อนุทิน ล้อมวงคุย CEO ชั้นนำระดับประเทศ “เจ้าสัวซีพี-เจ้าสัวสหพัฒน์” นั่งประกบข้าง ลั่น รัฐบาล-เอกชน ต้องเดินคู่กัน เสริมความมั่นคง-แข็งแกร่งเศรษฐกิจประเทศ ยัน พร้อมอำนวยความสะดวก ไม่ยึดติดบริบท-กฎหมายเดิม
เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 15 พ.ค. 2569 ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมหารือร่วมระหว่างรัฐบาลกับภาคเอกชน เรื่องแนวทางการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศ จากภาคธุรกิจ และกลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญ โดยมีรัฐมนตรีร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง
ทั้งนี้ นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ และนายเวทิต โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท สหพัฒนพิบูลย์ จำกัด (มหาชน) ได้นั่งขนาบข้างนายกฯ
รวมถึงนายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทกัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) นายอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ผู้บริหารบริษัท คิง เพาเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด

โดย นายกฯ กล่าวว่า วันนี้ต้องขอกล่าวคำว่ายินดีต้อนรับผู้ประกอบการภาคเอกชนทุกท่านที่ได้ให้เกียรติรัฐบาลได้มาพบกันกับพวกเราวันนี้ หัวข้อคือผู้ประกอบการพูด รัฐบาลฟัง ฉะนั้น จากนี้ไปตนพูดจบก็เหลือแต่ท่านพูดแล้ว พวกตนก็ฟังอย่างเดียวและประมวลเรื่องต่างๆ เพื่อนำเป็นบทสรุปในการที่จะทำให้ทุกอย่างได้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของผู้ประกอบการ
ซึ่งทางรัฐบาลชุดนี้ถือว่าเป็นผู้ที่จะต้องขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศร่วมกันไปกับรัฐบาล ต่างคนต่างไปไม่ได้ เพราะว่ามันจะทำให้เป้าหมายเราไม่สามารถบรรลุ
วันนี้เป้าหมายคือรัฐบาลต้องการรับฟังความคิดเห็นของทุกท่าน เพื่อที่จะทำให้เราสามารถส่งเสริมสนับสนุนผู้ประกอบการภาคส่วนให้สามารถแข่งขันได้อย่างเต็มศักยภาพในโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเงินระหว่างประเทศ เรื่องของเทคโนโลยี เรื่องของสิ่งแวดล้อม ซึ่งล้วนแล้วแต่ส่งผลต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยในช่วงเวลาที่ผ่านมา
รัฐบาลให้ความสำคัญกับการลดอุปสรรคเสริมศักยภาพให้กับภาคเอกชน ไม่ว่าจะเป็นการแก้ปัญหาด้านกฎระเบียบต่างๆขั้นตอนการอนุญาตที่มีความซ้ำซ้อน ซึ่งเป็นต้นทุนของการดำเนินธุรกิจตลอดจนปัญหาการขาดแคลนแรงงาน และทักษะแรงงานที่ไม่สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมสมัยใหม่ และการเปิดประตูสู่อุตสาหกรรมสีเขียวที่กำลังมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจโลก

นายกฯ กล่าวต่อว่า ในที่ประชุมวงนี้ต้องถือว่าไม่มีหัวโต๊ะทุกคนถือว่าเป็นหัวโต๊ะ ตนก็ได้แทรกให้รัฐมนตรีหลายท่านอยู่ในการประชุมนั่งแซมกับท่านด้วย เมื่อสัปดาห์ก่อนตนได้ไปประชุมอาเซียนที่ฟิลิปปินส์ ก็ได้ไปเสนอเรื่องการผลักดันการให้ความสำคัญกับทางพลังงานโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน ความร่วมมือด้านพลังงานสะอาดและความมั่นคงทางอาหาร
ย้ำว่าอาเซียนจะต้องพูดด้วยเสียงเดียวกันมากขึ้น เพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันและเกิดกลไกลในการต่อรอง ซึ่งจะเป็นการยกระดับความสำคัญของอาเซียนในทางภูมิศาสตร์ด้วย ซึ่งทุกประเทศพูดถึงเรื่องพลังงานสะอาด พูดถึงเรื่องโลจิสติกส์ พูดถึงเรื่องความมั่นคงทางอาหาร ทุกประเทศพูดเหมือนกันไม่ได้นัดหมาย แต่เน้นใน 3 ประเด็นนี้
ซึ่งตนคิดว่าสำหรับประเทศไทยเรามีความแข็งแรงและมีศักยภาพเป็นอย่างมากใน 3 ประเด็นนี้ที่จะขับเคลื่อนให้อาเซียนของเราเป็นศูนย์กลางที่จะทำให้ โลกทั้งใบให้ความสำคัญ และประเทศไทยของเราเชื่อว่าเป็นศูนย์กลางของอาเซียน
ฉะนั้น โอกาสในการขับเคลื่อนให้ประเทศไทยของเรามีความมั่นคงแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจมากยิ่งขึ้น พูดง่ายๆ ว่าเรามีโอกาสมากกว่าคนอื่น
แต่สิ่งที่ตนได้กราบเรียน คือ รัฐเอกชนต้องไปด้วยกัน และในความเป็นรัฐบาลชุดนี้ เราพร้อมที่จะอำนวยความสะดวกทุกๆ อย่างวันนี้เราไม่ยึดติดอยู่กับบริบทเดิมๆ หรือยึดติดกับกฎหมายเก่าๆ และขั้นตอนที่หลากหลาย
ที่สำคัญความยุติธรรมให้ทุกท่านได้มีโอกาสในการประกอบธุรกิจและดำเนินธุรกิจในการว่าจ้างแรงงานเสริมสร้างศักยภาพให้กับประเทศให้กับกิจการของท่าน เพราะรัฐบาลถือว่าประเทศไทยถ้าเราจะขับเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยความแข็งแกร่งไปได้ เราจะขาดพวกท่านไม่ได้
สิ่งนี้ทำให้ตนได้ปรารภหารือกับรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีหลายท่าน ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) จึงได้ขอให้มีการจัดการพบปะกันในวันนี้ขึ้น เพื่อรับฟังความเห็นจากท่านทั้งหลาย
เพื่อที่เราจะได้นำมาประยุกต์และนำมาทำให้ความต้องการ ความคาดหวังทั้งหลายของท่านบรรลุเป้าหมาย เมื่อท่านประสบความสำเร็จ ประเทศไทยก็ประสบความสำเร็จ ทุกคนถือว่าเป็นผู้ชนะนี่ คือวัตถุประสงค์ของวันนี้
“ผมขอให้ท่านได้หารือกันในวงนี้เต็มที่ และถ้ายังไม่หนำใจเดี๋ยวเราไปทานข้าวเย็นกันวันนี้ ขออนุญาตให้รัฐบาลเป็นเจ้ามือและเป็นเจ้าภาพในการร่วมรับประทานอาหารเย็นกับนักธุรกิจชั้นนำ ผู้ประกอบการชั้นนำของประเทศ เพื่อใช้ทุกแนวทางและทุกข้อมูลที่ได้จากท่านเพื่อทำประโยชน์ให้กับประเทศไทยให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้” นายกฯ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเสร็จสิ้นการพูดคุยในเวลา 18.00 น. มีรายงานว่า นายกฯ จะเชิญภาคเอกชนทั้งหมดร่วมถ่ายภาพหมู่ภายในตึกไทยคู่ฟ้า
จากนั้น นายกฯ เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำ ในเวลา 19.00 น. ที่ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ก่อนจะมีการกล่าวขอบคุณผู้บริหารทั้งหมดที่มาในวันนี้
