“พริษฐ์” ซัด “พิพัฒน์” คิดตื้น ห้ามรถไฟวิ่งเข้าเมือง หลังเกิดเหตุรถไฟชนรถเมล์ แยกมักกะสัน ชี้ผลักภาระให้ประชาชน แนะ 3 แนวทางแก้ไข
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 19 พ.ค. 2569 ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์กรณีที่การประชุมสภาฯ วันที่ 20 พ.ค. วิปรัฐบาลจะยื่นญัตติด่วนเรื่องอุบัติเหตุรถไฟชนรถเมล์ ที่ถนนอโศก-ดินแดงว่า ฝ่ายค้านมีแผนจะยื่นญัตติด่วนอยู่แล้ว และได้ยกหูหาตัวแทนวิปรัฐบาล ตกลงกันว่าจะยื่นญัตติร่วมกัน
ซึ่งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลเห็นตรงกันว่า จะใช้ช่วงเวลาในวันพรุ่งนี้ (20 พ.ค.) มาพิจารณา คิดว่ามีหลายประเด็นที่จะต้องเสนอแนะรัฐบาล
“อย่างท่าทีของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ล่าสุด ที่เสมือนเป็นการเสนอทางออกว่า จะไม่ให้มีรถไฟวิ่งเข้ามากลางเมือง ผมคิดว่าอาจจะเป็นแนวคิดที่คิดตื้นไป ไม่ได้รอบด้าน เป็นการผลักภาระให้กับประชาชนที่เดินทางโดยรถไฟ ผมคิดว่าทางออกในเรื่องนี้ควรจะรอบคอบและรอบด้านกว่านี้” นายพริษฐ์ กล่าว
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า หลายอย่างที่เราทำได้เพื่อความปลอดภัยของประชาชนโดยไม่ต้องเพิ่มภาระในลักษณะดังกล่าว เช่น 1.เราต้องเอาจริงบังคับใช้กฎหมายให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเคารพกฎจราจร
ข้อมูลที่เราเคยได้รับจากทางตำรวจ กทม. ในคณะกรรมาธิการเมื่อปีที่แล้ว แม้ในจุดที่มีกล้องและตรวจสอบได้ว่าใครกระทำความผิดหรือฝ่าฝืนกฎจราจร มีการออกใบสั่งกับผู้ที่กระทำความผิดเพียงแค่ 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ถือเป็นตัวอย่างที่กระบวนการอาจจะยังไม่มีประสิทธิภาพมากพอในการบังคับใช้กฎหมาย
2.การพยายามออกแบบเส้นทางการใช้รถใช้ถนนให้สะดวกต่อการสัญจรไปมามากขึ้น และด้วยบริบทตรงแยกมักกะสันที่เกิดเหตุ หากรถทุกคันปฏิบัติตามกฎจราจรก็อาจจะเกิดความไม่สะดวกในการเดินทาง ถือเป็นปัญหาเรื่องการออกแบบที่เราควรจะมาทบทวน
3.การเร่งโครงการทางรถไฟส่วนขาด (Missing Link) เพื่อลดจุดตัดระหว่างทางรถไฟกับรถยนต์ เพราะฉะนั้นทางออกในเรื่องนี้ต้องมีความรอบคอบ รอบด้านและทำอย่างรวดเร็ว
“ถ้าจะมาแนวทางของนายพิพัฒน์ พอเกิดปัญหานี้ก็ไม่ให้รถไฟวิ่งมากลางเมืองเลย คิดว่าแนวคิดอาจจะคิดตื้นไปนิด เป็นการผลักภาระให้กับประชาชนที่ใช้รถไฟมากเกินไป” นายพริษฐ์ กล่าว