สส.ปชน. ไม่แน่ใจ ร่างรธน.ฉบับภูมิใจไทย จะยื่นใหม่ แย่กว่าเดิมหรือไม่ ยกผลประชามติ 21 ล้านเสียง เป็นเท้า 21 ล้านคู่ ล้นถ.ราชดำเนินถึงทำเนียบฯ ขู่ อนุทิน ต้องไม่ขวางแก้รัฐธรรมนูญ
วันที่ 15 พ.ค. 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภาครั้งที่ 1 ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา เป็นประธานการประชุม วาระเรื่องด่วนคือการให้ความเห็นชอบให้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ที่รัฐสภายังมิได้ให้ความเห็นชอบ และยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ ตามมาตรา 147 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญ
เวลา 12.05 น. นายเสกสิทธิ์ แย้มสงวนศักดิ์ สส.กทม. พรรคประชาชน อภิปรายว่า ตนกังวลต่อร่างแก้รัฐธรรมนูญที่พรรคแกนนำรัฐบาลเตรียมเสนอต่อรัฐสภาในเร็วๆ นี้ เพราะไม่แน่ใจว่าร่างใหม่ที่รัฐบาลจะยื่นนั้นมีเนื้อหาที่เป็นประชาธิปไตย หรือแย่กว่าฉบับเดิม
ก่อนหน้านั้นในการจัดทำรัฐธรรมนูญ พรรคภูมิใจไทยจงใจทำให้คณะยกร่างรัฐธรรมนูญไม่ยึดโยงกับประชาชนแม้ในระดับเลือกตั้งทางอ้อม และพยายามทำให้เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการต้องกลับมาสู่การพิจารณาร่วมกันของรัฐสภา และจงใจใช้เสียงสว. 1 ใน 3 โหวตผ่านรัฐธรรมนูญใหม่หากมีขึ้นในอนาคต ทำให้กลไกการตัดสินใจขั้นสุดท้ายอยู่ในมือของสว.สีน้ำเงิน ซึ่งตนกังวลต่อความจริงใจของรัฐบาล
นายเสกสิทธิ์ กล่าวต่อว่า รัฐธรรมนูญ ปี 60 เป็นรัฐธรรมนูญที่มีปัญหาในเชิงกลไกอำนาจ สร้างกลไกปรปักษ์ประชาธิปไตยผ่านเครื่องมือ คือ ศาลรัฐธรรมนูญ องค์กอิสระ ที่ใช้การกดขี่ปราบปรามทางกฎหมายพลังการเมืองฝ่ายก้าวหน้า บอนไซพลังการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย รวมถึงเซาะกร่อนบ่อนทำลายเสถียรภาพการเมืองในระบอบประชาธิปไตย
ล่าสุดทำลายดุลอำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติที่ถ่วงดุลอำนาจให้การแก้ไขมาตรา 112 ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ซึ่งผลประชามติ 21 ล้านเสียงไม่ใช่การหยั่งเสียง หรือ โยนหินถามทาง แต่คือการแสดงอำนาจสถานปนารัฐธรรมนูญที่เป็นของปวงชนชาวไทย
และ 21 ล้านเสียงจากประชามติเป็นเสียงข้างมากที่มากกว่าผลการเลือกตั้งของพรรคการเมืองอันดับหนึ่งหรืออันดับสองรวมกัน ถือเป็นเจตจำนงข้ามพ้นจากพรรคการเมือง นโยบายการเมือง
“ที่สำคัญ 21 ล้านเสียง เท่ากับเท้า 21 ล้านคู่ หากเท้าก้าวลงบนถนนราชดำเนิน คงล้นไปถึงหน้าทำเนียบรัฐบาล ผมหวังว่านายกฯ ไม่อยากให้สถานการณ์นี้เกิดขึ้น ดังนั้น หวังว่ารัฐบาลจะเคารพผลประชามติ ที่ต้องการทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยไม่สกัด ขัดขวางและเห็นด้วยในการร่วมกันทำลายกลไกปรปักษ์ประชาธิปไตย” นายเสกสิทธิ์ กล่าว