สว. เปิดเวทีถลกปัญหานอมินีต่างชาติยึดไทย ‘ประทุม’ เดือด! บ้านเราเป็นสวรรค์ของทุนเทาเพราะข้าราชการบางกลุ่ม ลั่นมันเหิมเกริมไปแล้ว ‘อัจฉราพรรณ’ห่วงสร้างรัฐซ้อนรัฐ จี้เร่งจัดการด่วน
เมื่อวันที่ 11 พ.ค.2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มี พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาคนที่หนึ่ง ทำหน้าที่ประธานในการประชุม มีวาระการพิจารณาญัตติ เรื่องปัญหาการถือครองที่ดินโดยคนต่างด้าวผ่านตัวแทนอำพราง (นอมินี) ในพื้นที่ชุมชนท้องถิ่น นายนพดล พริ้งสกุล สว.เป็นผู้เสนอ
โดยนายนพดล กล่าวเสนอญัตติว่า เรื่องนี้อาจส่งผลกระทบต่อธิปไตยทางเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศไทยในระยะยาว จึงเสนอญัตติเพื่อเรียกร้องให้เกิดการบังคับใช้กฎหมายที่เป็นธรรมและเสมอภาคเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน
ด้านน.ส.อัจฉราพรรณ หอมรส สว.กล่าวสนับสนุนญัตติว่า ประเทศไทยเปิดรับชาวต่างชาติมาโดยตลอด แต่ในปัจจุบัน ต่างชาติเข้ามายึดครองแล้วเกิดการสร้างรัฐซ้อนรัฐ เช่น กรณีชาวยิวบนเกาะพงัน ที่ไม่ได้มาแค่ท่องเที่ยว แต่ให้คนไทยเป็นอมินี ตั้งรกราก สร้างชุมชน จนเกาะพงันกลายเป็นเทลอาวีฟ 2
นอกจากนี้ยังมีชาวรัสเซียที่ภูเก็ต และชาวจีนแถวห้วยขวาง แลระยองเป็นต้น คนเหล่านี้สร้างธุรกิจปิด โดยให้คนไทยเป็นนอมินี สุดท้ายเงินไม่ตกถึงคนไทย บางกรณีมีการซื้อหมู่บ้านจัดสรรแทบทั้งโครงการ ล่าสุดมีชาวจีนขับรถคว่ำแถวชลบุรี แล้วตำรวจพบคลังอาวุธและสันนิษฐานว่าเกี่ยวข้องกับกองกำลังในประเทศเพื่อนบ้านหรือไม่
คำถามคือ นี่เป็นผลจากการปล่อยปละละเลยให้ชาวต่างชาติเข้ามาแฝงตัว ใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายและนอมินีไทย เพื่อใช้ก่ออาชญากรรมหรือไม่ วันนี้เราต้องยอมให้ความหลากหลายกลายเป็นช่องว่างให้ใครมาสร้างโลกใบที่สอง หรือละเมิดอธิปไตยของชาติ รวมทั้งอุดมการณ์ที่จะเกิดความขัดแย้ง เป็นการวางระเบิดเวลาให้กับคนไทยทั้งประเทศ“
น.ส.อัจฉราพรรณ กล่าวต่อว่า ตนมองว่าเป็นปัญหารัฐแตกแยก จึงอยากให้รัฐบาลรีบดำเนินการ 3 ประการ คือ 1.ขอให้ทบทวนนโยบายเช่าที่ดินของชาวต่างชาติระยะยาว 99 ปี 2.ทบทวนมาตรการวีซ่าอย่างเข้มงวด
3.ขอให้ฝ่ายความมั่นคงบูรณาการกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบกิจการที่เกี่ยวข้องกับเด็กเยาวชนและสังคมที่ดำเนินการกับชาวต่างชาติทั้งหมด มูลนิธิ สถานรับเลี้ยงเด็ก โรงเรียน โดยต้องบังคับการใช้กฎหมายเด็ดขาด เพื่อไม่ให้สถานที่เหล่านี้ถูกใช้เป็นข้ออ้างแฝงตัว เพื่อสร้างชุมชนปิด
“เราไม่ต้องให้ความใจดีของเรามาเป็นช่องโหว่ของกลุ่มบางกลุ่มมากอบโกยผลประโยชน์ สร้างโลกใบที่สอง ทำลายความมั่นคงของเรา รัฐบาลต้องรีบจัดการเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน” น.ส.อัจฉรพรรณ กล่าว
ขณะที่ นางประทุม วงศ์สวัสดิ์ สว. อภิปรายว่า อยากชวนคิดว่า ทำไมบางประเทศแทบไม่มีปัญหานอมินีเลย หรือมีก็ไม่สามารถสร้างเครือข่ายให้เติบโตเหมือนประเทศไทยได้ ตนคิดว่าระบบรัฐของเขาแข็งแรงกว่าของเรา เขามีระบบการตรวจสอบอย่างแท้จริง ประเทศไทยทำงานแยกขาดจากกัน คนละกระทรวง ต่างคนต่างถือข้อมูล ต่างมีอำนาจ จึงเกิดสิ่งที่ประชาชนเรียกว่ารัฐราชการแบบไซโล รัฐของเราตามไม่ทัน
นางประทุม อภิปรายอย่างดุเดือดว่า ชาวต่างชาติพวกนี้ แทรกซึมไปในธุรกิจท้องถิ่นแบบเงียบๆ คนไทยตอนนี้กลายเป็นลูกจ้างทุนพวกนี้หมดแล้ว เราต้องปฏิรูปทั้งระบบ ตนขอเสนอปราบทุนเทาเชิงนโยบาย 7-8 หน่วยงาน เมื่อไหร่มันจะจับได้ ตั้งเป็นซิงเกิ้ลคอมมานเลย มีวอร์รูมชัดเจน เชื่อมข้อมูลให้หมดเลยทุกหน่วยงาน
“มีเจ้าภาพที่แท้จริง มันเหิมเกริมกับประเทศไทยแบบนี้ ต้องรู้เจ้าของที่แท้จริง ไม่ใช่เอาคนสวนเอย เอาอะไรเอยมาเป็นเจ้าของ แล้วใช้คนไทยบังหน้า การที่นักลงทุนจะมาลงทุนในประเทศเรา เขามองเห็นแล้ว ทำไมเขาถึงเลือกประเทศไทย เพราะช่องว่างมันเยอะ มันอุดได้ด้วยเงิน มันอุดได้ด้วยการคุยกันได้ เพราะอะไรก็ไทยๆ ไปหมด Thailand only” นางประทุม กล่าว
นางประทุม กล่าวย้ำว่า การเชื่อมข้อมูลมันต้องเชื่อมให้หมด อย่าพูดแต่สวยหรู เราต้องแยกนักลงทุนคุณภาพออกจากทุนเทา เพราะประเทศไทยจำเป็นต้องใช้เงินเงินลงทุนจากต่างชาติ วันนี้ ทุน เทคโนโลยี และคนเก่ง มันเคลื่อนย้ายไปทั่วโลก
ฉะนั้น เราจะปิดกันหมด สุดท้ายแล้วประเทศเราก็จะเสียโอกาส ตนจึงเห็นว่าบางพื้นที่บางอุตสาหกรรมและบางโครงการ ต้องกล้าคิดทำใหม่ เช่น การใช้สิทธิ์ ให้เช่าระยะยาว บางท่านอาจจะบอกว่าเราเสียสิทธิ์ แต่บางพื้นที่ บางโครงการจำเป็นต้องมีให้เช่าระยะ 50-70 ปี หรือมากกว่านั้น ในพื้นที่เศรษฐกิจเฉพาะ
“เพื่อนดิฉันจะมาลงทุนพูลวิลล่า ลงทุนเป็น 300-500 ล้านบาท แต่ถ้ากฎหมายไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง เขาก็ต้องใช้นอมินีอย่างเต็มที่ เขาบอกว่าคนไทยต้อง 51% ต่างชาติ 49% แล้วหน้าแมวที่ไหนจะกล้าลงทุน ดิฉันบอกว่าให้ตรงไปตรงมาไปเลย ให้สิทธิการลงทุนแล้วเขาจะเสียภาษีได้เต็มที่ เราจะจัดเก็บได้” นางประทุม กล่าว
นางประทุม กล่าวต่อว่า ปัญหาตอนนี้เกิดจากการหาเศษหาเลย ตนไม่อยากจะพูดถึงข้าราชการเทา ปัญหาที่เกิดขึ้นเกิดจากข้าราชการเทาช่วยเหลือ บ้านเราก็เลยเป็นสวรรค์ของทุนเทา แต่มันไม่ใช่อย่างนั้นทั้งหมด
จากนั้นที่ประชุมได้มีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง ท้ายที่สุด ที่ประชุมมีมติให้ส่งข้อสังเกตและข้อเสนอแนะ ไปยังคณะรัฐมนตรี(ครม.)เพื่อพิจารณาต่อไป