พริษฐ์ จี้รัฐบาล เสนอร่างแก้รธน. เข้ามาในนาม ครม. ไม่ใช่ภูมิใจไทย หวังเป็นหลักประกันทำให้ร่างผ่านรัฐสภา ซัด ‘สลน.’ ไม่เคยให้เหตุผลยืนยันร่างกฎหมาย

เมื่อเวลา 15.50 น. วันที่ 15 พ.ค. 2569 ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภาครั้งที่ 1 วาระเรื่องด่วน คือการให้ความเห็นชอบให้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ที่รัฐสภายังมิได้ให้ความเห็นชอบ และยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ ตามมาตรา 147 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญ

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ลุกขึ้นสอบถามว่า ตนมี 3 ประเด็นที่จำเป็นต้องลุกขึ้นมาอภิปรายในประเด็นที่อาจจะคลาดเคลื่อนจากที่นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ได้ชี้แจง

ประเด็นแรก คือ เรื่องรัฐธรรมนูญ การที่ท่านบอกว่าท่านไม่ยืนยันร่างรัฐธรรมนูญ เพราะมีประเด็นที่เป็นปัญหาค้างอยู่ในวาระ 2 นั้นไม่จริง เพราะท้ายที่สุดแล้วหากท่านยืนยันและมีการตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาพิจารณา อย่างไรก็ต้องมีการมาถกกันในเรื่องนี้อีกครั้ง

ตนจะจับตาดูว่า ร่างที่พรรคภูมิใจไทยจะเสนอเข้ามาในสัปดาห์หน้านั้น จะสามารถแก้ไขปัญหาความขัดแย้งเรื่อง 1 ใน 3 ของ สว.ได้อย่างไร และสิ่งที่พวกตนแสดงความเห็นว่า ครม. ดูเหมือนไม่มีความจริงใจเรื่องรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่เป็นเพียงเพราะ ครม.ไม่ยืนยันร่างเดิม หาก ครม.ไม่เห็นด้วยกับ 2 ร่างเดิม และมีมติไม่ยืนยัน เราพร้อมที่จะรับฟังเหตุผล

แต่สิ่งที่เราเห็นคือนอกจาก ครม. จะไม่ยืนยันร่างเดิมแล้ว ยังไม่เคยมีคำมั่นสัญญาว่าจะเสนอร่างใหม่เข้ามาในนาม ครม. ที่ไม่ใช่ในนามของพรรคภูมิใจไทย แม้กระทั่งคำแถลงนโยบายที่มาเสนอต่อรัฐสภา ก็ไม่มีเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

“ท่านอาจจะบอกว่าวันนี้พรรคภูมิใจไทยมีสส.เกิน 170 คน สามารถเสนอเข้าไปเองได้ ไม่จำเป็นต้องให้ ครม.เสนอเข้ามา แต่ผมมองว่ามันต่างกัน เพราะหาก ครม.เสนอร่างใหม่เข้ามา อย่างน้อยก็เป็นหลักประกันว่า นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดนี้จะต้องรับผิดชอบต่อการทำให้วาระนี้สำเร็จและผ่านรัฐสภาแห่งนี้” นายพริษฐ์ กล่าว

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า ประเด็นที่สอง การที่ท่านบอกว่าพยายามจะออกแบบกระบวนการและวางหลักเกณฑ์ในการยืนยันกฎหมาย โดยการถามเจตนารมณ์ของผู้เสนอร่างนั้น แต่หากดูร่างที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเสนอ กลับไม่มีกระบวนการเช่นนั้นเลย ตนถามเพื่อนสมาชิกพรรคประชาชน เขาบอกว่าไม่เคยได้รับการสอบถามหรือเรียกเข้าไปชี้แจง

พวกตนจึงสอบถามความเห็นไปที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงเหตุผลที่ครม.ใช้ยืนยันหรือไม่ยืนยันร่างกฎหมายใดนั้นเป็นเพราะเหตุใด แต่ก็พบว่า ครม.พิจารณาแยกเป็น 2 ส่วน คือ ในส่วนของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) จะรับผิดชอบในด้านกฎหมายที่ ครม. เคยเป็นผู้เสนอ ซึ่งในส่วนนี้ตนขอขอบคุณที่ท่านให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีที่ส่งเหตุผลมาว่านำเสนอความเห็นต่อ ครม.อย่างไร และ ครม.มีเหตุผลอย่างไร

แต่ในส่วนของสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลน.) ซึ่งเข้าใจว่ารับผิดชอบในส่วนของกฎหมายที่ สส.เสนอ และ ครม. ต้องตัดสินใจว่าจะยืนยันหรือไม่ แต่กลับไม่เคยได้รับข้อมูลกลับมาเลย มิหนำซ้ำเมื่อทำหนังสือไปถามก็ได้รับข้อมูลกลับมาว่า จะไม่ยอมให้ข้อมูลจนกว่าวิปฝ่ายค้านจะถูกแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ นี่หรือคือกระบวนการที่พยายามจะเปิดรับและรับฟังความเห็นของผู้เสนอร่าง เพื่อประกอบการพิจารณาว่าจะยืนยันร่างหรือไม่

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า ประเด็นสุดท้าย การที่นายภราดรบอกว่า ครม.มีการยืนยันร่างกฎหมายเป็น 2 รอบ และบอกว่าเป็นการพยายามวางแผนการทำงานอย่างเป็นระบบและรอบคอบนั้น ในส่วนนี้ตนเห็นต่างและเรียกสิ่งนี้ว่าเป็นการทำงานแบบตกสำรวจ

เพราะหากเพื่อนสมาชิกไม่มายืนยันหลังวันที่ 5 พ.ค. ที่ผ่านมาว่ายังมีร่างของกระทรวงศึกษาธิการที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน ก็จะไม่มีมติ ครม.ในวันที่ 12 พ.ค. ที่มายืนยันร่างกฎหมายอีกสองฉบับเพิ่ม

“อย่าให้ผมต้องขยายความว่ามีเพื่อนสมาชิกของผมไปหารือกับรัฐมนตรีกระทรวงหนึ่ง หลังจากวันที่ 5 พ.ค.ที่ผ่านมา เพราะเขาเห็นว่าร่างของเขาไม่ได้รับการยืนยัน แต่คำตอบที่ได้รับกลับมา คือ รัฐมนตรีบอกว่าไม่ทันแล้ว เสนอกลับไปวันที่ 12 พ.ค.ที่ผ่านมาไม่ทันแล้ว

ผมไม่รู้ว่าพวกท่านประสานงานกันในแต่ละกระทรวงอย่างไร แต่อย่าบอกว่าการวางแผนการทำงาน 2 ขั้นตอนแบบนี้เป็นการวางแผนการทำงานอย่างรอบคอบ เพราะไม่เป็นความจริง ฉะนั้น นี่คือ 3 ประเด็นที่ผมอยากฟังคำชี้แจงจากรัฐมนตรี” นายพริษฐ์ กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน