ณัฐพงษ์ จี้ รัฐบาล หนุนตั้ง กมธ.วิสามัญ ตรวจสอบ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อความโปร่งใส ดักคอ คงไม่มีคนขวาง หากไม่แอบสอดไส้
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 14 พ.ค. 2569 ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน แถลงกรณีขอให้รัฐบาลเห็นด้วยในการตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญตรวจสอบการใช้จ่ายเงินกู้ตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาทว่า ขณะนี้ได้ยื่นเป็นญัตติด่วนแบบลายลักษณ์อักษรแล้ว
จากคำตอบของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ที่ได้ตอบกระทู้ในสภาฯ ว่า ขณะนี้คณะกรรมการกลั่นกรองได้เดินหน้าทำงานและจะส่งไปที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่ออนุมัติโครงการต่างๆ ในการใช้จ่ายเงินให้เร็วที่สุด ประมาณ 1-2 สัปดาห์นี้
“ดังนั้น รัฐบาลจึงไม่มีเหตุผลความจำเป็นอื่น ถ้าหากไม่ได้ตั้งใจสอดไส้หรือปกปิดไม่ให้สภาตรวจสอบงบประมาณทุกบาททุกสตางค์อย่างโปร่งใส ก็ไม่น่าที่จะเข้ามาขวางในการตั้งคณะกมธ.วิสามัญชุดนี้ ซึ่งในอดีต พ.ร.ก. ต่างๆ ที่เป็นเงินกู้ เช่น ช่วงโควิดก็มีการตั้งกมธ.วิสามัญขึ้นมาตรวจสอบการใช้จ่ายเงินกู้เช่นเดียวกัน
จึงเป็นหน้าที่ของสภาที่ต้องร่วมกันตรวจสอบ และให้ข้อเสนอแนะในการใช้จ่ายงบประมาณในส่วนนี้ เพื่อให้เกิดการเยียวยาอย่างตรงเป้ามากที่สุด และช่วยกลั่นกรองโครงการต่างๆ ให้มีความโปร่งใส” นายณัฐพงษ์ กล่าว
เมื่อถามว่า หากไม่มีการตั้งกมธ.วิสามัญขึ้นมาจะทำอย่างไรต่อ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นการยื่นญัตติด่วนแบบลายลักษณ์อักษร ดังนั้น ต้องรอให้มีการตรวจสอบและบรรจุเข้าระเบียบวาระการประชุมสภา กรณีที่เป็นญัตติด่วนก็จะถูกนำมาพิจารณาก่อน คาดว่าจะเป็นสัปดาห์หน้า แต่ถ้าทุกคนเห็นตรงกันการเสนอญัตติด่วนด้วยวาจาก็สามารถเสนอในที่ประชุมและลงมติตั้งได้โดยเร็วที่สุดด้วยซ้ำ
เหตุผลที่ว่าต้องรอให้มีการใช้จ่ายเงินก่อนแล้วค่อยตั้งคณะกมธ.วิสามัญขึ้นมา มองว่าฟังไม่ขึ้น เพราะในกระบวนการปกติสภามีอำนาจในการพิจารณาตั้งแต่ส่งร่าง พ.ร.ก. มาให้พิจารณาด้วยซ้ำ ไม่ต้องรอให้มีการใช้จ่ายก่อน
ฉะนั้น ก่อนและหลังการใช้จ่ายงบประมาณ สภามีอำนาจตรวจสอบทั้งหมด ซึ่งนายเอกนิติก็บอกเองว่าคณะกรรมการกลั่นกรองก็เตรียมที่จะทำงานแล้ว ควรให้สภาตั้งกมธ.วิสามัญขึ้นมาช่วยตรวจสอบพร้อมๆ กันได้เลย
เมื่อถามว่า กมธ.สามัญที่มีอยู่ไม่สามารถตรวจสอบได้ใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ในคณะกมธ.สามัญมีตัวแทนครบองค์ประกอบมากกว่า แต่เราต้องการที่จะพิจารณา พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทนี้ให้มีความโปร่งใสรอบคอบมากที่สุด
ดังนั้น การเอาเข้ากมธ.สามัญ แม้ประธานจะเป็นฝ่ายค้าน แต่เรายังเสนอให้ตั้ง กมธ.วิสามัญ เพราะต้องการให้กมธ.ชุดนี้มีองค์ประกอบที่ครบถ้วนที่มาจากฝั่งบริหารด้วย
และในสถานการณ์เศรษฐกิจประเทศในปัจจุบัน รวมถึงสถานการณ์การคลังในประเทศ ที่เราไม่ได้มีพื้นที่เหลือเยอะ การจะออกพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทตอนนี้ก็ต้องใช้จ่ายอย่างตรงเป้ามากที่สุด การที่มี กมธ.วิสามัญขึ้นมาพิจารณาเรื่องนี้โดยเฉพาะจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น