“สิริพงศ์” แสดงความเสียใจ ครอบครัวผู้เสียชีวิต-บาดเจ็บ เหตุรถไฟชนรถประจำทาง ยัน รัฐบาลเยียวยาครอบคลุมเต็มที่ สั่ง รฟท.ตรวจสอบกล่องดำ ดูพฤติกรรมคนขับรถไฟ ขับเร็ว-ชะลอหรือไม่ หลังไม้กั้นไม่ตกลง ย้ำต้องมีผู้ผิดอย่างแน่นอน แจง ขสมก. เร่งตรวจรายชื่อ ผู้โดยสารบนรถเมล์

16 พ.ค. 69 – นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ให้สัมภาษณ์หลังลงพื้นที่ติดตามอุบัติเหตุรถไฟชนรถโดยสารประจำทาง บริเวณถนนอโศก – ดินแดง ใกล้กับสถานีรถไฟแอร์พอร์ต เรล ลิ้งก์ มักกะสัน ว่า

ตอนนี้เท่าที่รับรายงานมีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 8 ราย ซึ่งขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของผู้เสียชีวิตด้วย ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ และนิติเวช กำลังตรวจสอบอัตลักษณ์บุคคล เพื่อที่จะยืนยันผู้เสียชีวิตได้ ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาซักเล็กน้อย ขณะเดียวกัน มีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจำนวน 32 คน โดยตอนนี้กระจายอยู่ตามโรงพยาบาล

ซึ่งให้กรมการขนส่งทางบก ช่วยประสานงานติดตามดูว่า ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ แต่ละโรงพยาบาลเป็นใครบ้าง โดยเบื้องต้น มีการรายงานว่า มีผู้บาดเจ็บหนัก 2 ราย ที่เหลือเป็นผู้บาดเจ็บปานกลาง และเล็กน้อย ซึ่งเราก็อยู่ระหว่างการติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด

เมื่อถามว่า ส่วน ผู้เสียชีวิต และ ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ส่วนใหญ่เป็นผู้โดยสารอยู่ในรถคันใด นายสิริพงศ์ กล่าวว่า เท่าที่เรายืนยันได้ คือผู้เสียชีวิตทั้ง 8 ราย ตามที่รายงานมา คืออยู่ในรถเมล์ แต่ตอนนี้ต้องรอดูว่า มีพบเห็นเพิ่มเติมหรือไม่ แต่ตอนนี้ยังเท่าเดิม

ส่วนผู้บาดเจ็บ มีหลายกรณี ที่ถูกนำส่งโรงพยาบาล จึงยังไม่สามารถบอกได้ว่า ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดอยู่ในรถโดยสารคันใด ซึ่งอาจจะได้รับบาดเจ็บจากการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้หรือบริเวณใกล้เคียง

เมื่อถามว่า ผู้ที่อยู่ในรถเมล์ มีจำนวนกี่คน นายสิริพงศ์ ระบุว่า กำลังให้ ขสมก. ตรวจสอบ เนื่องจากคนขับรถเสียชีวิต โดยตอนนี้ เรายังไม่พบประจักษ์พยานอย่างอื่น

ส่วนที่มีการเผยแพร่ภาพว่า รถเมล์จอดติดอยู่บริเวณรางรถไฟ และไม่กั้นรถไม่ตีลงมา จนทำให้เกิดอุบัติเหตุ ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร นายสิริพงศ์ กล่าวว่า โดยปกติแล้วทางรถไฟไม้กั้นจะต้องตีลงมา โดยจะให้สัญญาณรถให้รถผ่านได้ ไม้กั้นไม่ตีลงมาไม่มีสัญญาณให้รถก็จะไม่สามารถผ่านไปได้

แต่ในกรณีนี้ เราเห็นว่า ไม้กั้นไม่สามารถลงมาได้ ซึ่งสาเหตุที่รถไฟเบรกไม่ทันเป็นเพราะอะไรนั้น เรากำลังให้ รฟท. นำกล่องดำไปตรวจสอบ และดูพฤติกรรมคนขับขณะนั้น ขับมาด้วยความเร็วเท่าไหร่ มีการชะลอหรือไม่ เพื่อที่จะทราบสาเหตุภายหลัง

นายสิริพงศ์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่เราดำเนินการได้ตอนนี้ที่จะเป็นข้อมูลให้กับตำรวจ เราก็ได้ให้การรถไฟฯ ส่งมอบข้อมูลให้กับตำรวจแล้ว ไม่ว่าจะเป็นกล้องวงจรปิดที่ได้จากฝั่ง กทม. หรือ กล้องวงจรปิดที่อยู่ในตู้ของคนที่ดูแลอุปกรณ์กั้น ซึ่งต้องรอฟังสรุปว่า เป็นอย่างไร เพราะเราไม่สามารถตั้งสมมติฐานกับเหตุการณ์ที่ร้ายแรงขนาดนี้ได้ ต้องรายงานที่เป็นข้อเท็จจริง

ส่วนระยะเบรกของรถไฟนั้น นายสิริพงศ์ ระบุว่า รถไฟขบวนนี้ เป็นรถไฟบรรทุกหนัก ข้อมูลเหล่านี้ขอให้เป็นข้อสรุปทางเทคนิคเท่านั้น เพราะตอนนี้ เรายังไม่ทราบสาเหตุ ได้เบรกอยู่หรือไม่ ต้องไปตรวจสอบกล่องดำก่อน

เมื่อถามว่า ตอนที่เกิดอุบัติเหตุ รถติดสัญญาณไฟจราจร ทางเจ้าหน้าที่ได้มีการประสานงานกับผู้ให้สัญญาณไฟจราจรหรือไม่ นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ตามปกติแล้ว ไม้กั้นจะต้องลงได้ จะประสานหรือไม่ ไม้กั้นต้องลงได้ และให้สัญญาณได้ แต่ในกรณีนี้ ไม้กั้นลงไม่ได้ให้สัญญาณไม่ได้ แต่เหตุใดรถถึงมาชน ก็จำเป็นต้องไปดูที่กล่องดำก่อน ซึ่งไม้กั้นกับตัวรถต้องสัมพันธ์กัน หากไม้กั้นไม่ลง รถไฟจะไม่สามารถวิ่งได้

นายสิริพงศ์ ยืนยันว่า กรณีนี้ ต้องมีผู้ผิดอย่างแน่นอน แต่ขอให้ทุกอย่างออกมาก่อน ให้เป็นไปตามหลักวิทยาศาสตร์อย่าเป็นไปตามหลักความรู้สึก แต่มีคนผิดแน่นอน และกระทรวงคมนาคมดำเนินการอย่างเต็มที่

ส่วนเรื่องการเยียวยาผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต นายสิริพงศ์ ระบุว่า เราไม่อยากจะพูดในเรื่องของเม็ดเงิน เพราะชีวิตมนุษย์เท่าไหร่ก็ไม่เพียงพอ แต่ตามหลักเกณฑ์เบื้องต้น ขสมก. ก็มีการทำประกันมากกว่า 1 ล้านบาทอยู่แล้ว แต่เราก็ต้องดูทุกอย่าง เพื่อให้ครอบคลุมในเรื่องของการดูแล

เมื่อถามว่า มีสัญญาณอะไรที่บ่งบอกว่า ไม้กั้นยังไม่ลงก่อนเกิดเหตุ นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ปกติแล้วระบบจะถูกออกแบบมาให้มี แต่สาเหตุจะต้องไปดูที่กล่องดำว่า เกิดจากอะไร ซึ่งระบบแจ้งเตือนจะเป็นสัญญาณไฟ จะต้องมีธงเขียว และมีวิทยุแจ้ง ซึ่งไม้กั้นจะต้องลงก่อน หากไม้กั้นยังไม่ลง ก็จะไม่สามารถให้สัญญาณให้วิ่งได้ โดยคนขับรถรถไฟขณะนี้ได้รับบาดเจ็บบริเวณศีรษะ อยู่ระหว่างการนำตัวส่งโรงพยาบาล

ส่วนการป้องกันอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดซ้ำบริเวณดังกล่าวมีการดำเนินการอย่างไรบ้าง นายสิริพงศ์ กล่าวว่า บริเวณเส้นนี้ยังมีรถที่ตกค้างอยู่ประมาณ 4 เที่ยว ซึ่งเส้นนี้ไม่สามารถเสียได้ต้องรอให้เจ้าหน้าที่ดูเรื่องของพยานหลักฐานให้ครบก่อน

หากครบแล้ว เราต้องรอฟังคำสั่งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าจะสามารถให้เคลื่อนย้ายขบวนได้หรือไม่ ซึ่งขบวนรถที่จะโดยสารผ่านเส้นทางมักกะสันนี้ไม่สามารถเดินทางได้แล้ว ซึ่งทางรถไฟ ต้องไปประกาศยกเลิกเที่ยวเดินรถ ส่วนจะต้องคืนตั๋ว หรือหารถโดยสาร เพื่อรับรองผู้โดยสารทดแทนก็ต้องไปดูว่า รฟท. จะดำเนินการอย่างไร แต่เบื้องต้นยกเลิกทางเดินรถแน่นอน

ทั้งนี้ นายสิริพงศ์ กล่าวอีกว่า ขอเวลาให้ตำรวจเคลียร์พื้นที่ให้เรียบร้อยก่อน เราก็จะคืนพื้นที่ให้เป็นปกติโดยเร็วที่สุด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน