มติรัฐสภา 611 ต่อ 3 เห็นชอบ ให้ยืนยัน ร่างกฎหมาย 34 ฉบับ เดินหน้าต่อในสภาฯ ภราดร ยันกฎหมายเป็นของรัฐสภา เหน็บ “พริษฐ์” แก้ รธน.ต้องไม่ตัดมือเพื่อน ไม่เช่นนั้นทำอะไรไม่สำเร็จ
เมื่อวันที่ 15 พ.ค.2569 นายภราดร ปริศนานันทกุล สส.ภูมิใจไทย และ รมต.ประจำสำนักนายกฯ อภิปรายว่า ในส่วนของเรื่องการยืนยันร่างของ สส.ที่บอกว่า ครม.ไม่ได้สอบถามสมาชิก ยืนยันหากไม่สอบถาม ร่างพ.ร.บ.แข่งขันทางการค้า ซึ่งเป็นร่างของนายสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ร่าง พ.ร.บ.โคนม เป็นร่างของพรรคกล้าธรรม ร่าง พ.ร.บ.เสริมสร้างสันติสุข และอีกหลายร่างจะเข้ามาได้แบบไหน ถ้าไม่มีการสอบถาม
“นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.พรรคประชาชน ลองหันไปถามนายสิทธิพลดูว่าได้คุยกับผมหรือไม่ เมื่อมีการแสดงเจตจำนงเข้ามา ผมก็เอาร่างไปหารือกับคณะกรรมการกฤษฎีกาว่า ร่างมีเนื้อหาสาระแบบนี้ รัฐบาลมีความขัดข้องหรือไม่ หรือมีความเห็นอย่างไรในการที่จะยืนยันหรือไม่ ส่วนเรื่องการยืนยัน 2 ครั้ง ขอยืนยันอีกครั้งว่าเป็นเจตนารมย์ที่ผมตั้งใจที่จะทำให้เป็น 2 ครั้ง ไม่เช่นนั้นก็ยืนยันทีเดียวในวันที่ 12 พ.ค. แล้วไม่ต้องมีอุทธรณ์ไม่ต้องมีฎีกา แต่ถ้าผมทำแบบนั้นก็จะเหลือช่องว่าง 1 สัปดาห์จากวันที่ 5 พ.ค.-12 พ.ค. ซึ่งมีการยืนยันกลับมาตั้งแต่ช่วงดังกล่าว”
นายภราดร กล่าวว่า ส่วนเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในส่วงร่างของพรรคภูมิใจไทย หากตนจะใช้เวทีแถลงถึงเนื้อหาสาระคงไม่เหมาะสม เพราะตนมาในฐานะตัวแทนครม. ส่วนประเด็นที่บอกว่าหากยืนยันกลับมาใน 2 ร่าง ทั้งร่างของพรรคประชาชน และของพรรคภูมิใจไทย เมื่อยืนยัน 2 ร่างมาแล้ว สิ่งที่จะเกิดขึ้นในชั้นคณะกรรมาธิการก็จะเป็นแบบเดิม เพราะ สว.ยังอยู่ ฉะนั้นอาจต้องไปตกแต่งร่าง และหากย้อนลงไปในรายละเอียดวันนั้น ถ้ารับหลักการแล้วเอาร่างของพรรคภูมิใจไทยเป็นหลักปัญหาอาจจะไม่เกิดก็ได้ เพราะในร่างของพรรคภูมิใจไทยเห็นด้วยกับตนเขียนเอาไว้ว่า ให้ส.ว.ยืนยันลงมติในวาระสามที่ 1 ใน 5 แม้จะไม่เป็นไปตามที่ สว.ต้องการคือ 1 ใน 3 แต่อย่างน้อยก็ยังคงอำนาจให้เขาไว้
“การที่จะขอความร่วมมือจากเพื่อน ขอความร่วมมือจากใคร เราตัดมือเขาทิ้งไม่ได้ ก็ต้องอะลุ่มอล่วยกัน ก็ต้องเจรจาพูดคุยกัน ไม่เช่นนั้นท่านทำอะไรไม่มีทางสำเร็จ ถ้าเอาเจตจำนงของตัวเองเป็นที่ตั้ง โดยไม่ฟังเพื่อนคนอื่นเลย”นายภราดรกล่าว
นายภราดร ชี้แจงข้อท้วงติงของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่ย้ำเจตนาว่า ให้รัฐบาลมองว่าการยืนยันร่างกฎหมาย อย่ามองว่าเป็นกฎหมายของใคร เพราะเมื่อผ่านรับหลักการในวาร 1 เป็นของสภาฯ นั้นแน่นอน รัฐบาลมองแบบนายอภิสิทธิ์ และขอย้ำว่าไม่เช่นนั้นร่างกฎหมายของพรรคประชาชน พรรคกล้าธรรม ที่เป็นฝ่ายค้านขณะนี้ พวกตนไม่หยิบมาพิจารณา แต่ตนมองว่าร่างใดจะเกิดประโยชน์กับประชาชนอย่างสูงที่สุด
จากนั้นเข้าสู่การลงมติ ที่ประชุมถกเถียงกันว่าจะลงมติทีละร่าง หรือรวมทั้ง 34 ร่าง ทำให้นายนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานวิปรัฐบาล เสนอให้ลงมติแบบรวมทั้ง 34 ร่างในคราวเดียว ด้านนายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เสนอให้แยกลงมติในญัตติที่ติดใจ
ทำให้นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา วินิจฉัยว่า ต้องลงมติว่าเห็นจะควรตามที่ประธานวิปรัฐบาลเสนอหรือไม่ โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ลงมติแบบครั้งเดียว ซึ่งมติที่ประชุมมีมติเห็นด้วย 611 คน ไม่เห็นด้วย 3 คน งดออก 1 คน ทำให้ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ทั้ง 34 ฉบับ ต่อไป ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 147 วรรคสอง ตามที่คณะรัฐมนตรีร้องขอ และประธานปิดการประชุมในเวลา 16.20 น.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่รัฐสภาลงมติเห็นชอบแล้ว ร่างกฎหมายทั้ง 34 ฉบับจะกลับไปสู่ขั้นตอนที่ค้างอยู่ ยกเว้นหากเป็นร่างกฎหมายที่อยู่ในขั้นตอนกมธ.ของสภาฯ ทางสภาฯ ต้องตั้งกมธ.ชุดใหม่ขึ้นมาพิจารณา ขณะที่วาระกมธ.ของสว. นั้นจะให้วิปวุฒิสภาพิจารณาว่าปรับเปลี่ยนกมธ.หรือให้ชุดเดิม ทำงานต่อ
สำหรับขั้นตอนของร่างกฎหมายที่ค้างอยู่นั้น แบ่งเป็นโดย 1.ร่างกฎหมายที่วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติม และส่งคือสภาฯ 1 ฉบับ 2.อยู่ในชั้นกมธ.วุฒิสภา พิจารณาเสร็จแล้วรอเข้าวาระพิจารณา 4 ฉบับ 3.อยู่ในชั้น กมธ.ของวุฒิสภา 3 ฉบับ 4.รอการพิจารณาของวุฒิสภาวาระที่หนึ่ง 5 ฉบับ
5.อยู่ในส่วนที่กมธ.สภาฯ พิจารณาเสร็จแล้วรอพิจารณาวาระสอง 5 ฉบับ 6.อยู่ระหว่างพิจารณาของ กมธ.สภาฯ 1 ฉบับ และ 7.รอพิจารณาวาระที่หนึ่ง 14 ฉบับ