พริษฐ์ จี้ ครม.มีมติยืนยันร่างแก้รธน. หมวด 15/1 บอกแก้ปัญหาปากท้อง-รัฐธรรรมนูญทำคู่ขนานกันได้ ซัดกู้ 4 แสนล้าน เอาประชาชนเป็นตัวประกัน
เมื่อวันที่ 8 พ.ค.2569 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน(ปชน.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า หากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ปล่อยให้ร่างรัฐธรรมนูญเดิมตกไป โดยไม่สัญญาว่าจะยื่นร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เข้ามา แสดงว่า ครม. ไม่จริงใจในการทำตามคำสั่งของประชาชนจากผลประชามติ
หากรัฐบาลเอาปัญหาเศรษฐกิจมาเป็นข้ออ้าง ก็ฟังไม่ค่อยขึ้น เพราะการแก้ปัญหาปากท้องและรัฐธรรมนูญทำคู่ขนานกันได้ บวกกับการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน ที่เอาเงินเยียวยาประชาชนเป็นตัวประกันเพื่อหวังสอดไส้การตีเช็คเปล่าเรื่องโครงการอื่น ก็ไม่ใช่แนวทางที่เอาปากท้องประชาชนเป็นตัวตั้งอยู่ดี
นายพริษฐ์ ระบุต่อว่า เมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา ประชาชนทั่วประเทศได้เดินเข้าคูหาเพื่อออกเสียงประชามติว่าเขาเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ แม้มีประชาชน 11.2 ล้านคน ที่ลงคะแนนไม่เห็นชอบ ซึ่งเป็นความเห็นที่เราต้องคำนึงถึงและทำความเข้าใจ
แต่การที่มีประชาชนสูงถึง 21.6 ล้านคน ที่ลงคะแนนเห็นชอบ สะท้อนให้เห็นชัดว่าสังคมมีฉันทามติร่วมกันในระดับหนึ่ง และในระดับที่กว้างกว่าแค่ผู้สนับสนุนพรรคใดพรรคนึ่งว่า รัฐธรรมนูญ 2560 เป็นรัฐธรรมนูญที่มีปัญหารุนแรงถึงขั้นที่การแก้ไขรายมาตราอย่างเดียวไม่เพียงพอ แต่จำเป็นต้องมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
นายพริษฐ์ ระบุอีกว่า ตลอด 3 เดือนที่ผ่านมาหลังจากประชามติ ตนเชื่อว่าสังคมเรามีแต่เห็นถึงปัญหาของรัฐธรรมนูญ 2560 ชัดขึ้นกว่าเดิม เช่น คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทำงานที่เต็มไปด้วยข้อพิรุธ เช่น การรายงานผลที่ล่าช้า การนับคะแนนที่ผิดพลาด การออกแบบบัตรที่มีบาร์โค้ด แต่กลับไม่มีช่องทางให้ประชาชนยื่นถอดถอน กกต. ได้
หรือ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่ยังไม่มีผู้บริหารแสดงความรับผิดชอบทางการเมืองหรือรับโทษใดๆ 1 ปี หลังเหตุการณ์ตึกถล่ม โดยมีแต่เพียงการปล่อยมิวสิกวิดีโอเพลงใหม่
นายพริษฐ์ ระบุด้วยว่า คะแนนความโปร่งใสของประเทศที่ตกต่ำสุดในรอบ 10+ ปี จนทำให้นายกฯ อับอาย และตอกย้ำชัดว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันปราบโกงไม่ได้ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่ยกคำร้องและออกแถลงการณ์ฟอกขาวให้กับนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรมว.คมนาคม แม้ข้อเท็จจริงปรากฏชัดว่ามีการซุกหุ้นและการขัดกันแห่งผลประโยชน์
สว. 130 กว่าคนที่ถูกกล่าวหากรณีการฮั้ว สว. แต่อาจจะถูกฟอกขาวหรือเป่าคดีในเร็วๆ นี้ โดย กกต. ที่ สว.เหล่านี้ เป็นคนรับรองให้เข้ามาเอง หรือกรณี นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตประธานสภาฯ ที่ใช้อำนาจและดุลพินิจของตนเอง 1 วันก่อนยุบสภา เพื่อปัดตกการเข้าชื่อร้องเรียน ป.ป.ช. ของ สส.ฝ่ายค้าน กรณีคลิปหลุดร่วมกันระหว่างกรรมการ ป.ป.ช. กับนายวันมูหะมัดนอร์เอง
นายพริษฐ์ ระบุอีกว่า ในเมื่อผลประชามติออกมาชัดเจนว่าประชาชนต้องการรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และเป็นผลที่ต้องผูกมัดทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในเชิงกระบวนการ ขั้นตอนถัดไปที่ต้องดำเนินการ คือการผลักดันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด 15/1 เกี่ยวกับกลไกจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ให้ผ่านความเห็นชอบ 3 วาระของรัฐสภา
วันนี้ ครม. จึงมี 2 ทางเลือก เพื่อเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยทางเลือกที่ 1 คือการมีมติก่อนวันที่ 14 พ.ค. เพื่อยืนยันให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญหมวด 15/1 ทั้ง 2 ฉบับ คือฉบับของพรรคภูมิใจไทยและฉบับของพรรคประชาชน ที่เคยผ่านวาระ 1 ของรัฐสภามาแล้ว ได้ไปต่อ หากเป็นเช่นนั้นทั้ง 2 ร่างก็จะต้องถูกพิจารณาในชั้นคณะกรรมาธิการก่อนถูกเสนอกลับมาที่รัฐสภาในวาระ 2 และ 3
ทางเลือกที่ 2 คือการที่ ครม. ไม่ยืนยันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญหมวด 15/1 ทั้ง 2 ฉบับ ซึ่งหมายความว่ากระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะไปต่อได้ ก็ต่อเมื่อมีการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด 15/1 เข้ามาใหม่อีกรอบ โดย ครม. สมาชิกรัฐสภา หรือภาคประชาชน เพื่อเริ่มพิจารณาในวาระที่ 1
แต่ล่าสุด ดูเหมือนรัฐบาลจะไม่เลือกแม้แต่ทางเลือกเดียว ฉะนั้น หาก ครม.ปล่อยให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด 15/1 ที่ค้างจากรัฐสภาชุดที่แล้ว ตกไป โดยไม่มีคำสัญญาว่า ครม.จะเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญหมวด 15/1 เข้ามาใหม่หรือไม่เมื่อใด สะท้อนชัดว่ารัฐบาลขาดความจริงใจในเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามคำสั่งของประชาชนจากผลประชามติ
ข้ออ้างของรัฐบาลว่า ครม.ไม่สามารถมีมติยืนยันร่างรัฐธรรมนูญเดิมหรือให้คำสัญญาเรื่องการยื่นร่างรัฐธรรมนูญใหม่ได้ เพราะต้องการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจก่อน เป็นเรื่องที่ฟังไม่ขึ้น นอกจากการแก้ปัญหาปากท้องและปัญหารัฐธรรมนูญสามารถทำควบคู่กันได้ โดยแท้จริงแล้วเป็นปัญหามีความเชื่อมโยงกัน
“แต่การที่รัฐบาลตัดสินใจออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ที่เอาเงินเยียวยาประชาชนเป็นตัวประกัน เพื่อหวังสอดไส้การตีเช็คเปล่าเรื่องโครงการเปลี่ยนผ่านทางพลังงาน สะท้อนชัดว่ารัฐบาลทุกวันนี้ ก็ไม่ได้ดำเนินนโยบายโดยยึดการแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชนเป็นตัวตั้งอยู่ดี” นายพริษฐ์ ระบุ