รายงานแสวงหาข้อเท็จจริง และรวบรวมข้อเท็จจริง พยานหลักฐานเอกสารทั้งหมดในคดีนี้ ความเห็นของพนักงาน ป.ป.ช. ที่รับผิดชอบทุกคน และรายงานการประชุมของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว

เนื่องจากศาลปกครอง ได้พิพากษาว่า เมื่อคดีจบแล้ว เอกสารนั้นไม่ได้อยู่ในชั้นความลับอีกต่อไป ป.ป.ช. มีหน้าที่ต้องเปิดเผย ซึ่งเคยมีบรรทัดฐานเรื่องนี้ไปแล้ว หากไม่เปิดเผยข้อมูล ก็จะมีการลงโทษ จึงขอเรียกร้องให้ ป.ป.ช. เปิดเผยเอกสารเหล่านี้ต่อสาธารณะ หากยังไม่เปิดเผย ภายในสัปดาห์หน้าตนจะเดินทางไปที่สำนักงานป.ป.ช. เพื่อยื่นเอกสารขอให้เปิดเผยหลักฐานทั้งหมด

เมื่อถามถึงความคืบหน้าการรวบรวมรายชื่อที่ร้องต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อส่งศาลฎีกาให้ตั้งคณะกรรมการไต่สวน ป.ป.ช. นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า ตอนนี้มีการตั้งคณะทำงานเพื่อทำงานร่วมกันของพรรคร่วมฝ่ายค้าน เพื่อร่างคำร้องและยื่นต่อประธานรัฐสภา ซึ่งรายชื่อคาดว่าไม่มีปัญหา

คาดว่าภายในเดือนพ.ค.นี้จะยื่นต่อประธานรัฐสภา ทั้งนี้ หากได้เห็นเอกสารหลักฐาน สำนวนคดีของนายศักดิ์สยามทั้งหมด ก็จะเป็นประโยชน์ในการเขียนคำร้อง

เมื่อถามว่ากรณีเข้าชื่อเพื่อขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ 236 เพื่อตัดการใช้ดุลพินิจของประธานสภาฯ จะลงชื่อร่วมกันในครั้งนี้เลยหรือไม่ นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า ใช้คนละส่วนกัน ซึ่งการเข้าชื่อเสนอแก้ไขในกรณีดังกล่าว แค่เสียงสส.ของพรรคประชาชน ก็เพียงพอแล้ว

เมื่อถามว่ามีการพูดคุยกับพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่นๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไร นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า ตนไม่ได้เข้าประชุมวิปฝ่ายค้าน จึงไม่แน่ใจว่านายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้พูดคุยเรื่องนี้ด้วยแล้วหรือไม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายปกรณ์วุฒิ แถลงข่าว พบว่า มี สส.พรรคภูมิใจไทย 2 คน มายืนรับฟังการแถลงข่าวตั้งแต่ต้นจนจบการแถลงข่าว คาดว่าจะมีการบันทึกเสียงด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน