“อนุทิน” เผย คุย “เจ้าสัว-ซีอีโอ” พร้อมรับข้อเสนอแนะ-แนวทาง “สร้างเศรษฐกิจเข้มแข็ง” ยก “เจ้าสัวธนินท์” ชู น้ำมันบนดิน ชี้ช่องไทยเป็นอู่ข้าวอู่น้ำ-มีความมั่นคงทางอาหาร แจง Missing Link เชื่อม ระนอง-ชุมพร เป็นจุดตั้งต้น ก่อนขยายสู่ แลนด์บริดจ์

16 พ.ค. 69 – ที่กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2) สนามเป้า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการพูดคุยกับผู้ประกอบการระดับประเทศ เมื่อวันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา ว่า

ใช้เวลาในที่ประชุม 2 ชั่วโมง และร่วมรับประทานอาหาร 1 ชั่วโมง ได้รับฟังความเห็นและข้อเสนอแนะจากบรรดาผู้ประกอบการภาคเอกชน ที่เราจะนำมาประมวล และนำข้อเสนอแนะต่างๆ มากำหนดเป็นแนวทาง ที่จะทำให้สิ่งที่คาดหวังของผู้ประกอบการได้รับผลสำเร็จมากที่สุด

เพราะประเทศของเรา ต้องพึ่งท่านเหล่านี้ ในการขับเคลื่อนไปข้างหน้า ทำให้เศรษฐกิจมีความเข้มแข็ง ทำให้สังคมมีความสงบสุข มีการจ้างงาน และเสียภาษีต่างๆ รัฐและภาคเอกชน ต้องเดินไปด้วยกัน

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีโครงการอะไรที่ภาคเอกชนอยากให้รัฐบาลเดินหน้าต่อ และมีโครงการอะไรที่มีความเป็นห่วงเป็นพิเศษหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ถ้าเป็นเรื่องของสินค้านำเข้าส่งออก อยากให้ปรับปรุงในเรื่องเส้นทางขนส่ง เรื่องโลจิสติกส์ กำแพงภาษี

เช่น นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสของเครือเจริญโภคภัณฑ์ บอกว่า เราต้องยกระดับเกษตรกรให้มากที่สุด ในสถานการณ์ของโลกทุกวันนี้ โดยพูดว่า ของเราน้ำมันบนดิน ก็คืออาหารเป็นอู่ข้าวอู่น้ำได้

สอดคล้องกับที่ตนได้เคยพูด และนำไปพูดในที่ประชุมผู้นำอาเซียนว่า น้ำมันที่เป็นพลังงานกินไม่ได้ แต่ว่า อาหารที่เอาไว้ยังชีพ ที่เมืองไทยมีมากกว่า ถ้าเกิดเหตุการณ์แย่สุดประเทศจะอยู่ได้นานกว่า สามารถอดทนได้มากกว่า เพราะเรามีความมั่นคงทางด้านอาหาร

เราเอาความมั่นคงทางด้านอาหาร ที่ตอนนี้ เป็นสิ่งที่ผู้นำประเทศในอาเซียนทุกคนได้หยิบยกขึ้นมาว่า เราจะต้องมั่นใจว่า ห่วงโซ่ของอาหาร ความมั่นคงทางอาหาร จะต้องมีความเข้มแข็ง และในอาเซียนประเทศไทย ถือว่ายืนหนึ่งในเรื่องนี้ เราต้องมาเน้นให้มีความเข้มแข็งในด้านนี้ จะทำให้การไปเจรจาพูดคุยกับประชาคมโลกอื่นๆ เป็นสิ่งที่สร้างความเข้มแข็งให้กับประเทศไทย

เมื่อถามว่า ในวงผู้ประกอบการได้พูดคุย เรื่องการพัฒนาท่าเรือระนอง และเส้นทางรถไฟที่ขาดหาย (Missing Link) ระหว่าง ชุมพรและระนอง หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลอยู่แล้ว แลนด์บริดจ์ จะเกิดขึ้นหรือไม่เกิดขึ้น แต่ Missing Link ส่วนที่ขาดไป

ทุกวันนี้คือ ทางรถไฟที่ไปทางซีกตะวันตก ยังไม่มี เราต้องต่อเติมในช่วงที่ขาดหายไป ทำให้ไม่ขาด จึงจะทำให้วงจรเครือข่ายของการคมนาคมขนส่งทางรางในประเทศไทย ที่เชื่อมต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เหนือ ใต้ ออก ตก มีความสมบูรณ์ขึ้น สิ่งเหล่านี้ คือจุดเริ่มของแลนด์บริดจ์

ส่วนตัวโครงการแลนด์บริดจ์เราให้มีการศึกษากันอยู่ ซึ่งรัฐบาลรับฟังเรื่องของความคุ้มทุน มีแล้วจะทำให้ประเทศไทยมีศักยภาพการเป็นศูนย์กลางคมนาคมขนส่ง ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ ได้มากน้อยเพียงใด ในส่วนของตัวแลนด์บริดจ์ก็จะศึกษาตรงนี้ แต่อย่างน้อยส่วนของ Missing Link จะนำไปสู่การขยายเป็นถึงระดับแลนด์บริดจ์หรือไม่นั้น ก็ควรจะต้องเกิดขึ้น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน