‘อัครนันท์’ รมช.ศธ. ขีดเส้น ‘สกร.’ 5 พ.ค.นี้ แจงปม แบบเรียนล้าสมัย ชี้ต้องโปร่งใส ยืนยันตรวจสอบในทุกมิติ หากพบข้อบกพร่องจะเร่งดำเนินการปรับปรุง
จากกรณี สส.พรรคประชาชน ออกมาเรียกร้องให้ตรวจสอบมาตรฐานแบบเรียนของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) หลังพบเนื้อหาล้าสมัย และมีเนื้อหาทางวิชาการน้อย ก่อนขอให้รัฐมนตรีที่กำกับดูแลเข้าไปตรวจสอบ ตามที่เคยเสนอข่าวไปแล้วนั้น
สำหรับความคืบหน้าล่าสุด วันที่ 1 พ.ค.2569 นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รมช.ศึกษาธิการ สั่งการให้กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ชี้แจงข้อมูลการจัดพิมพ์หนังสือแบบเรียน ภายในวันที่ 5 พ.ค.นี้ หลังมีข้อร้องเรียนว่าเป็นแบบเรียนที่ล้าสมัย และมีเนื้อหาทางวิชาการน้อย
นอกจากนี้ระหว่างลงพื้นที่ภาคอีสาน นายอัครนันท์ รมช.งศึกษาธิการ ในฐานะกำกับดูแล สกร. ตรวจเยี่ยมการทำงานของ สกร.และพบในห้องสมุดแบบเรียนยังเป็นหลักสูตรปี 2551
ส่วนที่ สส.พรรคประชาชน เรียกร้องให้ตรวจสอบแบบเรียนดังกล่าว นายอัครนันท์ เผยว่า ยืนยันไม่ได้นิ่งนอนใจ สั่งการให้ อธิบดี สกร.เร่งทำข้อมูลชี้แจงภายในวันที่ 5 พ.ค.นี้ พร้อมยืนยันที่จะตรวจสอบในทุกมิติ ทั้งเนื้อหาหลักสูตร กระบวนการจัดทำหนังสือเรียน รวมถึงการนำไปใช้จริงในพื้นที่ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่รอบด้านและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
“หากพบข้อบกพร่อง จะเร่งดำเนินการ ปรับปรุงหลักสูตรและพัฒนาหนังสือเรียนให้ทันสมัย สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลกและความต้องการของผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง” นายอัครนันท์กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอัครนันท์ รมช.ศึกษาธิการ ยังมีบันทึกข้อความด่วนที่สุด ถึงอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ โดยระบุว่า ด้วยปรากฏเป็นข่าว กรณีสส.พรรคประชาชน ประกอบด้วย นายธีรศักดิ์ จิระตราช น.ส.ปวิตรา จิตตกิจ น.ส.พิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ และนายณพัฏน์ จิตตภินันท์กันตา แถลงถึงกรณีการจัดทำและจัดซื้อหนังสือเรียนของกรมส่งเสริมการเรียนรู้
ซึ่งมีประเด็นเกี่ยวกับคุณภาพของเนื้อหา ความเหมาะสมของราคา ความโปร่งใสในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง และการนำหลักสูตร ซึ่งจัดทำขึ้นตั้งแต่ปี 2551 มาตีพิมพ์และใช้เป็นสื่อในการเรียนการสอน โดยมิได้ปรับปรุงให้สอดคล้องกับพัฒนาการทางวิชาการและบริบทของสังคมในปัจจุบัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพการศึกษา งบประมาณของรัฐ และความเชื่อมั่นของประชาชน รวมถึงยังพบปัญหาด้านโครงสร้างพื้นฐานของกรมส่งเสริมการเรียนรู้
เช่น ในพื้นที่ฝั่งธบบุรีต้องใช้วิธีเช่าพื้นที่ของเอกชน หรือใช้พื้นที่ภายในวัดเพื่อจัดการเรียนการสอน และเมื่อเกิดความชำรุดทรุดโทรม ผู้ปฏิบัติงานต้องจัดหาทุน เพื่อซ่อมแซมด้วยตนเอง เพื่อให้ปรากฏข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าว รมช.ศึกษาธิการ จึงมีข้อสั่งการให้กรมส่งเสริมการเรียนรู้ดำเนินการดังต่อไปนี้
1.ให้ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประเด็นปัญหาดังกล่าว พร้อมทั้งระบุเหตุผลและความจำเป็นว่า เหตุใดจึงยังนำหลักสูตรซึ่งจัดทำขึ้นตั้งแต่ปี 2551 มาตีพิมพ์และใช้เป็นสื่อในการจัดการเรียนการสอน
2.ให้ดำเนินการจัดตั้งคณะกรรมการประเมินมาตรฐานหนังสือเรียน โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานภายนอก ร่วมเป็นกรรมการ และเร่งรัดพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้แล้วเสร็จโดยเร็ว
3.ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานที่เรียนในพื้นที่ฝั่งธนบุรีว่า มีการเช่าพื้นที่ของเอกชน หรือใช้พื้นที่ภายในวัด เพื่อจัดการเรียนการสอน หรือไม่อย่างไร




