นายกฯ บุกพูลวิลล่าเกาะพะงันผิดกฎหมาย พบอิสราเอลใช้คนไทยเป็นนอมินี สั่งสอบเส้นทางเงิน ขอโทษแทนรองโฆษกรัฐบาล แถลงให้คนต่างด้าวทำธุรกิจ แค่ลดขั้นตอน-ซ้ำซ้อน ย้ำต่างชาติถือหุ้นได้แค่ 49% เปอร์เซ็นต์

เมื่อเวลา 14.10 น. วันที่ 13 พ.ค.2569 ที่เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย พร้อมคณะ ลงพื้นที่ติดตามและเร่งแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ท่องเที่ยว ในการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (นอมินี) ให้ชาวต่างชาติประกอบธุรกิจ โดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย และปัญหาบุกรุกพื้นที่สาธารณะริมชายหาด

โดยนายกฯ เดินทางมาที่บ้านซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัทแห่งหนึ่ง โดยล้อมวงพูดคุยกับรัฐมนตรี เจ้าหน้าที่ที่ดูแลพื้นที่เกาะพะงัน บริเวณด้านหน้าพูลวิลล่า พบมีการก่อสร้างผิดกฎหมาย ซึ่งพล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผบ.ตร. รายงานเรื่องการก่อสร้างพูลวิลล่า ที่ก่อสร้างผิดกฎหมาย มีชาวอิสราเอลเป็นเจ้าของ ตามนโยบายปฏิบัติการทลายนอมินีต่างด้าวเกาะพะงัน

นายกฯ กล่าวว่า ขอให้พิสูจน์ว่า ผู้ถือหุ้นเป็นต่างชาติหรือไม่ หากถือหุ้น ถือว่าผิดหลักที่ต่างชาติมาซื้อที่ดินในไทย ซึ่งตัวเองทราบดีว่ากระทำผิด เพราะไม่มีสิทธิ์ถือครองที่ดิน แต่ใช้นอมินีมาอ้างเพื่อซื้อที่ดิน หลอกลวงให้คนทั่วไปเข้าใจว่า นี่คือบริษัทไทย และขอให้ตรวจสอบเส้นทางเงินของบริษัทดังกล่าวด้วย

จากนั้น นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์กรณีครม.อนุมัติหลักการปลดล็อกให้ชาวต่างชาติลงทุนใน 8 ธุรกิจ โดยไม่ต้องขอใบอนุญาต ว่า เมื่อวันที่ 12 พ.ค.ที่ผ่านมา เพิ่งแต่งตั้งรองโฆษกประจำสำนักนายกฯ จากพรรคร่วมรัฐบาล อยากให้ทำงานเร็ว จึงให้แถลงเรื่องนี้

ตนได้ตำหนิโฆษกรัฐบาล ไปแล้วว่าเรื่องของพรรคร่วมรัฐบาลแต่ละพรรค มีกระทรวงที่เขาดูอยู่แล้ว ซึ่งพรรคเพื่อไทย มีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงแรงงาน เป็นต้น โดยให้แต่ละท่านไปรับผิดชอบงาน จึงต้องขออภัยความผิดพลาดในการจัดให้ รองโฆษกรัฐบาล ไปแถลงข่าวเรื่องที่สำคัญ ต้องขออภัยจริงๆ

เมื่อถามว่ามติดังกล่าว ไม่ใช่การเปิดเสรีให้เข้ามาทำธุรกิจ ใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เป็นการลดขั้นตอน ตามนโยบายลดความซ้ำซ้อน เช่น หากเป็นคนต่างชาติ จะขอประกอบธุรกิจในไทย จะต้องขออนุญาตที่กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงมหาดไทย ไม่ต้องไปขอซ้ำที่กระทรวงพาณิชย์อีก ซึ่งเป็นดำริของรมว.พาณิชย์ เพราะซ้ำซ้อน

ส่วนกระทรวงพาณิชย์ มีหน้าที่จดทะเบียนการค้าให้ใบอนุญาตจะไปทำธุรกิจต่างๆ หน่วยงานที่เป็นเจ้าพนักงานที่อนุญาตก็ไปดำเนินการได้เลย แต่เมื่อวันที่ 12 พ.ค.ที่ผ่านมา รองโฆษกรัฐบาลคงแถลงสั้นและสรุปว่าคนต่างชาติมาประกอบธุรกิจที่ไทย ไม่ต้องขอใบอนุญาต อันนี้ไม่ใช่

ยืนยันว่าไม่ใช่เลย เพราะต้องไปขอใบอนุญาต จากหน่วยงานที่อนุญาตให้อนุญาตก่อน โดยไม่ต้องไปขอใบอนุญาตที่กระทรวงพาณิชย์ เราพยายามลดขั้นตอนความซ้ำซ้อน ให้เป็นวันสต็อปเซอร์วิสให้ได้มากที่สุดตามนโยบายอำนวยความสะดวก

เมื่อถามว่าเรื่องนอมินิเกาะพะงัน ได้กำชับอะไรหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า วันนี้ลงพื้นที่มาดูเรื่องนอมินี ที่สำคัญคือ อย่าเพิ่งไปพูดถึงที่ดินว่ารุกล้ำหรือไม่ ซึ่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกรมที่ดิน จะไปจัดการตรงนั้นเอง วันนี้เรามาดูเรื่องการเปิดบริษัทแล้วเอามาขาย ซึ่งต่างชาติถือหุ้นได้ไม่เกิน 49 เปอร์เซ็นต์

แต่ตอนนี้มีการเปิดหลายบริษัทไขว้กันไปมา ทำให้บริษัทนั้นดูเหมือนว่ายังมีสัญชาติไทย แต่ความจริงการครอบครองกำหนดทิศทางของบริษัทนั้นเป็นของต่างชาติ 100 เปอร์เซ็นต์ อย่างนี้ถือว่าผิดเจตนารมณ์กฎหมายเมืองไทย

ใครก็ตามที่จะครอบครองที่ดิน บริษัทคนไทยยังต้องมีหุ้น 51 เปอร์เซ็นต์ แต่นี่เป็นของต่างชาติ 100 เปอร์เซ็นต์ เปรียบเสมือนบริษัทคงอยู่ แต่คนที่คอนโทรลความเป็นไทยค่อยๆละลายไป พูดง่ายๆ เอาฝรั่งใส่วิกดำใส่หัวดำ แต่สุดท้ายฝรั่งก็ยังกำหนด คนต่างชาติเป็นคนกำหนด เราก็ต้องมาแก้ไขตรงนี้

เมื่อถามว่ามีการมอบนโยบายและแนวทางเบื้องต้นหรือไม่ เพราะมีทนายความเข้าไปแนะนำ นายกฯ กล่าวว่า บริษัทมีที่ปรึกษาบริษัทกฎหมาย บริษัททำบัญชีในการทำงาน มีผู้ก่อตั้ง7 คน ต้องเป็นคนไทยต้องใช้ทุนเกิน 50 เปอร์เซ็นต์ ถ้าทำแบบนี้กระทรวงพาณิชย์ ก็เปิดให้หมด

แต่ถ้ามาในกรณีเจตนารมณ์แบบนี้ ปรับบริษัทมาหลายบริษัท คนๆหนึ่งถือหุ้นเป็นเจ้าของบริษัทเก่า 200 กว่าบริษัท คือ การเอาบริษัทมาขายบริการ เอาเปลือกมาขาย เพื่อให้คนต่างชาติไปประกอบธุรกิจ ซึ่งผิดเจตนารมณ์ของกฎหมายใหญ่ ฉะนั้นเชื่อว่าจะดำเนินคดีได้

และประเด็นหนึ่งในสายงานของตำรวจ คือเขาต้องไปดูที่มาของเงินว่า เอาเงินเข้ามา ให้ฟอกกลายเป็นที่ดินที่เขาสามารถถือครองและมีสิทธิ์จ้างไปทำอะไรก็ได้ ทำตามใจต่างชาติแบบนี้ เราต้องนั่งบล็อกไม่ให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นนายกฯเดินลงมาพบปะประชาชนที่มารอมอบช่อดอกไม้ช่อใหญ่ และเดินดูชายหาด พร้อมกล่าวว่า ขอให้ช่วยกันรักษา ชายหาดให้สะอาด น้ำให้ใสสะอาด อย่าทำน้ำขุ่น ต้องช่วยกันรักษา

ก่อนจะทักทายพูดคุยกับชาวบ้านที่เอ่ยชวนนายกฯมาตกหมึก อย่างเป็นกันเอง โดยนายกฯตอบว่า วันนี้ไปไม่ได้เดี๋ยวต้องเดินทางไปที่จ.ภูเก็ตต่อ ก่อนที่ชาวบ้านบอกอีกว่า ปลาหมึกที่นี่อร่อยไม่เค็ม นายกฯจึงตอบกลับเป็นภาษาใต้ว่า“หรอยแรงๆ”

ทั้งนี้ระหว่างพูดคุยกับชาวบ้านนายกฯ ถามว่า ปลาที่นี่มีเยอะหรือไม่ และรู้ไหมว่าในทะเลมีปลาอะไร ชาวบ้านตอบว่า ปลาหมึก ปลาทู แต่นายกฯหยอดมุขตอบกลับว่า ปลาอินทรีย์

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน