วุฒิสภา ถกญัตติด่วน อุบัติเหตุรถไฟชนรถเมล์ ฝากรัฐบาล บังคับใช้กม.จริงจัง จี้เอาคนผิดมาลงโทษ แก้ปัญหา 3 ข้อ โดยเฉพาะยาเสพติด ต้องตรวจก่อนขับ แม้แต่นักบิน-ขรก.ยังต้องตรวจก่อน เสนอจับสส.-สว.ตรวจ หากพบสีม่วง ปลดออกเลย
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 19 พ.ค.2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา มีนายบุญส่ง น้อยโสภณ รองประธานวุฒิสภาคนที่สอง เป็นประธานการประชุม เสนอญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่องอุบัติเหตุรถไฟชนรถโดยสารประจำทางบริเวณจุดตัดทางรถไฟ กับถนนอโศก-ดินแดง เมื่อวันที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา
โดยนายวุฒิชาติ กัลยานมิตร สว. เป็นผู้เสนอ และญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่องโศกนาฏกรรมรถไฟชนรถเมล์ ซึ่งเป็นวิกฤตความปลอดภัย และการเยียวยา โดยนาวาตรีวุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ สว. เป็นผู้เสนอ เพื่อให้รัฐบาลนำไปแก้ไขต่อไป
นายวุฒิชาติ เสนอญัตติ โดยได้เปิดคลิปวิดีโอเหตุการณ์รถไฟชนรถเมล์ ให้สมาชิกในที่ประชุมได้พิจารณาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงคลิปการโบกธงแดง พร้อมกล่าวว่า การเดินรถฝ่ายกฎหมายกำหนดไม่เกิน 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่สิ่งที่แปลกใจพนักงานให้สัญญาณรถไฟหยุดรถ แต่รถไฟยังเดินต่อ ซึ่งขาดการประสานงานที่ดี
ปฏิเสธไม่ได้ว่าเหตุการณ์เมื่อวันที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา สร้างความรู้สึกสลดใจเป็นอย่างมาก ซึ่งต้องบอกว่าระเบียบของหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นกรมการขนส่งทางบก เกี่ยวกับการใช้รถใช้ถนน พ.ร.บ.จราจร ที่ควบคุมการปฏิบัติโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเรื่องกฎระเบียบของการรถไฟ มีระเบียบเกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัยทั้งหมด
แต่ถ้าทุกคนช่วยกันปฏิบัติตาม เหตุการณ์เหล่านี้ก็จะไม่เกิด ซึ่งบริเวณดังกล่าวกายภาพของถนนไม่สามารถช่วยในเรื่องของการจัดการจราจรได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ถ้าเกิดความร่วมมือจากทุกภาคส่วน มีการเคลียร์รถที่ต้องผ่านทั้งหมด 3 แยกออกให้หมดก่อน
“ตอนสมัยผมดำรงตำแหน่งผู้ว่าการถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)ผมเคยลงไปดูจุดนี้ เพื่อที่จะหาทางแก้ไขปัญหาว่าเราจะแก้ไขอย่างไร เพราะต้องยอมรับว่าในเรื่องการใช้ถนนร่วมกัน การใช้ร่าง เวลารถไฟวิ่งผ่านกัน ถ้าเป็นขบวนที่วิ่งสวนกันใช้เวลาประมาณ 1 นาทีเป็นอย่างต่ำ ซึ่งเข้าใจว่าคนที่มีภารกิจรีบร้อน แล้วมาอยู่ในช่วงการจราจรติดขัด ก็ต้องรีบทุกอย่าง เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายเร็วที่สุด”นายวุฒิชาติ กล่าว
นายวุฒิชาติ กล่าวต่อว่า ในรัศมีรางรถไฟ 2 ฝั่ง 5 เมตร ห้ามมียานพาหนะกีดขวาง และกายภาพของพื้นที่ถนนไม่สามารถทำให้การจัดการด้านการจราจรเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ หากเกิดความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งตำรวจที่บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง การเดินรถไฟ จะต้องมีการปรับปรุงอุปกรณ์กั้นทางรถไฟอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อให้สอดคล้องกับภูมิศาสตร์พื้นที่ของถนนว่าควรจะเป็นแบบไหน ซึ่งต้องกั้นไม่ให้มีช่องว่างให้รถหรือคนเดินผ่านได้เลย จึงฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้พิจารณา
นายวุฒิชาติ กล่าวถึงเรื่องใบอนุญาตของพนักงานขับรถไฟ โดยระบุถึงพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)การขนส่งทางราง ที่พึ่งบังคับใช้เมื่อเดือนมี.ค. 2569 ที่ได้มีการกำหนดไว้อยู่แล้ว ซึ่งเป็นกฎไปทั้งหมด แต่ฝากถามไปยังรัฐบาลว่า การบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งพ.ร.บ.การจราจร รถยนต์ หรือรถไฟมีการบังคับใช้อย่างจริงจังหรือไม่
เพราะหลังเกิดเหตุการณ์ก็ยังคงมียานพาหนะ จอดคร่อมรางรถไฟ เหมือนไม่มีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเลย และเจ้าหน้าที่ไม่ได้มีการดูแล จึงขอให้สมาชิกวุฒิสภาระดมความคิดเห็นและส่งไปยังรัฐบาล เพื่อให้เกิดการประสานงานบูรณาการเรื่องการทำงานร่วมกันอย่างจริงจังเพื่อลดปัญหาที่เกิดขึ้นในอนาคต
ด้านน.ต.วุฒิพงศ์ เสนอญัตติว่า เรื่องนี้เป็นโศกนาฏกรรมรถไฟชนรถเมล์ เป็นวิกฤตความปลอดภัยและแนวทางเยียวยา ซึ่งเป็นเรื่องน่าเศร้าสำหรับชาวไทยที่เกิดเหตุการณ์ ที่เกิดเกิดจากความประมาทของคนบางคน และการเยียวยาผู้เสียชีวิตและผู้เสียหายเป็นเรื่องจำเป็นไม่แค่เปลี่ยนความเสียหายแต่จะต้องมีการเยียวยาโดยการแก้ไข
จึงขอให้ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ขอโทษต่อประชาชนจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะมีทั้งผู้เสีย 8 ราย ผู้บาดเจ็บ 32 คน และรถที่ได้รับความเสียหาย 10 คัน และเรียกร้องให้ผู้ที่รับผิดชอบเรื่องนี้ ไม่ว่าใครที่ละเลยประมาท ละเว้น ไม่เพียงแค่ตัวเล็กตัวน้อย ต้องเอาตัวใหญ่มารับความผิดด้วย
น.ต.วุฒิพงศ์ กล่าวว่า ตนขอเสนอให้แก้ไขคือ 1.เรื่องวินัยจราจรและ “กับดัก” จุดตัด จะต้องกำหนดพื้นที่ห้ามหยุดรถ ไม่ให้รถจอดแช่คร่อมรางเป็นประจำในช่วงวิกฤตจราจร 2.การประสานงานเคลียร์เส้นทางระหว่างตำรวจจราจร และรฟท. ในชั่วโมงเร่งด่วน
3.ไร้ระบบเตือนภัยล่วงหน้า และ 4.จุดบอดร้ายแรง ด้านบุคลากร หลังจากพบว่าพนักงานขับรถรถไฟตรวจพบสารเสพติดในร่างกาย ซึ่งถือเป็นเรื่องร้ายแรง รุนแรงมากๆ เพราะวิทยุไป 2 รอบไม่มีใครตอบ จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าทำไมถึงเบรกรถไฟไม่ทัน
“ก่อนจะขึ้นบินนักบินทุกคนต้องตรวจสารเสพติดก่อน ข้าราชการยังต้องตรวจเลย ผมว่าสภาก็น่าจะตรวจบ้าง มีใครติดยาบ้าบ้างหรือไม่ ตรวจให้หมด สส.สว.ใครเป็นสีม่วงเมื่อไหร่ก็จับปลดเลย” นาวาตรีวุฒิพงศ์กล่าว
น.ต.วุฒิพงศ์กล่าวต่อว่า ขอเสนอให้ระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับการเยียวยาและมาตรการเร่งด่วน การตรวจสอบระบบเทคนิคอย่างโปร่งใส แผนยุทธศาสตร์ยกระดับความปลอดภัย เสนอให้จัดตั้ง “กองทุนเยียวยาอุบัติเหตุจากขนส่งสาธารณะ” ที่สามารถเบิกจ่ายได้ทันที ไม่ใช่รอความกรุณาจากรัฐบาล ความกรุณาเป็นเรื่องที่ดีแต่ควรเป็นอัตโนมัติ ไม่ต้องไปขอความกรุณา แต่จะต้องเป็นหน้าที่ที่รัฐบาลต้องจ่ายเพื่อรับผิดชอบเยียวยาอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นทันที